วันที่ 23 ก.ค. 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.จับกุมตัว นายณรงค์ฤทธิ์ หรือ ไวท์ (สงวนนามสกุล)อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมายจับ
1.หมายจับศาลอาญาที่ 3748/2566 ลงวันที่ 1พ.ย. 2566 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"
2.หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 1043/2566ลงวันที่ 14 พ.ย. 2566 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด”
และพบประวัติเคยถูกดำเนินคดีอาญา 2 คดีดังนี้
1. สน.ทุ่งสองห้อง คดีอาญาที่ 100/2565 ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ใช้ตราสัญลักษณ์ปลอมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นภาพของผู้ใช้โดยผิดกฎหมาย”
2. สภ.เมืองระยอง คดีอาญาที่ 253/2565 ข้อหา “ฉ้อโกง”
พฤติการณ์กล่าว คือ ปลอมเป็นสารวัตรแจ๊ะ” ตระเวนก่อเหตุหลอกลวงในโลกออนไลน์มาเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่ง ตำรวจ สอท.1 จับกุมตัวไปเมื่อ 26 ก.พ. 2565 โดยได้ถูกจับกุมตัวตามหมายจับ 2 หมายจับ หลังก่อเหตุแอบอ้างปลอมตัวเป็น ฝ่ายไอที ของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แล้วลวงโกงเงินค่าฉีดวัคซีนไปหลายราย ซึ่งหลังเจ้าตัวถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ประกันตัวออกมาและอยู่ระหว่างสู้คดียังคงเดินสายหลอกลวงต่อมาเรื่อยๆพัฒนารูปแบบ เช่น ปลอมเป็นเภสัชเข้าไปในกลุ่มขายยาหลอกขายฟ้าทะลายโจร , หลอกขายหวยกองสลากพลัส
จนในปัจจุบันเข้าตัวได้มีหมายจับเพิ่มมาอีก 2 หมายจับ ซึ่งเจ้าตัวยังก่อวีรกรรมแสบ “ต้มตุ๋นเจ้าหน้าที่” เลียนแบบหนัง Catch me if you can กล่าวคือ เคยมีตำรวจชุดหนึ่งได้เข้าไปที่บ้านเพื่อจับกุมตัวนายไวท์ แต่ได้มีการโวยวายอ้างว่าถูกจับกุมไปแล้ว สร้างความไขว้เขวกับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะใช้จังหวะทีเผลอหลบหนีออกจากบ้านไป
จนล่าสุด วันที่ 23 ก.ค. 2567 พล.ต.ต.ธีรเดช ส่งชุดสืบนครบาลบุกไปถึงที่พักในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โดยขณะจับกุมเจ้าตัวยังคงใช้มุขเดิมโดยพยายามตุ๋นเจ้าหน้าที่ว่าตนถูกจับกุมไปแล้ว แต่ชุดสืบนครบาลไม่หลงกล ทำการจับกุมตัวทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือก็พบว่ามีการ “ปลอมเป็นสารวัตรแจ๊ะ” แล้วกำลังจะหลอกขายเสื้อให้กับเหยื่อได้อย่างฉิวเฉียด
ในชั้นจับกุม นายณรงค์ฤทธิ์ ให้การว่า เรื่องการขายโควตาวัคซีนนั้น เป็นรับว่าเป็นผู้สร้างบัญชีเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่และประกาศหาคนที่ต้องการฉีดวัคซีนให้มาลงเป็นกับตน แต่ภายหลังไม่ได้การรับวัคซีน จึงเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไปฟ้องตน ในส่วนนี้ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ต่อมาการหลอกขายสมุนไพรฟ้าทลายโจร ได้สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ ในช่วงเวลาเดียวกับเคสวัคซีน และก็ไม่ได้มีการจัดจัดส่งสมุนไพรให้ผู้สั่งซื้อแต่อย่างใด และกรณีล่าสุดตนเองแอบอ้างเป็นสารวัตรแจ๊ะ กำลังจะหลอกขายเสื้อให้กับเหล่าแฟนคลับแต่ว่ามาถูกจับได้เสียก่อน
หลังจับกุมขยายผลได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีต่อไป