น.ส.สุรินธิดา อายุ 40 ปี เปิดเผยว่า ตนเองทำงานเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจของ อบต.พรสำราญ อ.คูเมือง ตั้งแต่ปี 2556 และเมื่อปี 2562 กองทุน กยศ.ได้มีหนังสือจะหักเงินยืมเรียนจาก กยศ. ตนก็รับปฏิบัติ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เงินเดือนตนจะถูกกองคลังของ อบต.หักทุกเดือน ๆ ละ 1,200 บาท และถูกหักเรื่อยมา
เมื่อมาถึงปี 2566 เงินเดือนของตนได้เข้าบัญชีเต็มจำนวนเงินเดือน คือ ไม่มีการหักเงินออกไป จึงเข้าไปสอบถามกองคลังของ อบต.ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีรายชื่อจาก กยศ.ส่งมาให้หัก จึงไม่ได้หัก การเงินจะหักได้
สงครามอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ เข้าสู่โหมด “ชำระแค้น”
ต่อเมื่อ กยศ.แจ้งรายชื่อมาว่ามีใครบ้างที่จะถูกหักและหักคนละเท่าไหร่ ถ้าไม่มีรายชื่อคลังจะไม่มีสิทธิ์หักเงินเดือนได้
น.ส.สุรินธิดา เล่าด้วยว่า ส่วนหนึ่งคิดว่า กยศ.น่าจะหักพอแล้ว หรือ อาจจะเป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคที่มีการลดแลกแจกแถม จึงไม่ได้สนใจทำงานใน อบต.ของตัวเองตามปกติ และเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้รับหมายศาลจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์ มี กยศ.เป็นโจทก์ ฟ้องตนเป็นจำเลยที่ 1 และคนค้ำประกันอีก 2 คนเป็นจำเลยที่ 2 และ 3 รวม 3 คน ว่าให้ดำเนินการบังคับคดีเพื่อสืบทรัพย์และยึดทรัพย์นำไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินที่ได้ไปชำระ กยศ.พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 120,643.85 บาท
น.ส. สุรินธิดา กล่าวว่า ตนและครอบครัวต่างตกใจ และไม่เข้าใจแนวทางการทำงานของ กยศ.ทั้งที่ตนเต็มใจให้หักเงินเดือนและถูกหักมาโดยตลอดเป็นเวลา 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2562-2566 คิดเป็นเงินกว่า 60,000 บาท และเมื่อไปตรวจสอบยอดบัญชีแล้ว เงินต้นไม่เคยลดลงเลย
จึงอยากจะฝากถึง กยศ.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ซึ่งเป็นคนบุรีรัมย์ ออกมาชี้แจงและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองในขณะนี้ หากถามว่าตนพร้อมที่จะจ่ายหรือไม่ ตนพร้อมแต่ขอให้หักเงินเดือนเหมือนที่ผ่านมา เพราะลำพังจะหาเงินก้อนมาชำระคงไม่มี