จากกรณี ร.ต.หญิง ภานุมาศ เสาร์สิงห์ หรือ “ครูน้อยหน่า” แจ้งความว่าถูกปลอมลายเซ็นไปของบจาก อบต.เพื่อทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR)ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับงบ 15,210 บาท จาก อบต.บ้านยาง และมีการเบิกเช็คจาก อบต.มาแล้ว
จนทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่พอใจเพราะมองว่าเป็นการล้มโครงการดีๆ นำไปสู่การปิดล้อมรถและกดดันให้รับผิดชอบ ขณะที่ครูน้อยหน่าอธิบายว่าเพราะถูกปลอมลายเซ็น ทำให้ต้องไปแจ้งความ
โดย “ครูน้อยหน่า” ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการเก่าที่ตนเคยทำไว้เมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ทันงบประมาณของ อบต. พอมาปีนี้มีครูท่านหนึ่งที่เป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน มาขอไฟล์โครงการไปก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่ภายหลังตนพบเอกสาร มีชื่อตนเป็นผู้ขอโครงการ แต่ลายเซ็นไม่ใช่ของตน รวมถึงมีลายเซ็นของ ผอ.ก็ไม่ตรงกับเอกสารที่ได้รับ โดย อบต.ได้อนุมัติงบประมาณและมีการเบิกเช็คมาเรียบร้อยแล้ว
เปิดโปรแกรมวอลเลย์บอลชายไทย ทำศึกซี วี ลีก 2024 สัปดาห์ 2
ตนจึงพยายามไลน์ไปถามในไลน์กลุ่มโรงเรียน ซึ่งมีคณะกรรมการสถานศึกษารวมอยู่ด้วย ว่า “ใครเป็นคนปลอมลายเซ็น” แต่ก็ไม่มีใครตอบ จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำปลายมาศ ทำให้ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจ ซึ่งสาเหตุที่ตนไปแจ้งความเพราะต้องการป้องกันตัวเอง หากมีเจ้าหน้าที่ สตง.มาตรวจพบมีการกระทำผิด ขณะที่การกระทำดังกล่าวของชาวบ้านตนถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะเหมือนเป็นการคุกคาม
ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุด นายอภิชัย วันล้วน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังได้รับหนังสือจาก อบต.บ้านยาง จึงเชิญครูที่รับผิดชอบมาประชุมหารือ เพื่อขอทำโครงการขอรับเงินสนับสนุนจาก อบต.บ้านยาง แต่ตอนแรกโครงการที่ครูน้อยหน่าขอถูกตีตกต้องนำมาแก้ไขเรื่องงบ ทางโรงเรียนจึงได้ดำเนินการใหม่โดยให้ครูท่านใหม่มาดำเนินงานแทน แต่เอกสารโครงการที่ทำมาเหลืออีกชุดวางไว้ในห้อง คุณครูจึงเขียนชื่อครูน้อยหน่าและชื่อของ ผอ.วางไว้ เพื่อหวังหยอกล้อกัน ทำให้ครูน้อยหน่าเข้าใจผิด
ขณะที่ครูน้อยหน่า หลังทราบว่ามีการชี้แจงว่าเป็นการหยอกล้อกัน ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หยอกล้อกันไม่ได้เพราะเป็นการใช้เอกสารราชการ และก่อนไปแจ้งความก็สอบถามแล้ว ไม่มีใครยอมรับ ส่วนกรณีที่มีคนกล่าวหาว่า ตนเองไม่ทำเรื่องของบต่อหลังจากเรื่องถูกตีตก ก็ยืนยันว่าหากตนจะไม่ทำโครงการนี้ก็คงไม่ทำตั้งแต่แรก แต่เรื่องนี้ตนมาทราบหลังจากมีการทำเรื่องของบใหม่แล้ว
ขณะที่หลังเกิดเรื่องตนก็ยังได้ไปถามเจ้าหน้าที่นิติกร ก็พูดในทำนองว่า หากมีปัญหาเพราะลายเซ็นไม่ถูกต้องก็ให้ไปทำเอกสารและให้ตนเซ็นใหม่ แต่ตนมองว่า การทำแบบนั้นจะทำให้สิ่งผิดกลายเป็นสิ่งถูกไม่ได้
ขณะที่เรื่องนี้เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 1 บอกว่าเบื้องต้นได้เรียกครูน้อยหน่ามาประจำอยู่ที่สำนักงานเขตฯเพื่อความปลอดภัย แต่ขึ้นอยู่กับครูน้อยหน่า ว่าจะสมัครใจมาหรือไม่พร้อมตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้รายงานผลภายใน 5 ก.ย.นี้ ด้านคดีพนักงานสอบสวน สภ.ลำปลายมาศ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบเป็นความผิดจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ต่อไป