เน้นนอน ชาร์จพลัง! “Staycation” และ “Sleep Tourism” เทรนด์เที่ยวมาแรงยุคนี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เน้นนอน ชาร์จพลัง! “Staycation” และ “Sleep Tourism” เทรนด์เที่ยวที่กำลังมาแรง โดนใจคนรุ่นใหม่หลังยุคโควิด-19

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจในตอนนี้ คือเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง ปัจจุบันกลายเป็นการท่องเที่ยวแบบเน้นการพักผ่อน การชาร์จพลัง และการนอน สะมากกว่า แถมยังมีอันตราเติบโตต่อเนื่อง

โดย “มาคาเลียส” (MAKALIUS) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์การท่องเที่ยวล่าสุดให้รู้ดังนี้

คอนเทนต์แนะนำ
7 พิกัดสุดฟิน “จังหวัดราชบุรี” ล่องเรือกิน ตะลุยขับรถเที่ยวอันซีน

 

เน้นนอน ชาร์จพลัง! “Staycation” และ “Sleep Tourism” เทรนด์เที่ยวมาแรงยุคนี้ ช่างภาพพีพีทีวี
Wanlapa Farmstay

2 เทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่

หลังยุคโควิด-19 กลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ “Staycation” และ “Sleep Tourism” เป็นที่นิยมและมีอัตราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

“Staycation” คืออะไร

“Staycation” คือการท่องเที่ยวในละแวกจังหวัดที่ใกล้กับตัวเอง โดยเน้นการทำกิจกรรมในโรงแรมที่พัก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน นวดสปา เป็นต้น

ทำความรู้จัก “Sleep Tourism”

“Sleep Tourism” คือการท่องเที่ยวเพื่อการนอนพักผ่อน ย้ายที่นอน ชาร์จพลังให้กับร่างกายและจิตใจให้กับตัวเอง

สำหรับ 2 เทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ ทำให้นักท่องเที่ยวมองหาโรงแรม ที่พัก ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เน้นท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น เพราะต้องการความสงบ

3 สิ่งที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้องมี

จากข้อมูลข้างต้นผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก จึงควรปรับรูปแบบการให้บริการเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ คือ

  1. ห้องพัก (Room)

เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องการการพักผ่อนที่แท้จริง ดังนั้น ห้องพักต้องสะอาด แสงไฟพอดี อุณหภูมิในห้องต้องเหมาะสม ชุดเครื่องนอนต้องมีคุณภาพ หรืออาจเสริมด้วยอุปกรณ์สมาร์ทไอทีที่จะช่วยให้การนอนหลับสบายขึ้น บรรยากาศต้องเงียบสงบ

ถ้าเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ต้องมีการแบ่งโซนห้องพักเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน เช่น แบ่งโซนห้องพักแบบครอบครัว ห้องพักที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เป็นต้น โดยห้องพักขนาดขนาดกลางและขนาดใหญ่ตั้งแต่ 35 ตารางเมตรขึ้นไป รวมถึงห้องพักแบบ Private Pool Villa จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

  1. กิจกรรม (Activity)

นอกเหนือจากการพักผ่อนแล้ว กิจกรรมภายในโรงแรมที่พักก็เป็นส่วนสำคัญที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย ช่วยให้หลับง่าย และช่วยแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม อย่าง การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การสอนโยคะ คลื่นเสียงบำบัด (Sound Healing) ธาราบำบัด Sub Board พายเรือ ต่อยมวย เป็นต้น

รวมถึงกิจกรรมที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว อย่างเช่น ห้องสมุด ห้องชมภาพยนตร์ กิจกรรมทำอาหาร ก็เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจเข้าเลือกใช้บริการ

  1. อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)

เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรงที่พักตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือรับประทานอาหารภายนอกโรงแรม ดังนั้นการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นส่วนสำคัญ รูปแบบอาหารควรมีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารจานเดียวไปจนถึงบุฟเฟ่ต์ และขยายเวลาการให้บริการ Room service ที่ยาวขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่สั่งอาหารรับประทานที่ห้องพัก ในส่วนของเครื่องดื่มควรมีน้ำเปล่าและน้ำให้แข็งให้บริการตลอดเวลาไม่จำกัดจำนวน ในจุดนี้แม้จะมองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นเซอร์วิสมายที่ลูกค้าให้คะแนนสูงที่สุด

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการปรับรูปแบบของเซอร์วิสแล้ว แผนการสื่อสารการตลาดก็เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องทำให้นักท่องเที่ยวรับรู้และเข้าใจ รวมถึงการทำโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่สอดรับกับรูปแบบบริการ อย่างการจัดทำเป็นแพคเกจห้องพักรวมอาหารเช้า กลางวัน และเย็น หรือแพคเกจห้องพักรวมกิจกรรม เป็นต้น

แฉเบื้องลึก เกมดัน “อุ๊งอิ๊งค์”เป็นตัวประกัน บีบ “ทักษิณ” อยู่ในกรอบ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ