กรมรางฯ สั่งตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่ก่อนทำงาน พบคนขับรถไฟชนรถเมล์ไม่มีใบอนุญาต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมการขนส่งทางรางเผย พนักงานขับรถยังไม่ได้รับใบอนุญาต จี้สอบผู้บังคับบัญชาให้คนมีสารเสพติดมาขับได้อย่างไร พร้อมสั่งตรวจสารเสพติดพนักงานทุกขบวนก่อนปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 17 พ.ค. 69 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยหลังได้รับข้อมูลจากตำรวจว่า ตรวจพบการใช้สารเสพติดในปัสสาวะของ นายสยมพร สอนกูล พนักงานขับรถไฟขบวน 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ที่ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 3-30 (สาย 206) รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดบริเวณ จุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 รายและผู้บาดเจ็บ 30 ราย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 69 ที่ผ่านมานั้น

กรมรางฯ สั่งตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่ก่อนทำงาน พบคนขับรถไฟชนรถเมล์ไม่มีใบอนุญาต ช่างภาพพีพีทีวี
กรมการขนส่งทางรางเผย คนขับรถไฟชนรถเมล์ไม่มีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่

กรมการขนส่งทางราง ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบราง และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดให้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดและวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับ "พนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่และควบคุมการเดินรถ" รวมถึง "พนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย" เช่น พนักงานกั้นถนน พนักงานประแจ ทุกรายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด โดยใช้มาตรการ "Zero Tolerance" (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น)

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพนักงานขับรถไฟ นายสยมพร สอนกูล ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟและพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไรต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ.2568 มาตรา 90 ระบุว่า "ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้ประจำหน้าที่ใดมีสารอยู่ในร่างกายอันเกิดจากการเสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบว่า ผู้นั้นมีสารนั้น ๆ อยู่ในร่างกายหรือไม่ ทั้งนี้ วิธีการตรวจหรือทดสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด“

การออกคำสั่งนี้เป็นไปเพื่อการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนและผู้โดยสารว่ากรมการขนส่งทางรางยึดมั่นในหลักการความปลอดภัยสูงสุด

กรมรางฯ สั่งตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่ก่อนทำงาน พบคนขับรถไฟชนรถเมล์ไม่มีใบอนุญาต กรมการขนส่งทางราง
กรมการขนส่งทางรางสั่งตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่ก่อนทำงาน

โดยรายละเอียด คำสั่งกรมการขนส่งทางราง เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการตรวจคัดกรองสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่งทางราง ระบุว่า ตามที่ได้ปรากฏเหตุการณ์อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขนส่งทางรางเกิด ความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถในลักษณะที่อาจเกี่ยวข้องกับสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ อันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้บริการ ตลอดจนส่งผลกระทบ ต่อความเชื่อมั่นในระบบขนส่งทางรางของประเทศ

เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลความปลอดภัยในการขนส่งทางรางให้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ และคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 (8) มาตรา 46 (6) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ประกอบกับกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2562 ที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมการขนส่งทางราง ในการกำกับดูแลด้านมาตรฐานและความปลอดภัยในการประกอบกิจการขนส่งทางราง อธิบดีกรมการขนส่งทางราง จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดและตรวจวัด ปริมาณแอลกอฮอล์แก่บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถทุกราย ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่

(1) พนักงานขับรถ

(2) นายสถานี

(3) พนักงานควบคุมการเดินรถ

(4) พนักงานกั้นถนนหรือควบคุมเครื่องกั้นทางตัด

(5) ผู้ปฏิบัติงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถ

ทั้งนี้ หากบุคลากรผู้ใดตรวจพบสารเสพติด หรือมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่ กฎหมายหรือมาตรฐานกำหนด ให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ทันที

ข้อ 2 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดให้มีระบบบันทึกผลการตรวจคัดกรอง และรายงานผล การดำเนินการต่อกรมการขนส่งทางรางภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เสร็จสิ้นการตรวจในแต่ละวัน หรือภายในระยะเวลาที่กรมการขนส่งทางรางกำหนด

ข้อ 3 กรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานผู้ใดมีผลตรวจพบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ระหว่างหรือก่อนปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการ ดังต่อไปนี้โดยทันที

(1) ระงับการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถ

(2) ส่งตรวจยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานทางการแพทย์

(3) แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกรณีร้ายแรง

(4) พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดภายในกำหนดอายุความ

(5) รายงานผลการดำเนินการต่อกรมการขนส่งทางรางโดยด่วน

ข้อ 4 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเชิงลึกเกี่ยวกับระบบกำกับ ดูแลและมาตรการป้องกันมิให้บุคลากรที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เข้าปฏิบัติหน้าที่ ด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขและมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน อีก เสนอต่อกรมการขนส่งทางรางภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ