ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์เต็มแล้ว สำหรับเรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำหายไปจากท่าเรือสัตหีบ แม้จะตามกลับมาได้แต่ในทางการสืบสวนยังไม่หยุด
ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า จากการสืบสวนพบข้อมูลว่า “เสี่ยโจ้” ยังเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านใกล้กับชายแดนไทย มีรายงานว่า “เสี่ยโจ้” ยังออกไปเล่นการพนันแบบไม่สะทกสะท้าน
ซึ่งสัปดาห์นี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติบอกว่าในส่วนของคดีจะมีคืบหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะคดีของ “เสี่ยโจ้” เบื้องต้นตามกระบวนการจะมีการออกหมายจับก่อน ซึ่งแบ่งคดีเป็น 2 เหตุการณ์ คดีส่วนแรกจะเป็นการขยายผลจากการจับกุมเรือน้ำมันเถื่อน 5 ลำ ซึ่งน่าจะขยายผลไปถึงเสี่ยโจ้ส่วนที่เป็นเจ้าของเรือ ส่วนอีกคดีจะเป็นคดีที่ขโมยเรือน้ำมันของกลางออกไป และเมื่อออกหมายจับแล้ว จะมีการประสานขอออกหมายแดงอินเตอโพลเพื่อแจ้งให้ประเทศในกลุ่มสมาชิกจับกุมส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
ส่วนในวันพรุ่งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าจะมีการประชุมที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางติดตามความคืบหน้าคดีนี้ และออกจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจน้ำ ประมาณ 3 นาย ตั้งแต่ระดับสารวัตรลงไป ในโทษฐานที่ปล่อยปละละเลยจะเรือน้ำมันของกลางหายไป ซึ่งคาดว่าหลังจากการประชุมวันพรุ่งนี้น่าจะรู้แล้วว่ามีใครบ้างและจะแจ้งข้อกล่าวหาวันไหน
ส่วนกรณีของ “เสี่ยเล็ก” หรือผู้จัดการเล็ก ที่ทีมข่าวพีพีทีวีบังเอิญถ่ายภาพมาได้ในวันที่มีการจับกุมเรือวันแรก 19 มี.ค. เบื้องต้นยืนยันว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบงการนำเรือของกลางออกไปจากท่าเทียบเรือสัตหับ ตำรวจกำลังรวมรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับต่อไป ซึ่งยังไม่ยืนยันว่ายังอยู่ในเมืองไทยหรือไม่ ส่วนความสัมพันธ์กับ “เสี่ยโจ้” นั้น ก็มีรายงานว่าอาจเป็นถึงระดับมือขวาของ “เสี่ยโจ้”