"บิ๊กเต่า" รับชื่อในแชตหลุด ตร.จริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าว กรณีเรือน้ำมันหาย ยอมรับแชตหลุด “เสี่ยโจ้” สนทนาตำรวจน้ำเป็นของจริง ส่วนโพยจ่ายส่วย 1 ล้าน เป็นของเก่าปี 55 ลั่นเอาตาย หากพบเจ้าหน้าที่เอี่ยวน้ำมันเถื่อน

วันที่ 20 มิ.ย. 2567 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงความคืบหน้าคดีเรือบรรทุกน้ำมันของกลางที่หลบหนีไป โดยยอมรับว่า  เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายทางราชการ กรณีเรือน้ำมันของกลางสูญหายพบข้าราชการ 3 นาย มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีส่วนรู้เห็นให้ความช่วยเหลือด้วยหรือไม่ ซึ่งตนเองจะเป็นคนกำกับดูแลการสอบสวนเอง  หากพบข้าราชการคนไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทั้งหมดไม่มีละเว้น 

เรือของกลาง รายการเข้มข่าวค่ำ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

รวมถึงการตรวจสอบเรื่องแชตไลน์ที่หลุดด้วย  ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่สนว่ายศใหญ่แค่ไหน พร้อมท้าว่าหากหาชื่อเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดมาแล้ว ตนไม่กล้าดำเนินการ จะขอลาออก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังยอมรับเรื่องแชตไลน์ที่หลุดออกมา เป็นการสนทนาระหว่าง "ผกก น."คุยกับเสี่ยโจ้ เรื่องการจ่ายส่วยว่าจากการตรวจสอบโปรไฟล์ไลน์ คาดว่าน่าจะเป็นของจริง และในการสนทนา มีการพูดถึงข้าราชการตำรวจ 4-6 คน ซึ่ง 1 ในนั้น เป็นทหารเรือ เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันกับตัวเอง ก่อนที่จะมีการโอนย้ายไปเป็นตำรวจน้ำ 

ส่วนอีก 5 คน ที่ปรากฎชื่อในแชต แบ่งเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 2 คน รองผู้บังคับการ สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 2 นาย ผู้กำกับการ 1

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า แม้จะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่จะไม่เข้าไปช่วยเหลือ และยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้อยู่แล้ว 

ด้าน พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวถึง โพยส่วยที่มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการจ่าย เงินให้กับ 10 หน่วยงาน  ซึ่ง 1 ในนั้น พบว่ามีการจ่ายเงินให้กับผู้บังคับการตำรวจน้ำ 1 ล้านบาทว่าเป็นเอกสารเก่าที่เคยมีการตรวจยึดได้มานานแล้ว เมื่อปี 2555  ตรวจยึดได้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นช่วงที่ตัวเองไม่ได้รับราชการในสังกัดกองบังคับการตำรวจน้ำด้วย ยืนยันว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง จึงอยากขอความเป็นธรรม และยินดีให้หน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบ 

ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ยังบอกว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากสามารถนำเรือน้ำมันของกลางกลับมาได้ พบว่ามีน้ำมันเหลือเพียง 18,000 ลิตร 

ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่าในการสืบสวนสอบสวน แบ่งออกเป็น 2 คดี คดีแรกการจับกุมเรือน้ำมันเถื่อน อยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ปอศ. และ อัยการสูงสุด เนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร กองบังคับการปราบปราม มีหน้าที่ในการสืบสวนขยายผลและนำพยานหลักฐานไปสนับสนุน

ส่วนคดีที่สอง เกี่ยวกับเรื่องเรือหาย ทางกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้ควบคุม วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 รายไปฝากขังเรียบร้อยแล้ว

ส่วนการขยายผล เรื่องลักเรือและนำน้ำมันไปขายจะมีใครบ้าง ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกองปราบกำลังเร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นผู้สั่งการ ซึ่งมีประมาณ 3-4 คน ที่เข้าข่ายกระทำความผิดแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ  ยังบอกว่าในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน อยากเรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจที่ถูกกล่าวหา  เพื่อพิสูจน์ความจริง  ซึ่งส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะพิจารณา ว่าคณะกรรมการชุดใดจะมีความเหมาะสม

 

ประกันสังคม ย้ำ ผู้ประกันตนเกษียณอายุ-ชราภาพ รับเงินคืนได้ไม่สูญเปล่า!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ