เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา นางไพรินทร์ อายุ 58 ปี ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางยี่ขัน ว่า ทำทองคำน้ำหนัก 49 บาท มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท ที่ใส่ไว้ในกระเป๋า หล่นหายไประหว่างจะนำทองไปส่งที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ย่านเยาวราช โดยจุดที่น่าจะทำหล่นคือบริเวณถนนบรมราชชนนี ใกล้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านปิ่นเกล้า ขณะที่เธอนั่งวินจักรยานยนต์
โดยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 นายชัยพร จริยธรรม เจ้าของทองคำอยู่ที่ จ.เพชรบุรี ได้มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ก่อนจะเปิดใจกับทีมข่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพขายทองให้ร้านทองมานานเกือบ 30 ปี ส่วนนางไพรินทร์นั้น เป็นลูกจ้างร้านทองที่ทำงานร่วมกันมานานกว่า 10 ปี จึงมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นอย่างดี
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ไหว้วานให้นางไพรินทร์ นำทองคำไปส่งให้ที่ร้านทองมาหลายปีแล้ว แต่ละครั้งจะมีน้ำหนักแตกต่างกันไป โดยครั้งที่มากที่สุด น้ำหนักทองก็มากกว่า 100 บาท ซึ่งครั้งนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร
นายชัยพร ได้นำภาพวงจรปิดภายในร้านทองที่ จ.เพชรบุรี ในวันที่มีการชั่งน้ำหนักและนำทองจำนวนดังกล่าวใส่กล่อง ก่อนจะนำไปมอบให้กับนางไพรินทร์ที่บ้านพักใน จ.นครปฐม เพื่อนำทองไปส่งมอบให้ร้านทองย่านเยาวราช มามอบให้ตำรวจเป็นหลักฐานด้วย ซึ่งหลังเกิดเรื่อง นายชัยพร บอกว่า มีโอกาสได้พูดคุยกับไพรินทร์ แต่นางไพรินทร์ ยืนยันว่าไม่ได้เอาทองคำไป ซึ่งดูแล้วก็ไม่พบว่านางไพรินทร์มีพิรุธ น่าจะทำทองหล่นหายจริง
ดังนั้น หากใครที่พบเจอทองแล้วนำมาคืน จะมีค่าสินน้ำใจให้ 100,000 บาท แต่ถ้าไม่ยอมนำมาคืนแล้วตำรวจตามไปจับกุมได้ ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
ขณะที่ ทางตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดที่นางไพรินทร์ อ้างว่าทำทองคำหล่นหาย ว่ามีใครเก็บไปหรือไม่ และนำโทรศัพท์มือถือของนางไพรินทร์ ไปตรวจสอบว่ามีการโทรคุย หรือแชตคุยกับใครบ้าง ในช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ เพราะยังมีบางประเด็นที่ตำรวจยังสงสัย
ขณะเดียวกัน ตำรวจจะเร่งติดตามตัววิน จยย.ที่นางไพรินทร์ นั่งมาขณะทำทองหล่นหาย มาสอบปากคำหาเบาะแส เพื่อเร่งไขความจริงในคดีนี้ ว่าที่สุดแล้วทองอยู่กับใครกันแน่