นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กรุงเทพมหานครจะเร่งรัดขั้นตอนการเยียวยา ซึ่งมีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และแอปพลิเคชันของกรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยการช่วยเหลือจะครอบคลุมค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าที่พักพิง ค่ารักษาพยาบาล และค่าดำรงชีพเบื้องต้น หลังจากที่ลงทะเบียนเบื้องต้น ค่าซ่อมแซมบ้านจะมีทีมจากกรุงเทพมหานคร และวิศวกรอาสา ลงไปสำรวจต่อไป
ส่วนการจัดตั้งศูนย์วิชาการหน้างานของกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการจัดตั้ง 4 ศูนย์ โซนกรุงเทพเหนือ จะอยู่ที่สนามบินดอนเมือง และคลองด้านบน เพื่อบริหารจัดการน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดปทุมธานี
ขณะที่โซนลาดกระบัง และร่มเกล้า ตั้งศูนย์วิชาการถาวรโดยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ที่มีอำนาจตัดสินใจประจำอยู่ตลอดเวลาจนกว่าน้ำจะลดลง
ส่วนโซนถนนลาดกระบัง จะอยู่ที่ซอยลาดกระบัง 100 กว่า และสวนพระนคร ตั้งศูนย์เสริม ดูแลประชาชนตามแนวถนนลาดกระบังที่น้ำท่วมขัง
สำหรับโซนหนองจอก ชุมชนวิกฤต ตั้งศูนย์หน้างานดูแลหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ และชุมชนในหนองจอก ที่ระดับน้ำยังอยู่ในขั้นวิกฤต
นอกจากนี้ แผนรับมือฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามการพยากรณ์ในช่วงวันที่ 11-14 ตุลาคม กรุงเทพมหานครจะทบทวนแผนเผชิญเหตุทุกสำนักงานเขต พร้อมใช้ Cell Broadcast แจ้งเตือน เตรียมอพยพประชาชนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงจัดศูนย์พักพิง จุดบริการแพทย์ อาหาร และถุงยังชีพ
ส่วนช่วงการประชุมธนาคารโลก IMF - World Bank วันที่ 11–14 ตุลาคมนี้ จะเน้นมาตรการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จัดงาน โดยเฉพาะศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย
สำหรับพื้นที่ กทม. มีแนวโน้มที่จะเข้าไปช่วยเหลือในจุดที่ยังมีน้ำท่วมอยู่ ซึ่งท่อซิ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่จะเข้ามาสูบน้ำ แต่หลัก ๆ กรุงเทพมหานครจะพยายามลดน้ำในคลองสายหลัก ซึ่งเป็นการลำเลียงน้ำเป็นหลักจากหมู่บ้านที่มีน้ำท่วมขัง เช่น คลองหนึ่ง คลองสอง ไปลงคลองประเวศบุรีรมย์ และเร่งระบายน้ำสู่เจ้าพระยาต่อไป โดยมีท่อซิ่งเข้ามาช่วย
ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออก น้ำจะลดลงได้เมื่อใดนั้น มีการประเมินไว้ พยายามจะลดในส่วนที่น้ำยังท่วมขังให้ได้ภายใน 7 วัน โดยจะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การช่วยเหลือประชาชนที่บาดเจ็บ กรุงเทพมหานครก็มีศูนย์บริการสาธารณสุขและแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ ประชาชนสามารถติดต่อได้ทั้ง 50 เขต