ยังคงเดินหน้าออกมาแฉเครือข่ายเว็บพนันต่อเนื่องสำหรับ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หลังจากเมื่อวานนี้ได้ออกมาเปิดเผยแชตที่อ้างว่า เป็นแชต สนทนาของ “กลุ่มสั่งงานเจ้าของเว็บพนัน” ลักษณะเหมือนการพูดคุยเรื่องถูกอายัดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการรับเงินเว็บพนัน พร้อมพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนบัญชีรับเงิน รวมถึงมีการส่งข้อมูลเรื่องการจับกุมเว็บพนันล่วงหน้าด้วย
ซึ่งในแชตมีคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “Earth zaa” ส่งข้อความว่า “ตอนนี้ทุกหน่วยที่เราเคลียร์ขออัพเดทใหม่หมดเลย เดี๋ยวจะต้องคัดเป็นตัวตัวไป” “เดี๋ยวมีจับชุดใหญ่เดือนหน้ารู้มา เค้าเลยให้รีบส่งชื่อ”
ทนายตั้มบอกว่า “Earth zaa” คนนี้แหละเป็นคีย์แมนคนสำคัญของเว็บพนันเครือข่ายรัฐมนตรีทาแป้ง ทนายตั้มให้ข้อมูลว่า นอกจากคนนี้จะเป็นลูกน้องในทีมงานเว็บพนัน ยังเป็นคณะทำงานคนใกล้ชิดของรัฐมนตรีด้วย โดยมีภาพเป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่อ้างว่าคือ รัฐมนตรีทาแป้ง และ “Earth zaa” ลงพื้นที่ทำงานด้วยกัน
ส่วนที่เห็นว่า “Earth zaa” คนนี้มีการแจ้งข้อมูลการจับกุมเว็บพนันล่วงหน้า ทนายตั้ม บอกว่า เว็บพนันเป็นขบวนการใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีเส้นสายตำรวจคอยแจ้งข่าวเรื่องการจับกุมต่างๆอยู่แล้ว ทำให้ที่ผ่านมาก็จะเห็นว่าเวลามีการจับกุมเว็บพนัน ตำรวจจะจับได้แต่เว็บเล็กๆ
ส่วนที่มีข้อมูลว่าตอนนี้รัฐมนตรีที่ตัวเองออกมาแฉว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ส่งทีมกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับตัวเอง ทนายตั้ม บอกว่า ทราบจากข่าว ว่ามีการดำเนินคดีไว้ที่จังหวัดพะเยา ซึ่งมองว่า เป็นการร้อนตัว เพราะที่ผ่านมา ยังไม่เคยพูดชื่อรัฐมนตรีคนไหนออกสื่อ เพียงมีการแก้ข่าวให้ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าไม่ใช่รัฐมนตรีที่ตกเป็นข่าวเท่านั้น
ส่วนการเอาผิดเครือข่ายเว็บพนัน ทนายตั้ม ได้นำหลักฐานเส้นทางการเงิน ยื่นให้กับ กมธ.ปปง. บอกว่า เป็นสเตทเมนท์ ที่มีการโอนครั้งละ 30-40 ล้านบาท กระจายไปยังบัญชีต่างๆ ซึ่งถ้าสามารถตรวจสอบได้ ก็จะรู้ว่าใครเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันนี้บ้าง โดยเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงเว็บเดียวที่ สอท.จับกุมได้ ส่วนจะเอาผิดไปถึงรัฐมนตรีได้หรือไม่
ทนายตั้ม ยอมรับว่า หลักฐานที่มีอาจไม่สามารถเอาผิดกับรัฐมนตรีคนนี้ได้ เพราะ ไม่ได้ทำเว็บเอง แต่รับเป็นหุ้นลม และ จ่ายเป็นเงินสด ทำให้ไม่มีเส้นทางการเงินสาวไปถึง แต่ส่วนของ ส.ก. เชื่อว่าสามารถดำเนินคดีได้ ขณะเดียวกันก็มองว่า การจะเอาผิดใครก็ต้องอยู่ที่ตำรวจด้วยว่า จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้หรือไม่ เพราะมองว่า ผู้กระทำความผิดมักจะทิ้งร่องรอยไว้อยู่แล้ว