วันอัฏฐมีบูชา 2567 ตรงกับวันไหน มีประวัติ-ความสำคัญอย่างไร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“วันอัฏฐมีบูชา 2567” ตรงกับวันไหน มีประวัติ-ความสำคัญอย่างไร พร้อมรู้หลักธรรมสำคัญ และข้อปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน

วันอัฏฐมีบูชาในปีนี้ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2567 ถือเป็นอีกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่หลายคนมักหลงลืม เนื่องจากอาจไม่ได้จัดเป็นวันหยุดของราชการหรือเอกชน

สำหรับวันอัฏฐมีบูชา ถือเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพุทธสรีระเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน แต่ในวันดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง และพุทธศาสนิกชนควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวีจะพาทุกคนมารู้จักอีกหนึ่งวันสำคัญของศาสนาพุทธกัน

คอนเทนต์แนะนำ
อัปเดต! ปฏิทินวันหยุด 2567 เช็กวันหยุดราชการ-วันหยุดธนาคาร
ปฏิทินวันพระ 2567 เช็กวันสำคัญทางศาสนา-วันมาฆบูชา ตรงกับวันที่เท่าไร
เข้าใจปรากฏการณ์ “มูเตลู” อะไรที่ทำให้บูม หลายคนหันไปพึ่งพิงไสยศาสตร์

วันอัฏฐมีบูชา 2567 ตรงกับวันไหน มีประวัติ-ความสำคัญอย่างไร Shutterstock/Quality Stock Arts
พระพุทธองค์

ประวัติวันอัฏฐมีบูชา

หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานใต้ต้นสาละ ในราตรี 15 ค่ำ เดือน 6 เจ้ามัลลกษัตริย์ได้จัดพิธีบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และดนตรีทุกชนิด ที่มีอยู่ในเมืองกุสินาราตลอด 7 วัน และให้เจ้ามัลละระดับหัวหน้า 8 คน สรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่ อัญเชิญพระสรีระไปทางทิศตะวันออกของพระนคร เพื่อถวายพระเพลิง

จากนั้นให้พวกเจ้ามัลละระดับหัวหน้า 4 คน พยายามจุดไฟที่เชิงตะกอน แต่ไม่อาจติดไฟได้ทั้งที่ได้ทำตามคำของพระอานนท์เถระที่ให้ห่อพระสรีระพระพุทธเจ้าด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้จนหมดผ้า 500 คู่ แล้วเชิญลงในรางเหล็กที่เติมด้วยน้ำมัน แล้วทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด

พระอนุรุทธะได้เห็นดังนั้น จึงแจ้งว่า เพราะเทวดามีความประสงค์ให้รอพระมหากัสสปะ และภิกษุหมู่ใหญ่ 500 รูป ผู้กำลังเดินทางมาเพื่อถวายบังคมพระบาทเสียก่อน ไฟก็จะลุกไหม้ เนื่องจากเทวดาเหล่านี้ เคยเป็นโยมอุปัฏฐากของพระเถระและพระสาวกผู้ใหญ่มาก่อน จึงไม่ยินดีที่ไม่เห็นพระมหากัสสปะอยู่ในพิธี

และเมื่อภิกษุหมู่ 500 รูป โดยมีพระมหากัสสปะเป็นประธานเดินทางมาพร้อมกัน ณ ที่ถวายพระเพลิงแล้ว ไฟก็ลุกโชนขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครจุด

หลังจากที่พระเพลิงเผาไหม้พระพุทธสรีระพระบรมศาสดาดับมอดลงแล้ว บรรดากษัตริย์มัลละทั้งหลายจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมด ใส่ลงในหีบทองแล้วนำไปรักษาไว้ภายในนครกุสินารา ส่วนเครื่องบริขารต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้าได้มีการอัญเชิญไปประดิษฐานตามที่ต่างๆ อาทิ ผ้าไตรจีวร อัญเชิญไปประดิษฐานที่แคว้นคันธาระ บาตร อัญเชิญไปประดิษฐานที่เมืองปาตลีบุตร เป็นต้น

จุดเริ่มต้นของการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

ในระยะเวลาต่อมา เมื่อบรรดากษัตริย์จากแคว้นต่าง ๆ ได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานที่นครกุสินารา จึงได้ส่งตัวแทนไปขอแบ่ง “พระบรมสารีริกธาตุ” เพื่อนำกลับมาสักการะยังแคว้นของตน แต่ก็ถูกกษัตริย์มัลละปฏิเสธ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายขัดแย้งและเตรียมทำสงครามกัน แต่ในสุดเหตุการณ์ก็มิได้บานปลาย เนื่องจาก “โทณพราหมณ์” พราหมณ์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้เสนอให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 8 ส่วนเท่า ๆ กัน กษัตริย์แต่ละเมืองก็ยอมรับแต่โดยดี และกลับไปสร้างเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตามเมืองของตัวเอง ดังนี้

  1. กษัตริย์ลิจฉวี ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองเวสาลี
  2. กษัตริย์ศากยะ ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองกบิลพัสดุ์
  3. กษัตริย์ถูลิยะ ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองอัลลกัปปะ
  4. กษัตริย์โกลิยะ ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองรามคาม
  5. มหาพราหมณ์ สร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองเวฏฐทีปกะ
  6. กษัตริย์มัลละแห่งเมืองปาวา ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองปาวา
  7. พระเจ้าอชาตศัตรู ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองราชคฤห์
  8. มัลลกษัตริย์แห่งกุสินารา ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองกุสินารา
  9. กษัตริย์เมืองโมริยะ ทรงสร้างสถูปบรรจุพระอังคาร (อังคารสถูป) ที่เมืองปิปผลิวัน
  10. โทณพราหมณ์ สร้างสถูปบรรจุทะนานตวงพระบรมสารีริกธาตุ ที่เมืองกุสินารา 

ทั้งนี้ กรณีของกษัตริย์เมืองโมริยะนั้นที่ได้พระอังคารไปเนื่องจาก ได้ส่งผู้แทนมาหลังจากที่โทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้ทั้ง 8 เมืองไปแล้ว จึงได้อัญเชิญพระอังคารไปแทน

ส่วนโทณพราหมณ์ ได้สร้างสถูปบรรจุทะนานที่ใช้สำหรับตวงพระบรมสารีริกธาตุสำหรับตนเอง และผู้คนได้สักการะดังที่ได้กล่าวไป

ประเพณีวันอัฏฐมีบูชาในประเทศไทย

การจัดงานวันอัฏฐมีบูชาในประเทศไทย อาจไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ในราชสำนักปัจจุบัน ปรากฏในการพระราชพิธีในเดือนหก “พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า” ทั้งนี้ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าก่อนสมัยรันตโกสินทร์มีการประกอบพระราชพิธีนี้หรือไม่

แต่เดิมการพระราชพิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา กระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกพระราชพิธีนี้ออกมา

โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระราชอุทิศและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์เสด็จไปทรงจุดเทียนรุ่งบูชาพระรัตนตรัยพระอารามหลวง 7 อาราม ประกอบด้วย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดบรมนิวาส และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ในส่วนของพิธีชาวบ้าน จะมีการประกอบพิธีเพียงบางวัดเท่านั้น ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะเป็นการทำบุญตักบาตร ฟังเทศก์ แสดงธรรม และมีเพียงบางวัดที่พบประเพณีการถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลอง เช่น วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และ วัดใหม่สุคนธาราม จังหวัดนครปฐม ที่สืบทอดประเพณีโบราณนี้มาจนถึงปัจจุบันนานกว่า 100 ปี

หลักธรรมสำคัญในวันอัฏฐมีบูชา

เนื่องจากเป็นวันที่ตรงกับวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เป็นวันที่ชาวพุทธสูญเสียพระบรมศาสนาซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง พุทธศาสนิกชนจึงควรตระหนักถึง “ชีวิตมนุษย์ว่าคืออะไร และเข้าใจว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นเป็นของไม่เที่ยง มีการเกิด แก่ เจ็บ และตาย เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้น” ซึ่งตรงกับหลักธรรมทางพุทธศาสนาดังนี้

  • ขันธ์ 5 (รูปธรรมและนามธรรมทั้ง 5 ที่ทำให้เกิดความเป็นตัวตนขึ้นมา สอดคล้องเรื่องของทุกข์ ตามหลักอริยสัจ 4)
    • รูป สิ่งที่มองเห็น ได้ยิน จับต้องได้
    • เวทนา ความรู้สึก เช่น ความรู้สึกสุข ความรู้สึกทุกข์
    • สัญญา ความจำได้หมายรู้
    • สังขาร ความคิดปรุงแต่งจิต
    • วิญญาณ รู้แจ้งในอารมณ์ สัมผัสทั้ง 6

  • ไตรลักษณ์ 3 (ความจริง 3 ประการ อันเป็นกฎธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวง)
    • อนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอด
    • ทุกขัง ความทุกข์
    • อนัตตา ทุกอย่างเป็นของนอกกาย เป็นสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมา

  • ความไม่ประมาท
    • ต้องมีสติเสมอ เพราะสติคือการระลึกได้ การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท

ข้อปฏิบัติในวันอัฏฐมีบูชา

พุทธศาสนิกชนอาจ เข้าวัดทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม หรือ สวดมนต์ถวายดอกไม้ธูปเทียน ได้ดังต่อไปนี้

คำถวายดอกไม้ธูปเทียนในวันอัฏฐมีบูชา

ยะมัมหะ โข มะยัง, ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา, โย โน ภะคะวา สัตถา, ยัสสะ จะ มะยัง, ภะคะวะโต ธัมมัง โรเจมะ, อะโหสิ โข โส ภะคะวา, มัชฌิเมสุ ชะนะปะเทสุ, อะริยะเกสุ มะนุสเสสุ อุปปันโน, ขัตติโย ชาติยา, โคตะโม โคตเตนะ, สักยะปุตโต สักยะกุลา ปัพพะชิโต, สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก, สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ, อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ, นิสสังสะยัง โข โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวา สวากขาโต โข ปะนะ, เตนะ ภะคะวา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ. สุปะฏิปันโน โข ปะนัสสะ, ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ, อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเนยโย อัญชลีกะระณีโย. อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ. อะยัง โข ปะนะ ถูโป(ปฏิมา) ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ กโต (อุททิสสิ กตา) ยาวะเทวะ ทัสสะเนนะ, ตัง ภะคะวันตัง อะนุสสะริตวา, ปะสาทะสังเวคะปะฏิลาภายะ, มะยัง โข เอตะระหิ, อิมัง วิสาขะปุณณะมิโตปะรัง อัฏฐะมีกาลัง, ตัสสะ ภะคะวะโต สรีรัชฌาปะนะกาละสัมมะตัง ปัตวา, อิมัง ฐานัง สัมปัตตา, อิเม ทัณฑะทีปะธูปะ-, ปุปผาทิสักกาเร คะเหตวา, อัตตะโน กายัง สักการุปะธานัง กะริตวา, ตัสสะ ภะคะวะโต ยะถาภุจเจ คุเณ อะนุสสะรันตา, อิมัง ถูปัง(ปะฏิมาฆะรัง) ติกขัตตุง ปะทักขิณัง กะริสสามะ, ยะถาคะหิเตหิ สักกาเรหิ ปูชัง กุรุมานา. 
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา, สุจิระปะรินิพพุโตปิ, ญาตัพเพหิ คุเณหิ, อะตีตารัมมะณะตายะ ปัญญายะมาโน, อิเม อัมเหหิ คะหิเต, สักกาเร ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, คณะมนุษยศาสตร์ มจร, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ชมรมพุทธธรรมรามาธิบดี และ ประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย

คืนนี้! “น้ำประปาไม่ไหล” 13 พื้นที่ หยุดจ่ายน้ำนาน 6-7 ชั่วโมง

พยากรณ์ฝนล่วงหน้า ฝนตกหนักยาวถึงสิ้นเดือน จับตาดีเปรสชัน!

แฉเบื้องลึก เกมดัน “อุ๊งอิ๊งค์”เป็นตัวประกัน บีบ “ทักษิณ” อยู่ในกรอบ

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ไลฟ์สไตล์
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ