จากกรณีพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้ร่วมกันจับกุมนายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) อัยการเก๊ โดยจับกุมตัวขณะแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ในห้องบรรยาย ที่โรงเรียนมัธยมเเห่งหนึ่ง ในจังหวัดนนทบุรีนั้น
ล่าสุดนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีการดำเนินคดี กับ นายมงคล จากพฤติการณ์โพสต์ภาพแต่งกายเครื่องแบบฝ่ายอัยการ และแอบอ้างหนังสือเเต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนนั้น
โดยนายวัชรินทร์ กล่าวว่า หนังสือเเต่งตั้งนายมงคล เป็นที่ปรึกษาอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนนั้น เป็นหนังสือจริง โดยในสมัย นายอุทัย อาทิเวช ดำรงตำเเหน่งเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งที่ใสที่ไปเรื่องดังกล่าว เท่าที่ตนทราบ นายอุทัยนอกจากเป็นอัยการแล้วยังเป็นนักวิชาการ สอนหนังสือมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก และมีความเมตตากับลูกศิษย์ ซึ่งย้อนไปเมื่อช่วงปี 2565 นายมงคลขณะที่ยังบวชเป็นพระ ได้ไปหานายอุทัยพร้อมกับร้องขอบิณฑบาตให้นายอุทัยแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา เพื่อที่จะได้เป็นโปรไฟล์ สร้างความน่าเชื่อถือเวลาทำงาน ซึ่งนายอุทัย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆตามมา จึงออกหนังสือแต่งตั้งฉบับดังกล่าวออกไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2565 จากนั้นนายอุทัยได้ดำรงตำเเหน่ง รองอัยการสูงสุดในวันที่ 1 ต.ค.2565 เท่ากับว่านายมงคลเป็นที่ปรึกษาเพียงแค่ 2 เดือน เเละนายมงคลจะต้องพ้นตำแหน่งที่ปรึกษาตามการโยกย้ายตำแหน่งของนายอุทัยไปแล้ว แต่นายมงคลยังเอาหนังสือแต่งตั้งดังกล่าวยึดถือไว้แล้วไปแอบอ้างเรื่อยมา
ทั้งนี้สำหรับพฤติการณ์นายมงคล ที่มักจะไปกล่าวบรรยายปาฐกถาตามหน่วยงานราชการที่สำคัญนั้น นายมงคลก็จะเอาหนังสือแต่งตั้งฉบับดังกล่าวเป็นหลักฐานให้กับหน่วยงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง รวมไปถึงตำแหน่งหรือคุณวุฒิต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง ต่อมาเริ่มมีการร้องเรียนเข้ามายังสำนักงานอัยการถึงพฤติกรรมของนายมงคลพร้อมกับเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร
ซึ่งจากการสอบสวนและรับเรื่องราวร้องเรียนก็ทราบว่านายมงคลมีพฤติกรรมแอบอ้างมากมาย อาทิ ใส่ชุดเครื่องแบบราชการเต็มยศขึ้นไปแอบอ้างเบ่งใส่ ตำรวจที่ สภ.ธัญบุรี แอบอ้างเป็นที่ปรึกษาอัยการสูงสุด เเละเเอบอ้างว่าเคยได้รับเเต่งตั้งจากผบ.ตร.ให้สอนนายพล เเละทำท่าจะเข้าไปตบตำรวจคนดังกล่าว จนนำมาสู่การดำเนินคดีนายมงคล ในข้อหา ข่มขู่รังแกทำให้ผู้เสียหายอับอาย ซึ่งนายมงคลให้การรับสารภาพ ศาลลงโทษจำคุก 15 วันแต่รอลงอาญา 2 ปี ทำให้นายมงคลมีคดีติดตัว แล้ว 1 คดี
นอกจากนั้น ยังมีอัยการหญิงหลานนายพลตำรวจตรีชื่อดังคนหนึ่ง มาร้องเรียนว่าถูกนายมงคล ตามคุกคามเชิงชู้สาว อัยการหญิงท่านนี้คิดว่าเป็นอัยการรุ่นพี่ จึงไม่ตอบโต้อะไร แต่ก็ร้องเรียนมาที่สำนักงานอัยการ ให้ตรวจสอบ ส่วนนายมงคลถึงขั้นตามไปถึงบ้านหาพ่อแม่ของอัยการหญิง อ้างว่าไปเยี่ยม
เปิดจุด Walk - in ลงทะเบียน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 5,000 แห่ง
ส่วนกรณีที่นายมงคลเอาเครื่องหมายอัยการมาประดับ ที่เห็นได้ชัดคือที่บ่าอัยการ ซึ่งเป็นเครื่องหมายใหม่ คือภาพพระไพศรพณ์เป็นเทพที่อัยการเรานับถือ ซึ่งผิดกฎหมายปลอมแปลงเครื่องหมายราชการ จากการตรวจสอบพบว่านายมงคล ใส่เครื่องเเบบอัยการที่มีเครื่องหมายพระไพศรพณ์ ถึง 16 ครั้ง ซึ่งก็ได้มีการเเจ้งความดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ ด้วยเรื่องร้องเรียนและพยานหลักฐานอัยการจึงดำเนินคดีออกหมายจับ จนนำมาสู่การจับกุมนายมงคล ขณะบรรยายที่โรงเรียนย่านนนทบุรีเมื่อเร็วๆนี้
นายวัชรินทร์ ยังบอกอีกว่า นอกจากนี้ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนายมงคลอีกหลายเรื่อง ทั้งกรณีนายมงคลใส่ชุดสีกากีชุดอัยการใส่หมวกช่อชัยพฤกษ์ ใส่เครื่องแบบใหม่ของอัยการ เดินขึ้น สน.สำราญราษฎร์ ไปหา ผกก.เพื่อไปมอบใบอนุโมทนาบัตรเเละไปเจอตำรวจสาวหน้าห้อง นายมงคลก็มีการขอแลกไลน์ หลังจากนั้นนายมงคลก็ส่งรูปภาพการแต่งกายอัยการและอ้างว่าเป็นอัยการชั้น 5 ซึ่งเป็นถึงระดับอัยการจังหวัดหรืออัยการผู้เชี่ยวชาญให้กับตำรวจหญิงคนดังกล่าวด้วย
ส่วนกรณีที่ตำรวจถึงให้ประกันตัว นายมงคล หลังถูกจับเมื่อวานนั้น นายวัชรินทร์ กล่าวว่าเป็นดุลพินิจของตำรวจแต่ต้องไม่ลืมว่านายมงคลยังมีคดี อีกหลายคดี ตนในฐานะรองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนเเละรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขอฝากประชาชนหรือข้าราชการระดับสูง หากถูกนายมงคลหรอกข่มขู่คุกคาม ขอให้มาแจ้งที่สำนักงานอัยการการสอบสวน ถนนบรมราชชนี ใกล้กับสน.ตลิ่งชัน เพื่อนำเสนออัยการสูงสุดดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป ในส่วนนายอุทัย อดีตรองอัยการสูงสุดก็ทราบเรื่องแล้ว ก็ได้สั่งการมาว่าให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นลูกศิษย์ลูกหากันมาก่อน