ข้อความแชทไลน์กลุ่ม บก.สอท.1 ที่มีสมาชิกเป็นตำรวจ และเจ้าหน้าที่ รวม 273 คน 1 ในนั้นก็มี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 อยู่ในกลุ่มด้วย
ในแชทข้อความ ช่วงแรกมีการส่งวาระการประชุม นำเสนอความคืบหน้าคดี การแถลงข่าวของกองกำกับการในรอบสัปดาห์
แต่กลับมีข้อความหนึ่ง จากผู้ใช้ไลน์ที่ชื่อว่า “Admin บก.สอท.1” ว่า “เรียน ผบก. ครับ ผมไม่อยากอยู่ สอท.1 อีกแล้ว ผมไม่อยากเป็นขี้ข้าใครอีกแล้ว
ผมโดนหลอกใช้มาสามปี ไอ้ ส.. คนไม่ทำงาน แม่งไม่เจ็บตัวและทิ้งท้ายข้อความด้วยการแจดกล้วย ( ค..) ไม่สามารถพูดออกอากาศได้
หลังแชทนี้ถูกนำออกมาเปิดเผย ก็ยังไม่ได้มีหน่วยงานต้นสังกัดออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว จนล่าสุดทีมข่าวได้เจอ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสอบถามประเด็นเรื่องแชทหลุดดังกล่าว
พล.ต.ท.วรวัฒน์ ระบุว่า ทางผู้บังคับการ สอท.1 ตรวจสอบแล้ว พบว่า แอดมินที่พิมพ์ข้อความดังกล่าว ก่อนหน้านี้เป็นรองสารวัตรสอบสวน เป็นคนที่ขยัน จนผู้การฯ เสนอชื่อขึ้นตำแหน่งสารวัตรสอบสวน และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตรสอบสวน กองกำกับการ 2 สอท.1 และมอบหมายให้เป็นแอดมิน สอท.1 ผิดชอบเรื่องการแจ้งความภัยออนไลน์ ซึ่งทำส่วนงานดังกล่าวมาได้ 2-3 ปีแล้ว
สาเหตุที่เกิดแชทหลุด มาจากช่วงหลังๆ งานที่สารวัตรคนนี้ ได้รับมอบหมายค่อนข้างเยอะ ประกอบกับเจ้าตัวเป็นคนเคร่งครึ้ม ชอบอยู่คนเดียว จึงทำให้มีความเครียดสะสม จนระบายออกมาอย่างที่เห็น จากการสอบถามเป็นเพียงความเครียด ไม่ได้มีการดื่มแอลกอฮอล์ และพอได้สติเพียง 10 นาทีก็ลบข้อความ ทันที
ส่วนโพสต์ที่บอกว่า ถูกหลอกใช้ และพูดถึงนายตำรวจคนอื่นว่าไม่ทำงานนั้น พล.ต.ท.วรวัฒน์ บอกว่า อาจเกิดจากอารมณ์ในช่วงนั้น เมื่อรู้สึกอัดอั้น ก็จะมีการเปรียบเทียบงานกับคนอื่น สอท.1 มีนายตำรวจ ที่เป็นแอดมิน 3-4 คน ซึ่งถ้าเทียบกับปริมาณงาน วันละ 100-200 เรื่อง ก็อาจต้องทำงานหนักจนเกิดความกดดันได้
เบื้องต้น ผู้บังคับบัญชาได้เรียกสารวัตรคนนี้มาพูดคุย และเปลี่ยนหน้าที่ให้ไปอยู่ในส่วนของสารวัตรสอบสวน ไม่ต้องเป็นแอดมินรับงานแจ้งความแล้ว ส่วนจะมีการลงโทษทางวินัยหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา แต่คงไม่หนักถึงให้ออกจากราชการ เพราะ นายตำรวจคนนี้ ถือว่าตั้งใจทำงานมาโดยตลอด
ส่วนต้นต่อที่แชทหลุด ใครเป็นคนนำออกมาเผยแพร่นั้น พล.ต.ท.วรวัฒน์ บอกว่า เป็นหน้าที่ของทางต้นสังกัด ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ก็ต้องดูเจตนาประกอบไปด้วยว่า เป็นแค่ความผิดพลาดหรือไม่
ทั้งนี้ สังคมจับตาหน่วยงาน สอท.หลังจากที่มีชื่อของ 2 บิ๊กตำรวจ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ พล.ต.ท.วรวัฒน์ บอกว่า ตำรวจทำงานหนักทุกหน่วย ยอมรับว่า ความขัดแย้งของสองบิ๊กตำรวจ เกิดจากเรื่องเว็บพนัน และ สอท.ก็เป็นหน่วยที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง
เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ เพราะคนที่มีชื่อเกี่ยวโยงกับเว็บพนัน เป็นถึง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ มองว่า ในฐานะหัวหน้าหน่วยก็มีความกดดันอยู่แล้วเป็นปกติ อย่างช่วงนี้สังคมจับตามอง ก็ยิ่งต้องทำงานให้เห็นว่า ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แล้ว
พล.ต.ท.วรวัฒน์ ยังชี้แจงกระแสข่าว เรื่องที่จะเกษียณก่อนอายุราชการ ว่าในชีวิตข้าราชการตำรวจก็อยากเลื่อนยศเป็น พล.ต.อ. อยู่แล้ว ตอนนี้ตัวเองมีโอกาสตัดสินใจได้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เพราะปีหน้าจะเกษียณอายุราชการ หากยังทำงานต่อก็จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ แต่ไม่มีโอกาสได้ครองยศ พล.ต.อ.
ทำให้อยู่ระหว่างการพิจารณาหารือกับทางครอบครัว ผู้บังคับบัญชา รวมถึงเพื่อนร่วมงาน ว่าจะตัดสินอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่า เรื่องการออกจากราชการไม่เกี่ยวกับความกดดันเรื่องบิ๊กตำรวจเกี่ยวข้องกับเว็บพนันแน่นอน
คนบันเทิงอาลัย “โฉมฉาย ฉัตรวิไล” ยกเป็นเพชรเม็ดงามวงการบันเทิงไทย