จากเหตุการณ์ดินถล่มภายในอุโมงค์คลองไผ่ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-นครราชสีมา ล่าสุดกรมการขนส่งทางราง ได้วิเคราะห์สาเหตุกรณีนี้ออกมาแล้ว พบว่าต้นเหตุเกิดจากความแปรปรวนทางธรณีวิทยา โดยผลสำรวจชี้ว่าพื้นที่ช่วงดินถล่มมีเสถียรภาพโดยรอบไม่ดี ชั้นหินไม่แข็งแรง พร้อมแนะแนวทางป้องกัน ส่วนความผิดแห่งสัญญาจ้างเป็นหน้าที่ของ รฟท. ซึ่งอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า หลังจากมีการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ทางราง ครั้งที่ 1/2567 กรณีดินถล่มภายในอุโมงค์คลองไผ่ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-นครราชสีมา โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบราง ผู้แทนสภาวิศวกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมทั้งมีผู้แทนฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน และผู้รับจ้างงานร่วมชี้แจง
เช็กพื้นที่! ตัดกระแสไฟฟ้า เหตุน้ำท่วมแม่สาย
ที่ประชุมได้รับทราบข้อเท็จจริงจากผู้แทน รฟท. พบว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00น. มีคนงานกำลังขนย้ายดินออกจากอุโมงค์ ขณะทำงานมีหินพังทลายจากด้านบนหลังคาอุโมงค์ บริเวณทางออก ทำให้ดินและหินถล่มทับคนงานชาวต่างชาติเสียชีวิต เป็นเพศชาย 3 ราย พร้อมกับเครื่องจักร 2 คัน
จากการร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุดินถล่ม ปัจจัยหลักเกิดจากความแปรปรวนทางธรณีวิทยา ทำให้บริเวณดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะหินแตก หินผุกร่อน ไม่มีเสถียรภาพ ทำให้เกิดการพังทลายของหินด้านบนอุโมงค์ จนทำให้การก่อสร้างอุโมงค์ในส่วนที่อยู่ระหว่างการค้ำยันส่วนบนในชั้นแรก ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ และพังถล่มลงมา.....นายพิเชฐ กล่าว
โดยภายในอุโมงค์ช่วงระยะทาง 110 เมตร ซึ่งเป็นส่วนโค้งเบี่ยงซ้ายตามในแบบก่อสร้างมีรัศมี 2,000 เมตร อยู่บนทางลาดที่มีความชัน 6.3 มิลลิเมตร ต่อ 1,000 มิลลิเมตร เป็นบริเวณที่หินส่วนใหญ่มีรอยแตก หินผุกร่อนรุนแรง บางส่วนผุกร่อนในดิน และดินเหนียวมีการผุกร่อนที่ไม่สม่ำเสมอ
ส่วนช่วงระยะทาง 870 เมตร พบค่าความดันของชั้นหินไม่สม่ำเสมอ ระดับความสูงของผิวทางในอุโมงค์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ชั้นดินเหนืออุโมงค์มีความบาง และมีชั้นหินแทรกซ้อนที่อ่อนแอ มีแนวโน้มให้น้ำทะลักเข้าตัวอุโมงค์ ในระหว่างก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน อาจเกิดหลังคาถล่มและหินตกลงมาได้ง่าย ต้องขุดโดยใช้กลไกเป็นหลัก เพื่อลดการรบกวนและลดความเสี่ยงต่อหินรอบ ๆ ส่วนช่วงที่ดินกล่ม ต้องเสริมความแข็งแรงด้วยการอัดฉีดน้ำปูน
แนะ 5 แนวทางป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
- ตรวจสอบการเคลื่อนตัวของผนังอุโมงค์และหน้าผิว ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ที่ให้ผลใกล้เคียงเรียลไทม์มากที่สุด
- ใช้เครื่องวัด multipoint extensometer แบบอัตโนมัติ ติดตั้งเหนือจุดยอดของอุโมงค์ในบริเวณ overburden ต่ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลการเคลื่อนตัวแบบเรียลไทม์
- ก่อนปฏิบัติงานทุกครั้งต้องทบทวนวิธีการทำงานอย่างเข้มงวด และต้องมีนักธรณีวิทยาประจำหน้างาน เพื่อให้คำแนะนำในการก่อสร้าง
- การปฏิบัติงานทุกครั้งต้องทำตามวิธีการทำงานให้ครบถ้วน โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเสี่ยง
- กรณีที่งานก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางโครงสร้างธรณีวิทยาที่สำคัญ เช่น รอยเลื่อน ต้องทบทวนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับลักษณะทางธรณีวิทยาที่พบ
คืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง
สัญญา 3-2 ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว 77.09% เร็วกว่าแผนงานเล็กน้อย
กำหนดสิ้นสุดสัญญาวันที่ 14 มิ.ย. 68
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ รฟท. ได้สั่งหยุดงานก่อสร้างจนกว่าจะมีผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่ง รฟท. จะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องของการดำเนินการตามสัญญา รวมถึงการขยายระยะเวลา หลังจากที่มีการหยุดงานในช่วงที่ผ่านมาต่อไป..........นายพิเชฐ กล่าว