จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีการร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการฟ้องชู้เรียกค่าเสียหายจากผู้ที่มาเป็นชู้กับสามีหรือภรรยาของตัวเองขัดกับรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า กรณีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และบังคับให้คำวินิจฉัยมีผลเมื่อพ้น 360 วันนั้น จนทำให้หลายคนตีความว่าต่อไปนี้อาจจะฟ้องชู้ไม่ได้หรือไม่ ตลอดจนการตั้งคำถามว่าการชู้เป็นสิทธิเสรีภาพหรือไม่
ทั้งนี้ไล่เรียงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสองที่บัญญัติว่า "สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้"
ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ระบุว่า “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลจะกระทำมิได้” หรือไม่
โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และบังคับให้คำวินิจฉัยมีผลเมื่อพ้น 360 วัน
ทั้งนี้หลังมีเอกสารคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวเผยแพร่ออกไป นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง ก็โพสต์เลย บอกว่า “ #ทนายเมียหลวงคงไม่มีงานทำแล้วครับ หลังจากนี้ 360 วัน ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนกันไม่ได้แล้ว แต่ยังสามารถฟ้องหย่าด้วยสาเหตุอื่นได้นะครับ“
โดยทนายเดชา บอกว่า อธิบายง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช่การยกเลิกว่าไม่สามารถฟ้องชู้ได้เลย แต่เป็นการตีความเฉพาะเรื่องของความเท่าเทียมคือก่อนหน้านี้ผู้หญิงจะฟ้องชู้ของสามีตัวเองได้ต้องเปิดเผยแล้วเท่านั้น ส่วนเรื่องเงินทดแทนก็ยังสามารถเรียกได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น
ขณะที่ ทนายเจมส์ ที่โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ผู้หญิงฟ้องชู้มันมีเงื่อนไข เช่น จะต้องแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีสัมพันธ์ ในเชิงชู้สาวกับสามีของผู้อื่น ถึงจะฟ้องได้ ถ้าแอบกินกันก็ฟ้องไม่ได้ และก็ฟ้องได้เฉพาะกรณีของหญิงชู้เท่านั้น ถ้าสามีมีชู้ เป็นผู้ชายก็ฟ้องไม่ได้ ส่วนกรณีของผู้ชายแค่พิสูจน์ได้ว่า ล่วงเกินเมียของตัวเองไม่ต้องแสดงออกโดยเปิดเผยในเชิงชู้สาว หรือจะแอบกินกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย มาล่วงเกินภรรยา สามีก็สามารถที่จะฟ้องชู้ได้แล้วซึ่งเกิดความไม่เท่าเทียม ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย
อย่างไรก็ตามทนายเจมส์ มองว่า กระแสข่าวออกมาว่าน่าจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นกรณีของผู้ชายฟ้องชู้หรือผู้หญิงฟ้องชู้ครับ ส่งผลให้ผู้หญิงสามารถฟ้องชู้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงชู้หรือชายชู้ก็ฟ้องได้หมด และไม่ว่าจะแอบกินกันที่ไหนอย่างไร ถ้ามีหลักฐานเพียงพอ ก็ฟ้องได้เช่นเดียวกัน
ด้าน พันตำรวจโท กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะหน่วยงานที่ยื่นคำร้อง ชี้แจงว่า ในทำนองเดียวกันว่าเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ทั้งการที่ชายหญิงจะฟ้องชู้ต้องฟ้องได้เท่ากัน และรวมถึงสอดคล้องกับการผ่านพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมด้วย ใช้คำว่าคู่สมรสแทนสามีภรรยา ในกรณีของคนที่แต่งงานกัน จะเป็นเพศไหนแต่งงานกันก็มีสิทธิ์ หลังจากนี้ก็ต้องรอการแก้ไขเพิ่มเติมในรายละเอียด ตามกรอบระยะเวลา 360 วันที่มีการระบุ
“สนามแม่เหล็กดวงอาทิตย์สลับขั้ว” กำลังจะเกิด! มันคืออะไรและมีผลอย่างไร?