เมื่อเกิดปัญหาความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ หลายคนอาจเลือกเก็บหลักฐานเพื่อนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องหย่า การเรียกค่าทดแทนจากการมีชู้ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "การฟ้องชู้"
การถ่ายภาพหรือบันทึกคลิปของบุคคลอื่นเพื่อเป็นหลักฐาน รวมถึงการนำภาพหรือคลิปไปเผยแพร่หรือส่งต่อผ่านสื่อออนไลน์ อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายครอบครัว กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ขณะที่ นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ให้ความรู้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว ผัวเมีย และชู้สาว ระบุว่า เมื่อจับได้ว่าสามีนอกใจ เมียหลวงมีสิทธิฟ้องเมียน้อยเรียกค่าเสียหายได้ เมียหลวงมีสิทธิฟ้องหย่าสามีและเรียกค่าเสียหายได้ หรือถ้ายังรักสามีจะไม่ฟ้องอะไรเลยก็ได้
ส่วนกรณีที่มีการโพสต์คลิป หรือภาพเมียน้อย และสามีลงในสื่อสาธารณะเพื่อประจาน ในประเด็นนี้เมียหลวงเสี่ยงโดนฟ้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 บาท และหากมีภาพลามก อนาจาร เสี่ยงผิด พ.ร.บ. คอมฯ โทษหนักจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท นอกจากนี้คนที่แชร์ต่อก็มีความผิดเช่นกัน โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท แม้ลบคลิปแล้วก็ยังมีความผิด เนื่องจากความผิดสำเร็จแล้ว
ทีมข่าว PPTV ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมายดังกล่าว เพื่อช่วยป้องกันการกระทำผิดได้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เหตุแห่งการฟ้องหย่า
ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2568 ระบุเหตุแห่งการฟ้องหย่า ไว้ดังนี้
(1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือกระทำกับผู้อื่นหรือยอมรับการกระทำของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นคู่สมรสของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
การเรียกค่าทดแทน หรือ “การฟ้องชู้”
ขณะที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง และจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น
คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์ กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้
ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้
ทั้งนี้ หลักพิจารณาในการกำหนดค่าทดแทน ได้แก่
- ฐานะทางสังคม อาชีพการงาน การศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งคู่สมรส และตัวชู้ ซึ่งหากมีฐานะทางสังคมสูง การศึกษาสูง หน้าที่การงานดี ก็ย่อมมีค่าทดแทนสูงตามไปด้วย
- ระยะเวลาที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งหากมีระยะเวลานานยิ่งมีค่าทดแทนสูง
- มีการจัดงานแต่งงานหรือไม่
- การมีบุตรร่วมกัน
- ลักษณะความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้
- ความเปิดเผยในการเป็นชู้
- ระยะเวลาเป็นชู้
- ผู้เป็นชู้ รู้หรือไม่ว่ากำลังเป็นชู้
- ความสำนึกผิดหลังถูกจับได้ว่าคบชู้
- มีการฟ้องหย่า เพื่อเรียกทรัพย์สินจากอีกฝ่ายร่วมด้วยหรือไม่
โดยศาลจะพิจารณาจากองค์ประกอบเหล่านี้ เพื่อกำหนดค่าทดแทน ว่าการคบชู้นั้น ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อชื่อเสียง และครอบครัวมากน้อยแค่ไหน และหากดำเนินการฟ้องชู้ โดยไม่ประสงค์ฟ้องหย่า จะไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสที่คบชู้ได้
การฟ้องชู้ ถือเป็นคดีแพ่ง ต้องพิจารณาคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว โดยกระบวนพิจารณาจะเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความกัน มากกว่าการจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 หรือ กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) ระบุบทลงโทษกรณีละเมิด ฝ่าฝืน PDPA ไว้ดังนี้
ความรับผิดทางแพ่ง
- ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่ได้รับจริง และศาลสั่งลงโทษเพิ่มขึ้นได้แต่ไม่เกิน 2 เท่าของสินไหมทดแทนที่แท้จริง
โทษทางปกครอง
- ไม่ขอความยินยอมให้ถูกต้อง ไม่แจ้งรายละเอียดให้เจ้าของข้อมูลทราบ ไม่ให้เจ้าขอข้อมูลเข้าถึงตามสิทธิ ฯลฯ ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท
- เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากฐานทางกฎหมาย ปรับไม่เกิน 3,000,000 บาท
- เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปรับไม่เกิน 5,000,000 บาท
โทษอาญา
1. กรณีนำข้อมูลไปใช้ ทำให้เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โทษสูงสุดจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. กรณีนำข้อมูลไปหาประโยชน์แบบผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้การลงโทษทางอาญาข้างต้น ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง และองค์ประกอบ อาทิ เจตนาของการกระทำ การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป
ส่วนการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่อาศัย หมายเลขประจำตัว ไม่เข้าองค์ประกอบโทษอาญาตามมาตรา 79 (ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลลามกอนาจาร
อย่างไรก็ตาม หากมีการถ่ายคลิปหรือภาพอนาจารของชู้ มาโพสต์ลงในโลกออนไลน์ ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโพสต์ หรือ แชร์คลิปลามกอนาจารว่า ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (3)
ในส่วนผู้ที่ “แชร์หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจาร” อาจเข้าข่ายความผิดฐานเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือผู้โพสต์คนแรก ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (5)
ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - สคส,กรมประชาสัมพันธ์,กระทรวงยุติธรรม