กรุงเทพมหานคร แถลงผลสอบสวน การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของศูนย์กีฬา กทม. ที่มีราคาแพง โดย นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อํานวยการศูนยปฏิบัติการติดตามการต่อต้านการทุจริตของกรุงเทพมหานคร (ศตท.กทม.) กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่ พ.ค. 2567 หลังจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอให้ตรวจสอบ กระทั่งมีการร้องเรียนผ่านสื่อในเรื่องเดียวกัน ต่อมาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งระงับการตรวจรับการจัดซื้อ และส่งเรื่องให้ ศตท.กทม.ตรวจสอบ
โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 ได้รับรายงานว่า การสอบสวนเบื้องต้นพบประเด็นข้อบกพร่องที่มีมูลส่อต่อการทุจริต ซึ่งอาจผิดกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาหน่วยงานภาครัฐ เราได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนอีกทางหนึ่ง กทม.ได้ดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง จึงมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยให้เวลาดำเนินการภายใน 30 วัน
สำหรับผลการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้ดำเนินการตรวจสอบ 7 โครงการ จากการสอบสวนพยานบุคคลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบรายละเอียด ดังนี้
- การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายแพงเกินจริง สูงกว่าราคาตลาด และราคาสูงกว่าที่เคยจัดซื้อมาในปีก่อน ๆ
- ในตัวทีโออาร์ พบการปรับสเป็กให้สูงขึ้นจากเดิม เช่น เพิ่มกำลังแรงม้า , เพิ่มโปรแกรมออกกำลังกาย , เพิ่มการรองรับน้ำหนัก , เพิ่มจอแสดงผลระบบสัมผัส เป็นต้น โดยวิธีการจะมีการสืบราคาจากผู้ประกอบการ 3 รายและใช้ราคาต่ำสุดเป็นราคากลาง ซึ่งอาจไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นหรือเหมาะสมกับการใช้งานจริง เป็นผลทำให้การกำหนดสเป็กสูงเกินความจำเป็น ส่งผลต่อราคาที่แพงเกินควร
- การกำหนดคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ มีข้อกำหนดที่ไม่เปิดกว้างให้เข้าเสนอราคาอย่างเท่าเทียม เช่น กำหนดให้แนบหนังสือรับรองผลงานที่เคยซื้อขายกับภาครัฐไม่น้อยกว่า 4 สัญญา นับย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี เงื่อนไขดังกล่าวเป็นการกำหนดเพิ่มเติมเกินกว่าแนวทางที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กระทรวงการคลัง กำหนดไว้ อาจมีผลทำให้ราคาจัดซื้อแพงเกินควร
- จากการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ 25 ราย เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย และเกี่ยวข้องกับขั้นตอนพิจารณางบประมาณ รวมทั้งการจัดซื้อเครื่องออกำลังกายทั้งหมด ในจำนวนนี้มี 1 รายลาออกจากราชการไปแล้ว โดยไม่มีข้อเท็จจริงที่ยืนยันชัดเจนว่าผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงการและพิจารณางบประมาณดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า และราคาที่เหมาะสม
เปิดจุด Walk - in ลงทะเบียน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 5,000 แห่ง
นายณัฐพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและความรับผิดทางละเมิด ก็จะมีการสอบสวนเชิงลึก หาตัวผู้กระทำความผิดและผู้รับผิดชอบความรับผิดทางละเมิดต่อไป
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2567 ปลัดกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งย้ายผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อทั้ง 7 โครงการ ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
สำหรับ 7 โครงการที่คณะกรรมการสืบสวนเสร็จแล้ว ประกอบด้วย
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายสำหรับศูนย์นันทนาการ สังกัดสำนักงานนันทนาการและส่งเสริมการเรียนรู้ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถนะทางกาย 16 รายการ สำหรับศูนย์นันทนาการ สังกัดสำนักงานนันทนาการและส่งเสริมการเรียนรู้ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถนะทางกาย 21 รายการ สำหรับศูนย์กีฬาอ่อนนุช ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถนะทางกาย 21 รายการ สำหรับศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถนะทางกาย 10 รายการ สำหรับศูนย์กีฬามิตรไมตรี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถนะทางกาย 11 รายการ สำหรับศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- โครงการประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถนะทางกาย 11 รายการ สำหรับศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ด้าน นางสาวเต็มศิริ เนตรทัศน์ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเลขาฯ ศตท.กทม. กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการทางวินัย คณะกรรมการสืบสวนได้รายงานแล้วว่าพบมูลความผิด ก็จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 120 วัน และอาจขยายเวลาได้อีก 60 วัน จากนั้น จึงจะมีการเสนอให้ผู้ออกคำสั่งพิจารณาให้เสร็จใน 45 วัน
ส่วนการดำเนินการความรับผิดทางละเมิดที่จะทำคู่ขนานกับการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดย กทม.ถือเป็นผู้เสียหาย จะต้องหาผู้รับผิดทางแพ่งมาคืนเงิน จากการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายแพงเกินจริง
นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ตั้งใจและจะเดินหน้าปราบโกงอย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมา เคยมีคำสั่งไล่ออกและปลดออกข้าราชการไปแล้ว 29 ราย แบ่งเป็น กรณีเข้าข่ายทุจริต 12 ราย ได้แก่ ทุจริตเรียกรับสินบน 6 ราย ทุจริตไม่นำส่งเงิน 3 ราย และทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง 3 ราย ส่วนอีก 17 ราย เป็นกรณีผิดวินัยอย่างร้ายแรงอื่น เช่น ขาดงานเกิด 15 วัน ละเมิดทางเพศผู้เรียน ลอกเลียนผลงาน ยาเสพติด ปลอมเอกสาร หลอกลวงนำเงินไปลงทุน