อัยการร่วมสอบคดี "เรือน้ำมันเถื่อน" ตั้งเป็นคดีนอกราชอาณาจักร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“วัชรินทร์ ภาณุรัตน์” รองอธิบดีอัยการ เผย อัยการสูงสุด ร่วมสอบคดีเรือน้ำมันเถื่อน พร้อมตั้งเป็นคดีนอกราชอาณาจักร เผยคนให้ประกันเป็นพนักงานสอบสวน ไม่เกี่ยวกับอัยการ

นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงคดีการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ต่อมาเกิดเหตุการณ์เรือของกลางหาย ว่า ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ปอศ. มีหนังสือกราบเรียนอัยการสูงสุดมาเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2567 อ้างว่ามีการจับกุมเรือทั้งหมด 5 ลำ ซึ่งมีการบรรทุกน้ำมันเถื่อนโดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 28 คน ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาเนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร

คอนเทนต์แนะนำ
แฉ! ก่อนเรือบรรทุกน้ำมันล่องหน ลูกเรือกักตุนเสบียงเพียบ
"บิ๊กเต่า"ลั่นฟันไม่เลี้ยง ตำรวจบกพร่องปล่อยเรือของกลางหาย

เรือน้ำมันเถื่อนหาย สตริงเกอร์ ชลบุรี
อัยการร่วมสอบคดี "เรือน้ำมันเถื่อน" ตั้งเป็นคดีนอกราชอาณาจักร

โดยขั้นตอนก่อนที่จะถึงอัยการสูงสุดคดีจะต้องผ่านสำนักงานการสอบสวนสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นสำนักงานที่จะรับผิดชอบคดีนอกราชอาณาจักร เมื่ออัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรก็ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 ปอศ. เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ พร้อมกับมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2567 ให้มีอัยการเข้าไปร่วมการสอบสวน โดยมีอัยการ 2 คนมีตนเป็นหัวหน้าทีม เข้าไปร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน ปอศ.

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนก็มีการปรึกษาหารือเบื้องต้นเเละอยู่ระหว่างการนัดหมายประชุมพนักงานสอบสวนในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ เเละก็เกิดเหตุการณ์ของกลางหายไปจำนวน 3 ลำ โดยที่ยังไม่ได้มีการประชุมกัน

อย่างไรก็ตาม เเม้เรือจะหายไปเเล้วเ เต่ก็ต้องเเยกคนละส่วน เพราะการกล่าวหาในคดีน้ำมันเถื่อนนี้เป็นการกล่าวหาโดยชุดจับกุม ซึ่งประกอบด้วย ตำรวจน้ำเเละตำรวจ ปอศ.จับกุมได้เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2567 การจับกุมเรือทั้ง 5 ลำที่มีการบรรทุกน้ำมันได้ที่บริเวณอ่าวไทยในจุดของใกล้เเท่นขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียมจัสมิน จะเป็นคดีหลัก ในการทำบันทึกการจับกุมมีของกลางเป็นเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 5 ลำ ซึ่งมีที่บรรทุกน้ำมัน 3 ลำอีก2ลำไม่มีน้ำมัน โดยกล่าวหาว่าเรือทั้ง 5 ลำร่วมกันเทียบเรือเพื่อถ่ายน้ำมันเลยจับมาทั้งหมด

ขณะนี้ยังไม่ทราบเเน่ชัดเรื่องเจ้าของเรือ เเต่ผู้รับผิดชอบเป็นนายท้ายผู้ควบคุมเรือทั้งหมด 5 ลำมีผู้ถูกกล่าวหา 28 ราย คือ นายสุนทร กับพวกเป็นผู้ต้องหา มีน้ำมันอยู่ในเรือ ส่วนคนที่ถูกจับใน 28 รายมีทั้งคนไทยเเละคนพม่า ลาว กัมพูชา เเต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย ทำหน้าที่เป็นลูกเรือ ควบคุมเรือ

ทั้งนี้ มีการเเจ้งข้อหาร่วมกันพยายามนำเข้ามาหรือส่งออกภายนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ผ่านวิธีทางศุลกากร ตาม พรบ.ศุลกากรฯมาตรา 242 ฐานร่วมกันซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายช่วยพาไปเสียในทรัพย์(น้ำมัน) อันของพึงต้องรู้ว่าเป็นของเกี่ยวเนื่องในความผิดดังกล่าว เเละ พ.ร.บ.สรรพสามิตรฯ ในกรณีร่วมกันบรรทุกของลักลอบหนีศุลกากรหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัดร่วมของการขายหรือมีไว้ซึ่งของสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ถูกต้อง ฉะนั้นข้อกล่าวหาจะมีทั้ง พ.ร.บ.ศุลกากรฯ เเละ พ.ร.บ.สรรพสามิตร เท่าที่ทราบจากพนักงานสอบสวนคือหลังจากเเจ้งข้อกล่าวหามีการประกันตัวไป 28 คนเเละให้ไปเฝ้าอยู่ในเรือดังกล่าว

โดยข้อกล่าวหาดังกล่าวมีอัตราโทษสูงเเละมีเรื่องค่าปรับที่เป็นจำนวนมาก จากจำนวนราคาที่นับจากปริมาณน้ำมันเป็นหลายเท่าตัว เรื่องที่ให้ประกันเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน ปอศ.เพราะตอนนั้นอัยการยังไม่เข้าไปร่วมสอบสวน

เเต่เมื่อพนักงานสอบสวนส่งมาว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรฯหรือไม่ ทางพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการส่งคำให้การมาให้พนักงานอัยการบางส่วน เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ต่อไป

เเละเมื่อเป็นคดีนอกราชอาณาจักรเเล้วเป็นอำนาจอัยการสูงสุดโดยตรงตาม ป.วิอาญามาตรา 20 ซึ่ง อสส.สามารถให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนฝ่ายเดียวก็ได้ เเต่เรื่องนี้อัยการสูงสุดเห็นว่าเป็นคดีสำคัญเลยมอบหมายอัยการสำนักงานการสอบสวนเข้าไปร่วมสอบสวน

ส่วนที่มีชื่อของ เสี่ยโจ้ ปัตตานี เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยหรือไม่นั้น นายวัชรินทร์ บอกว่า ในเบื้องต้นที่พนักงานสอบสวนทำมา ยังไม่มีชื่อนี้ปรากฏ  มีเเต่ชื่อนายเล็ก ส่วนชื่อโจ้ ยังไม่มี และต้องดูว่าการสืบสวนสอบสวนหลังจากนี้ เพราะตอนนี้เป็นการเริ่มต้นเข้าไปร่วมสอบสวน ซึ่งอำนาจการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดเพียงเเต่ผู้เดียว

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ