นางสาวเมย์ อายุ 37 ปี ผู้เสียหาย อาชีพธุรกิจส่วนตัว มาร้องผ่าน ทนายรัพล ศิริสาคร เล่าว่า เธอรู้จักกับ นางสาว ป. อายุ 50 ปี คู่กรณีจากการไปเล่นพนันที่บ่อนต่าง 3-4 ครั้ง
จนวันที่ 10 มิ.ย. นางสาว ป.คู่กรณี ชวนเธอและเพื่อนไปเล่นที่บ้านหลังเกิดเหตุ เธอไปกับเพื่อน 7 คน รวม นางสาว ป. เจ้าของบ้านด้วยก็เป็น 8 คน อ้างว่าจะได้เสียค่าต๋งน้อยๆ ซึ่งเธอสังเกตุเห็นความผิดปกติบริเวณประตูบ้าน เพราะทุกครั้งประตูจะถูกปิดล็อค และต้องใส่รหัสผ่านถึงจะเข้ามาได้ แต่ในวันนั้นมีเพียงแค่ผ้าสีน้ำเงิน 1 ผืนที่ไปขัดประตูไว้
เล่นไปประมาณชั่วโมงกกว่าๆ ก็มีตำรวจประมาณ 30-40 นาย เข้ามาจับกุมถึงภายในบ้าน แต่จับเพียงเธอและเพื่อน 7 คน ส่วนเจ้าของบ้านไม่โดนจับ
จากนั้นตำรวจคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ลาดกระบัง โดยบอกว่า ลูกสาวของคู่กรณีแจ้งความเอาไว้ ว่าพวกเธอทั้ง 7 คน โกงเงินคู่กรณีไปหลายล้านบาท พร้อมกับให้คืนเงินเจ้าของบ้าน โดยให้ลงนามในกระดาษ A4 เพื่อยินยอม และถูกบังคับให้โอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารในมือถือเข้าบัญชีของคู่กรณี
ซึ่งในบรรดาผู้เล่น มีการโอนเงินไปหลายยอดแล้วแต่เงินในบัญชี 17,000 บาทบ้าง 28,000 บาท ยางรายก็ 500,000 บาท ส่วนผู้เสียหายโอนไป 800,000 บาท เธอบอกว่า รวมๆ เงินที่โอนไป และทรัพย์สินที่ติดตัววันนั้นประมาณ 2 ล้านบาท จำต้องทำ เพราะตำรวจบอกว่าให้โอนไปก่อน ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ผิดจะโอนคืนให้ หากไม่ทำตามจะถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม
สุดท้ายผู้เสียหายกับคนอื่นๆ ถูกแจ้งข้อหาลักลอบเล่นการพนัน โดยส่งหลักฐานฟ้องศาลเป็นเงินของกลางแค่หลักร้อย ทั้งที่ของกลางในวันนั้นเป็นเงิน 260,000 บาท
ซึ่งมีหลายอย่างที่เคลือบแคลงใจกับการดำเนินคดีของตำรวจ ที่ไม่ดำเนินคดีกับตัวเจ้าของบ้าน ทั้งที่นั่งเล่นอยู่ด้วย ส่วนลูกสาวและลูกเขย ที่อยู่ภายในบ้านก็ไม่ไโดนข้อหาใดๆ และยังบังคับให้โอนเงินคืนเจ้าของบ้านอีก ทั้งนี้ได้ข่าวมาว่า เจ้าของบ้านเป็นญาติกับสารวัตรจริงหรือไม่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหลักฐานการโอนเงิน พบว่านักพนันที่ถูกจับกุมนั้น มีการโอนเงินพร้อมๆ กันในช่วงเวลาที่ถูกจับกุม ซึ่งต้องตรวจสอบว่ามีการถูกบังคับตามที่กล่าวอ้างหรือไม่
ไปความจริงอีกด้าน วันนี้ตำรวจ สน.ลาดกระบัง พ.ต.อ.สมคิด ประเชิญสุข ผกก.สน.ลาดกระบัง ชี้แจงยืนยันว่าในวันดังกล่าวตำรวจได้รับแจ้งจากลูกสาวของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ว่ามีการลักลอบเล่นพนัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม 7 นาย จึงเข้าไปตรวจและจับกุมตัวผู้ต้องหา 7 คนที่ลักลอบเล่นพนันตามพยานหลักฐาน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนจะมีการส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดี และศาลมีคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว
ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายสงสัย ว่าทำไมถึงไม่จับกุมเจ้าของบ้านด้วย ทั้งที่มีการเล่นพนันด้วยกัน พ.ต.อ.สมคิด ชี้แจงว่า เป็นเพราะเจ้าของบ้านและลูกสาอยู่ในสถานะสายลับ และเป็นผู้แจ้งเบาะแส รวมถึงส่งสัญญาณให้ตำรวจเข้าไปจับกุม
ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหาย อ้างว่า ถูกตำรวจบังคับใหโอนเงินไปให้กับเจ้าของบ้าน ของผู้เสียหายโอนไป 8 แสน รวมกับของคนอื่นประมาณ 2 ล้าน พ.ต.อ.สมคิด ชี้แจงว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ส่วนตัว เชื่อว่าไม่น่ามีความเป็นไปได้ เชื่อว่าลูกน้องทั้ง 7 คน ไม่นอกลู่นอกทาง รวมถึงเงินของกลางที่ผู้เสียหาย บอกว่า มีถึง 200,000 บาท พ.ต.อ.สมคิด ยืนยันว่า มีแค่ 700 บาท
ผู้สื่อข่าวยังถามประเด็นที่ผู้ร้อง ต้ังข้อสังเกตุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากทางสารวัตร เป็นญาติกับเจ้าของบ้านจริงหรือไม่ ไปฟังคำตอบจาก พ.ต.อ.สมคิด
คดีนี้พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 สั่งให้มีการตั้งกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด โดยจะเรียกทั้งผู้เสียหายทั้ง 7 คน เจ้าของบ้าน และตำรวจชุดจับ มาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมดว่ามีการเรียกเงินจริงหรือไม่
ยืนยันว่า การจับกุม เป็นไปตาม พรบ.อุ้มหาย ที่มีการบันทึกภาพการจับกุม เพื่อความชัดเจนโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ถ้าพบว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น หรือเกี่ยวข้องกับตำรวจผู้ใด ก็จะไม่ปล่อยไว้แน่นอน โดยจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของตำรวจทั้ง 7 นายให้ชัดเจน
สำหรับเรื่องเงิน 800,000 บาท มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เจ้าของบ้านเคยมาลงบันทึกประจำวัน ว่าถูกกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 7 คน รวมหัวกันฉ้อโกง ในวันที่ถูกจับเล่นพนัน ทำให้ผู้เสียหายเป็นกังวลว่าจะถูกดำเนินคดี จึงมีการโอนเงินทั้งหมดที่มีให้กับเจ้าของบ้าน เนื่องจากกังวลว่าจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม
นอกจากนี้ มีข้อมูลว่า ผู้เสียหายทั้ง 7 คน รวมตัวกันเป็นกลุ่มแก๊ง ตระเวนไปฉ้อโกงเจ้ามือนักพนันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทั้ง 7 คนจะรู้กัน และวางแผนที่จะโกงการเล่นพนันอยู่ตลอดเวลา จากนั้นจะนำเงินที่ได้มาแบ่ง โดยหัวหน้าแก๊งของกลุ่มนี้จะเป็นคู่สามีภรรยากัน