จากกรณีที่มีข่าวเรื่องไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมนอกปากปลาหมอคางดำได้ถึง 2 เดือน และยังฟักเป็นตัวได้ นั้น กรมประมง เปิดเผยว่า สาเหตุหนึ่งของการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำเป็นวงกว้าง คือ ไข่ที่อยู่ในปากของปลาหมอคางดำสามารถมีชีวิตอยู่ในปากปลาที่เสียชีวิตแล้วได้อีกประมาณ 10-15 นาที และ หากไข่หลุดออกจากปากปลาไปอยู่ในน้ำและไม่ให้อากาศ ไข่จะสามารถมีชีวิตต่อได้อีก 50 นาที - 1 ชั่วโมงเท่านั้น
เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดในพื้นที่อื่น หรือพื้นที่แพร่ระบาดเดิม กรมประมง จึงมีข้อควรระวังภายหลังนำปลาหมอคางดำขึ้นจากแหล่งน้ำดังนี้
1. นำขึ้นมาเพื่อบริโภค
ควรขนส่งแบบไม่ใช้น้ำ เพื่อป้องกันไข่หลุดรอดลงน้ำและบ่อน้ำทิ้ง
2. นำไปเป็นอาหารสดเลี้ยงสัตว์น้ำ
ควรบดหรือสับก่อนนำมาให้สัตว์น้ำ เพื่อป้องกันไข่หลุดรอดลงในบ่อ
3. นำไปเป็นเหยื่อล่อจับสัตว์น้ำ
ให้ใช้ปลาไม่มีชีวิต หรือชิ้นส่วนของปลาไม่มีไข่ปลาติดอยู่ การใช้ปลาสดต้องแน่ใจว่าไม่มีไข่หลงเหลือในปากปลา
4. การขนไปเป็นอาหารสัตว์ หรือปุ๋ยชีวภาพ
ควรขนส่งแบบไม่ใช้น้ำ การล้างน้ำอุปกรณ์ ภาชนะ รวมถึงพาหนะในการขนส่งควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำ และบ่อน้ำทิ้ง
5. การขนส่งปลาเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
หากขนส่งปลาสดทั้งตัวด้วยน้ำแข็ง ควรนำปลาใส่ถุงหรือภาชนะก่อน ไม่ควรให้ปลากับน้ำแข็งสัมผัสกัน เพื่อป้องกันไข่ปลาหลุดลงน้ำ หากเป็นไปได้ควรมีการแล่ปลาหรือจัดการชิ้นส่วนในพื้นที่แพร่ระบาดก่อนขนย้าย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่อื่น
เต็นท์รถชะลอรับซื้อ EV มือสอง หลังราคาลงแรงขายออกยาก