กลายเป็นการเขย่าเว็บพนันออนไลน์อีกครั้ง หลังจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ออกมาเปิดตัว 3 ผู้อยู่เบื้องหลังเว็บพนันเครือข่ายลูกชายอดีตนักการเมืองคนดัง ทั้ง ส.ก.ในสังกัดของกรุงเทพมหานคร, นายตำรวจชั้นผู้น้อย สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และคนระดับบิ๊กรัฐมนตรี "ชอบทาแป้ง" เป็นนายใหญ่คอยเคลียร์ให้ จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมอีกครั้ง
ล่าสุดวันนี้ ทนายตั้ม ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่ารัฐมนตรีที่อ้างถึงดังกล่าว ไม่ใช่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนตำรวจที่อ้างถึงนั้นก็ไม่ใช่ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ บก.ปคม. ตามที่มีการเปิดข้อมูลออกมาจากรายการทีวีช่องหนึ่ง แต่ก็มีบางส่วนที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะชื่อ “ซ.โซ่” ซึ่งเป็นญาติของผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่ลักษณะคอยเคลียร์ปัญหาให้โดยกลุ่มคนเหล่านี้ จะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
ทนายตั้ม บอกอีกว่า ส่วนเหตุผลที่ตัวเองออกมาเปิดโปงเรื่องดังกล่าว เนื่องจากพบข้อมูล ว่ามีรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง ที่ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง อยู่ในกระทรวงใหญ่เกรดเอ ชอบทาแป้ง เป็นหุ้นลม ที่คอยรับผลประโยชน์จาก ส.ก. ที่มีพฤติกรรมทำเว็บพนันมานานกว่า 10 ปี โดยมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าหลายพันล้าน และหลังจากที่มีการแฉข้อมูล รัฐมนตรีคนดังกล่าวได้โทรไปหา พ.ต.อ.ดวงโชติ ว่าเป็นความจริงหรือไม่
ซึ่งนอกจากรัฐมนตรีรายดังกล่าวแล้ว ทนายตั้ม ยังกล่าวถึง ส.ก. ที่ออกมาแฉว่ามีความสนิทสนมกับ พ.ต.อ.รายหนึ่ง ที่ขณะนี้กำลังได้รับการสนันสนุนเป็นผู้บังคับการของกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ ซึ่งมีอักษรย่อ “รอง ซ.โซ่” เพิ่งเริ่มออกมาทำเว็บพนันเป็นของตัวเอง เพื่อรับผลประโยชน์
โดยเห็นได้จากการที่ภรรยาของ รอง ซ.โซ่ มีการถ่ายรูปคู่และใช้ของแบรนด์เนม ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่รองดอเด็กตกอับมาหลายปี และมีกระแสข่าวว่า อาจจะมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับ ผู้ช่วย รมต.ของกระทรวงหนึ่ง
ซึ่งหลังเปิดข้อมูลดังกล่าวออกไป ทนายตั้ม บอกว่าเมื่อคืนนี้มีบุคคลปริศนาส่งข้อความมาถึง สอบถามว่าจากการแฉนั้น จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดหรือต้องการเพียงเรียกเงินค่าปิดปากแลกกับการไม่แฉ โดยในแชทข้อความบางส่วนพบว่ามีการพูดคุยจากชายปริศนา บอกว่าเคยมาปรึกษาคดีกับทนายตั้มด้วย และหลังจากเห็นข่าวที่ทนายตั้มแฉ ก็ออกตัวว่าสามารถประสานได้หมด ซึ่งในแชต ทนายตั้ม ยืนยันว่ามีหลักฐานใหญ่แค่ใหญ่เอาหมด คู่กรณีตอบกลับมาว่า จะเอาขนาดไหน เอาให้ตาย หรือให้มอบตัว
ซึ่งทนายตั้ม ยืนยันว่า ไม่เคยรับเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดโปงความจริง เพราะในอดีตตัวเองก็ได้ต่อสู้กับบุคคลระดับ ผบ.ตร. มาแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงกลัวใคร เหมือนคนบางคนที่มีการเรียกรับเงิน 40 ล้านแลกกับการหยุดแฉขบวนการเว็บพนันออนไลน์ในภาคตะวันออก
ทนายตั้ม บอกว่าหลักฐานและข้อมมูลที่จะนำมาแฉ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่ยังมีหลักฐานอีกหลายชิ้นที่ ภายในสัปดาห์หน้าจะเปิดหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่เชื่อว่าหากมีความเชื่อมโยงถึงบุคคลใด อาจจะหลุดจากเก้าอี้อย่างแน่นอน