จากกรณี ป้าเพ็ญ หญิงไทยที่โดดวีซ่าประเทศเกาหลีใต้หลบทำงานอยู่นานถึง 11 ปี จนถูกเจ้าหน้าที่ ตม. เกาหลีใต้รวบได้ขณะไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กนั้น
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวที่ จ.อุดรธานี เดินทางไปหาสามีของป้าเพ็ญ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้ โดยสามีป้าเพ็ญ แกยอมรับว่า สาเหตุที่ต้องโดดวีซ่านาน 11 ปีนั้น เพราะยากจน ทำงานหาเงินสร้างบ้าน
โดยบ้านของป้าเพ็ญที่ไทย ตั้งอยู่ที่ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบกับนายสังวาลย์ อดีตสามี ที่เพิ่งกลับจากไปรับจ้างกรีดยางและกำลังมาดูความเรียบร้อยบ้านของป้าเพ็ญ
ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างไปประมาณ 35% หลังจากป้าเพ็ญทำงานทยอยส่งเงินมาให้ลูกสาว และมอบหมายให้พ่อเป็นคนดูแล ช่างรับเหมาดำเนินการก่อสร้างบ้านมาได้ประมาณ 1 ปี
นายสังวาลย์ เล่าว่า ทราบข่าวแล้วว่า ป้าเพ็ญถูก ตม.ประเทศเกาหลีใต้ จับกุมหลังจากไปทำงานได้ 11 ปี เริ่มแรก ป้าเพ็ญ เดินทางด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แล้วหลบหนีไปทำงานเป็นเกษตรกร
สามีป้าเพ็ญ เล่าต่อว่า ตัวเองกับป้ามีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ก่อนเดินทางไปเกาหลี ตัวเขาและป้าต้องจดทะเบียนหย่าด้วยเหตุผลจำเป็น ทั้งที่ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่ได้ตัดขาดกันไป
ส่วนอยากจะฝากบอกอะไรถึงป้าเพ็ญบางนั้น นายสังวาลย์ บอกว่า ไม่ต้องเสียใจไป ให้กลับมาทำงานรับจ้างกรีดยาง ทำไร่ทำนา ที่บ้านเราก็พออยู่ได้ ส่วนบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จก็ไม่ต้องน้อยใจ หรือจะกลับไปทำงานที่เกาหลีอย่างถูกต้องก็ไม่ห้าม
และที่ไปเป็นผีน้อย หรือไปเป็นแรงงานผิดกฎหมายก็เพราะความยากจน อยากมีบ้านมีรถเหมือนกับคนอื่นเขา ยอมรับว่าภรรยาเป็นคนเก่งมาก ไม่ต้องเสียใจนะ กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ที่บ้าน อนาคตข้างหน้าค่อยว่ากัน
ด้าน ว่าที่ ร.ท.อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางานจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ได้คุยกับป้าเพ็ญแล้ว กรมการจัดหางานและกระทรวงแรงงานไม่มีข้อมูลที่จะดำเนินการช่วยเหลือ หรือประสานการช่วยเหลือไปยังประเทศเกาหลีใต้ได้ เพราะไปแบบผิดกฎหมาย และต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายประเทศเกาหลีใต้ด้วย ก่อนจะถูกผลักดัน หรือส่งตัวกลับประเทศไทย
ในส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตไทยประจำประเทศเกาหลีใต้ เป็นผู้ประสานงานดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ต่อไป