พีพีทีวี ชวนเช็กเส้นทางการไหลของแม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน จากข้อมูลกรมชลประทานยังพบมวลน้ำหลากจำนวนมาก ที่กำลังไหลไปสู่ตัวเมืองสุโขทัย ซึ่งจะกลายเป็นพื้นที่รับน้ำต่อไปในช่วงเย็นวันที่ 24 สิงหาคม
ไล่เส้นทางของแม่น้ำยม จุดที่ 1 ซึ่งในพื้นที่ จ.แพร่ ขณะนี้กำลังถูกน้ำท่วมหนัก อัตราน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,433 ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มลดลง
ถัดลงมาจุดที่ 2 น้ำจาก จ.แพร่ จะไหลผ่านเข้าสู่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ระดับน้ำอยู่ที่ 1,045 ลบ.ม./วินาที ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ
ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ เข้าสู่พื้นที่ จุดที่ 3 ใน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่ 636 ลบ.ม./วินาที ซึ่งประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์แห่งนี้ ถือเป็นด่านสำคัญที่จะชี้วัดว่าน้ำจะท่วมตัวเมืองสุโขทัยมากน้อยเพียงใด
เนื่องจากประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ จะทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำ เพื่อผันน้ำออกไปตามคลองต่าง ๆ ทั้งฝั่งซ้าย ฝั่งขวา ก่อนเข้ามายังเมืองสุโขทัย โดยคาดว่ามวลน้ำจะมาถึงประตูระบายในคืนวันที่ 24 สิงหาคม
จากนั้นนับเวลาไปอีก 12 ชั่วโมง ก่อนน้ำจะเข้าสู่ผ่านตัวเมืองสุโขทัยในจุดที่ 4 อยู่ที่ 437 ลบ.ม./วินาที ตรงนี้มีความพยายามที่จะไม่ให้น้ำไหลผ่านตัวเมืองเกิน 700 ลบม.วินาที เพราะหากเกินกว่านี้ จะเกินการรองรับของพนังกั้นแม่น้ำ และเข้าท่วมพื้นที่เมืองสุโขทัยในที่สุด
แม่น้ำยมที่ไหลมาจาก จ.แพร่ มีปริมาณมากกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ประสบอุทกภัยในปีที่ผ่านมา เช่น บริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ หน้าวัดวังใหญ่ ต.วังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง พื้นที่หมู่ 9 ตำบลยางซ้าย และพื้นที่หมู่ 1 ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย
อีกเส้นหนึ่ง คือ แม่น้ำน่าน จากจุดท่วมหนักทั้ง 2 ด่าน พบว่า อัตราการไหลของน้ำบริเวณบ้านผาขวาง อำเภอเมืองน่าน อยู่ที่ 887 ลบ.ม./วินาที และบริเวณสำนักงานป่าไม้ อ.เมืองน่าน 1,212 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทั้ง 2 จุดนี้ ระดับน้ำถือว่าวิกฤติ แต่แนวโน้มตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดระดับลง ซึ่งมวลน้ำก้อนนี้ หากผ่านไปยังมีจุดรับน้ำใหญ่อย่างเขื่อนสิริกิติ์ ที่ยังมีพื้นที่รับได้ 3,179 ล้าน ลบ.ม.