วันที่ 18 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังทราบข้อมูลจากชาวบ้านว่ามีคนไทยและกัมพูชา ถูกกลุ่มวัยรุ่นกัมพูชาไล่ทำร้ายร่างกายจนต้องวิ่งหนีเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอด จึงติดต่อสอบถามข้อมูลกับผู้โพสต์ คือ น.ส.ศิริพร (ขอสงวนนามสุกล) อายุ 26 ปี พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ
เมื่อถึงที่บริเวณห้องเช่าแห่งหนึ่งมีห้องพักอยู่ติดกันกว่า 20 ห้อง พบชาวบ้านกว่า 20 คน อยู่ในอาการผวา พร้อมจับกลุ่มคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พบรถจักรยานยนต์ 1 คันยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีบรอนซ์-ดำ มีรอยคล้ายถูกมีดฟันที่ตัวรถ ตะกร้าหน้ารถบิดเบี้ยวและชิ้นส่วนแตกหลุดออกมา
น.ส.ศิริพร เปิดเผยว่า ตนและแฟนออกไปทำธุระกับเพื่อน เมื่อแยกกันตนกับแฟนถึงห้องแล้ว แต่เพื่อนแฟนยังไม่ถึง ภายหลังทราบว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นกัมพูชาไล่ทำร้ายและหนีเอาชีวิตรอดมาได้ ตอนนี้ชาวบ้านแม่น้ำคู้ ต้องอยู่แบบหวาดผวา วัยรุ่นกัมพูชากลุ่มนี้มีอยู่ 10 กว่าคน เกเรมาก ก่อเหตุไล่ทำร้ายคนไทย ไล่ทำร้ายคนชาติเดียวกันมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นมีใครมาจัดการได้
ด้านผู้เสียหาย เล่าว่า ตนได้ขี่รถรถจักรยานยนต์ไปหาน้อง เมื่อถึงกลางซอยแม่น้ำคู้ 3 แถวร้านสะดวกซื้อ มีวัยรุ่นกับพูชาขี่รถตามมาและตบที่ต้นคอจนตกใจ ตอนนั้นหันไปเห็นคล้ายกับอาวุธด้วยจึงขี่หนี แต่คิดว่าคงหนีไม่พ้นจึงทิ้งรถ หนีเข้าไปซ่อนตัวในป่าจนรอดมาได้
ส่วนผู้เสียหายอีก 1 ราย ชื่อ เป็นแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งขี่รถผ่านมาพอดี ก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นชาติเดียวกัน ขี่ตามไล่ทำร้ายร่างกายเช่นกันจนต้องทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหนีเข้าป่าจึงรอดมาได้ ส่วนรถถูกมีดฟันได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งคนไทย และชาวกัมพูชา ที่พักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าดังกล่าวต่างใช้ชีวิตกันอย่างหวาดผวา และ ได้เตรียมแจ้งความที่ สภ.ปลวกแดง เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมอยากฝากให้ สภ.ปลวกแดง เร่งจัดการกับกลุ่มกัมพูชากลุ่มนี้เพราะเป็นอันตรายต่อชุมชนอย่างมาก
“สนามแม่เหล็กดวงอาทิตย์สลับขั้ว” กำลังจะเกิด! มันคืออะไรและมีผลอย่างไร?