จับผู้ช่วย สส.ก้าวไกล อุ้มรีดค่าไถ่ 1 ล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

งานเข้าก้าวไกล หลังตำรวจจับ"ผู้ช่วย สส.ก้าวไกล และยังเป็นกมธ.ในสภา" ตั้งแก๊ง อ้างไปตรวจสอบอิทธิพล ก่อนรีดทรัพย์ อุ้มตัวชาวบ้านเรียกเงินล้านเป็นค่าไถ่ ล่าสุด สส.ที่ตกเป็นประเด็น ชี้แจงผู้ก่าอเหตุไม่ใช่ "ผู้ช่วย สส. เป็นแค่ทีมงานที่อยู่ในช่วงโปร ยัน ไล่ออกจากทีมทันที พร้อมขอโทษผู้เสียหาย

ภาพจากล้องวงจรปิดที่กลุ่มคนร้ายเป็นชาย 3 คน ขับรถยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้านของผู้เสียหาย อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของพรรคก้าวไกลได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.สุรินทร์ จากนั้นก็อ้างว่ามีข้อมูลว่าผู้เสียหาย ลักลอบขายใบกระท่อม พร้อมพูดข่มขู่ว่าหากไม่อยากถูกดำเนินคดี ต้องจ่ายเงิน 1 ล้านบาท  แต่ผู้เสียหายบอกว่า มีเงินเพียง 5 แสนบาท จากนั้นก็ถูกพาตัวขึ้นรถกระบะ ขับมุ่งหน้เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนมาถูกสกัดเจ้าหน้าที่จับได้ในพื้นที่ อ.ปากช่อง  เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567

ผู้ช่วยสส. รายการเข้มข่าวค่ำ
อุ้มรีดค่าไถ่

หลังถูกช่วยเหลือออกมา นายตระการ โภชน์สาลี อายุ 23 ปี ผู้เสียหาย ที่ถูกอุ้มตัวเปิดเผยว่า ไม่เคยรู้จักกลุ่มผู้ต้องหา แต่ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาทักแซตมาแอบอ้างว่าเป็นคนของพรรคการเมืองหนึ่ง วันที่เกิดเหตุหลังอุ้มขึ้นรถ ก็ข่มขู่ให้เอาเงินมาให้ 1 ล้านบาทถึงจะปล่อย และเมื่อบอกว่าไม่มี ก็เอาโทรศัพท์ทักหาแฟนของตน ให้โอนเงินมาให้ 5 แสน หากไม่โอนจำเป็นต้องทำร้าย แฟนสาวจึงแจ้งตำรวจตามไปสกัดจับไว้ได้ 

ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย คือ นายบรรณสิทธิ์ อายุ 26 ปี นายกริชชัย อายุ 26 ปี และ นายจี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ถูกจับในความผิดฐาน “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง” 

จากการสอบปากคำ นายบรรณสิทธิ์ รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนอีก 2 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัด อีกทั้งยังพบประวัติเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง จึงนำตัวส่งดำเนินการคดี พร้อมขยายผลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ พบว่า นายบรรณสิทธิ์ มีการอ้างตัวเป็น ผู้ช่วย สส.พรรคก้าวไกล จ.ปทุมธานี

ล่าสุด นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า“กรณี นายบรรณสิทธิ์ อ้างเป็นผู้ช่วย สส.ของผม กระทำความผิด ถูกจับกุมข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง” ตามที่ปรากฏทางออนไลน์นั้น

ผมต้องขอโทษผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของนายบรรณสิทธิ์ รวมถึงขอโทษผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลทุกคน ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในแง่ข้อเท็จจริง ขอชี้แจงว่าบุคคลคนนี้ไม่ได้เป็นผู้ช่วย สส.ของผมไม่ได้มีตำแหน่งในกรรมาธิการใดๆ เป็นเพียงคนทำงานในพื้นที่ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในช่วงการทดลองงานด้วย ซึ่งการมีพฤติกรรมตามที่ถูกจับกุม ไม่ได้เป็นการสั่งการของผม และผมไม่เคยรับรู้มาก่อนแต่อย่างใด

ผมได้พูดคุยกับรองสารวัตรทางหลวงนครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้สกัดจับ รวมถึงพูดคุยกับรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ ผู้เป็นเจ้าของคดี เพื่อให้ความร่วมมือในการสืบสวน ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว โดยตำรวจทั้ง 2 ยืนยันว่า จากการสืบสวนการกระทำของนายบรรณสิทธิ์ เป็นพฤติกรรมส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม และไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องเรียกผมไปให้ปากคำ

ทั้งนี้ ผมได้สั่งให้บุคคลคนนี้ออกจากทีมทันทีหลังจากทราบข่าว กรณีที่เอาชื่อผมไปแอบอ้าง คงไม่ติดใจอะไร แต่ในส่วนของพรรค ก็เป็นการพิจารณาของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ต่อกรณีที่ทำให้พรรคเสียหาย

เรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนของผมและพรรคก้าวไกลในการรับคนมาเป็นทีมงานต่างๆ ในอนาคต

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องให้นายเชตวัน มาชี้แจง หากมีหลักฐานที่ฟังได้ว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการทางวินัย แต่เท่าที่ตนทราบคือ มีการไปแอบอ้างในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งต้องไปดูในรายละเอียดว่า มีพฤติการณ์เป็นอย่างไร ใครเป็นผู้เสียหาย  ยืนยันว่า ถ้ามีใครไปฉวยโอกาสใช้ตำแหน่ง จะไม่ปกป้อง  ซึ่งโทษสูงสุด คือ ขับออกจากพรรค หรือให้ออกตำแหน่งที่อยู่ใน กมธ.  และหากมีความผิดทางกฎหมายด้วย  ก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

นายชัยธวัช  ยังระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการเตือนมาตลอดให้ระมัดระวัง แต่ สส.เองก็ไม่รู้ว่าคนที่มาอาสาช่วยงานจะฉวยโอกาสมีพฤติกรรม ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปหากิน หาผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือไม่ หากพบก็ต้องไม่ปกปิดและดำเนินการตามกฎหมายเพื่้อเป็นตัวอย่างว่าห้ามมีพฤติกรรมแบบนี้

จับตา! ศาล รธน.พิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล ลุ้นเปิดไต่สวนหรือไม่?

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ