"หมูเด้ง" ฮิปโปแคระจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี กำลังสร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปทั่วโลกโดยไม่มีใครคาดคิดว่า แม้เจ้าหมูเด้งจะเป็นเพียงลูกฮิปโปแคระที่อยู่ภายในสวนสัตว์ แต่กลับสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้ไม่น้อย
นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และ ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมวิเคราะห์ความฟีเวอร์ของเจ้าหมูเด้งกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
จุดเริ่มต้นของ "หมูเด้ง"
นายอรรถพร กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 สวนสัตว์ถูกปิด มีการห้ามคนเข้ามาในสวนสัตว์ จึงมีแนวคิดที่ว่าในเมื่อเขาเข้าสวนสัตว์ไม่ได้ เราก็พาสวนสัตว์ไปหาเขา เกิดเป็นรายการ Zoo to Home ขึ้น บนช่องยูทูบทางการของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นการไลฟ์สดใช้มือถือเดินถ่ายพาไปแนะนำสัตว์ชนิดต่าง ๆ พร้อมแนะนำนายอรรถพลว่า ถ้ามีคลิปสัตว์ให้ถ่ายเก็บไว้ ถ้ามีอะไรก็สื่อสารกันออกไป โดยช่วงนั้นถูกปิดไปถึงราว 6 เดือน คนจึงติดตามเข้ามารับชมชีวิตสัตว์แบบสด ๆ กัน
ช่วงแรก ๆ มีสัตว์ที่เป็นดาวเด่นคือ “ขาหมู” เป็นลูกฮิปโปโปเตมัสตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งเล่น ซึ่งโดยปกติแล้วพฤติกรรมนี้คนไม่ค่อยเห็น พอคนมาเห็นก็เกิดความน่าสนใจ และมีการให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฮิปโปใหญ่ มาเป็นฮิปโปแคระ กระทั่งมาเปิดสวนสัตว์อีกครั้ง คนก็มาให้ความสนใจกับ “หมูตุ๋น” ซึ่งเป็นพี่ของ “หมูเด้ง” ก่อนที่เจ้าหมูเด้งจะมาได้รับความนิยม
นายอรรถพร กล่าวต่อว่า ตระกูลเครือญาติฮิปโปเป็นหนึ่งในเรื่องสนุกในสวนสัตว์ การพยายามเล่าเรื่องให้น่าสนใจ มีเรื่องราว ถือเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ส่งกระแสมาจนถึงการมาถึงของ “หมูเด้ง”
นายอรรถพร กล่าวต่อว่า ในวันแรกที่มีลูกสัตว์เกิด ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยก็ได้ทำหน้าที่ตามปกติ คือ ให้ข่าวสารแก่ประชาชน ซึ่งโดยปกติแล้วสื่อมวลชนที่มาทำข่าวก็จะเป็นสื่อไทย มีการชวนคุยในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในการคัดเลือกชื่อ โหวตตั้งชื่อ เป็นต้น วิธีการทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับการเกิดใหม่ของลูกสัตว์ถือเป็นวิธีปกติ
สำหรับเจ้าฮิปโปแคระน้อยตัวนี้ หลังเกิดเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการตั้งโหวต 3 ชื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ได้แก่ หมูแดง หมูสับ หมูเด้ง ปรากฏว่ามีคนชอบชื่อ “หมูเด้ง” 2 หมื่นกว่าราย ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทางสวนสัตว์เขาเขียวและองค์การสวนสัตว์ทำอยู่แล้ว
ลูกสัตว์เกิดใหม่ก็จะได้รับการติดตาม มีประชาชน สื่อมวลชนคอยตามดูอยู่ช่วงหนึ่ง ประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มซา เริ่มหายไป ทางสวนสัตว์ก็จะมีการสร้างตัวใหม่ขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ พอได้ชื่อมาแล้วก็จะเป็นแบบเดิมต่อไป
สงครามอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ เข้าสู่โหมด “ชำระแค้น”
จากลูกฮิปโปแคระ สู่ปรากฏการณ์ระดับโลก
นายอรรถพร กล่าวต่อว่า สำหรับ “หมูเด้ง” นั้นถือเป็นปรากฏการณ์ โซเชียลมีเดียซึ่งเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่นั้นเข้าถึงง่าย ทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด รวมถึงลักษณะของคอนเทนต์ที่จัดทำโดยคนเลี้ยงหมูเด้ง เจ้าของเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง ก็จะมีลูกเพจ หรือแฟนคลับอยู่เยอะ สร้างคอนเทนต์จนมีความผูกพัน ทุกคนก็อยากได้ภาพบางภาพที่คนอื่นไม่มีโอกาสได้เห็น เช่น ลูกสัตว์นอนน้ำมูกโป่ง คนก็มองว่าเป็นความน่ารัก อยากได้ภาพแบบนี้กันหมด
ประกอบกับพื้นที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเป็นพื้นที่ภายในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (EEC) มีชาวต่างชาติเยอะ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ซึ่งคนญี่ปุ่นชื่นชอบชมสัตว์อยู่แล้ว วันหยุดก็จะพาครอบครัวมาดูมาถ่ายรูปไปอวดเพื่อนชาวญี่ปุ่นกัน
พอบนโลกโซเชียลมีการพูดถึงเยอะขึ้น ก็เริ่มมีการปั่นจนเกิดกระแสขึ้น ทำให้คนรู้สึกว่าไม่มาติดตามกระแสนี้ไม่ได้แล้ว จนมีสื่อต่างชาติติดต่อขอถ่ายทำขอนำเรื่องราวไปใช้ เริ่มจากสื่อญี่ปุ่นที่ขอมาบันทึกภาพสด พอสื่อเอเชียเริ่มเล่น สื่อตะวันตกก็เริ่มมา เช่น AP, AFP, BBC ก็เริ่มมากันเรื่อย ๆ
จุดพีกคือ เมื่อชาวต่างชาติโดยเฉพาะทางยุโรปนำหมูเด้งไปทำเป็น “มีม” อยู่ในกีฬา ภาพยนตร์ และอีกหลายวงการ ทำให้ทางสวนสัตว์เขาเขียว รวมถึงองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ไม่คาดคิดว่าจะเป็นปรากฏการณ์ ถึงจุดที่ทุกคนเข้ามาให้ความสนใจกับลูกสัตว์ขนาดนี้
ด้าน ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า เราอยู่ในยุคที่เรียกว่าการมีวัฒนธรรมร่วม โซเชียลมีเดียทำให้เกิดการมีวัฒนธรรมร่วมได้มากขึ้น ประกอบกับตัว “หมูเด้ง” ก็มีคาแรกเตอร์ชัด ผ่านการนำเสนอของแอดมินเพจที่เป็นผู้ดูแล สามารถดึงนิสัย ดึงคาแรกเตอร์ของสัตว์ออกมาเล่าได้อย่างน่ารัก เล่นได้ถูกจุด ทำให้เชื่อมสัตว์กับอารมณ์ความรู้สึกของคนทั่วไป ที่ไม่สามารถสัมผัสกับเหล่าสัตว์ที่ไม่สามารถเลี้ยงในบ้านเหล่านี้ได้
ทำให้ความรู้สึกร่วมที่ว่าแม้เราจะไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เราดูแล และช่วยกันดูแล เหมือนเป็นพี่น้องเป็นลูกหลานของเรา เกิดขึ้น เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะความรู้สึกในเรื่องของลูกสัตว์ หรือ “Baby Animal” ที่รู้สึกว่ามีความน่ารัก ประกอบกับคาแรกเตอร์ที่มีความเกรี้ยวกราดที่น่ารัก คนสามารถนำไปทำอะไรต่อก็ได้ บวกกับวัฒนธรรมการทำมีม หรือ “Meme Culture” เป็นภาพชุดเล่าต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดเป็น “User Generate Content”
User Generate Content หรือ UGC คือ คอนเทนต์ที่คนช่วยกันเล่าเรื่อง สามารถกระจายคอนเทนต์ที่ต้องการเล่าเรื่องไปในวงกว้างได้มากขึ้น ทำให้ “หมูเด้ง” ไปปรากฏในทุก ๆ ที่ หลากหลายแบบ โดยนำไปจับกับความชอบ ความสนใจของตนเอง เช่น บางคนเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ ก็จะไปแต่งหน้าแบบหมูเด้ง เป็นต้น
เพราะฉะนั้นกรณีนี้ถือเป็นการเปิดประตูใหม่สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจสัตว์ หรือไม่รู้จักสัตว์เลย ทำให้คนยิ่งสนใจมากขึ้น
ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า นอกจากนี้ หากนำเสนอเป็นภาษาไทยก็จะถูกจำกัดวงการพูดถึง พอมีคอมมูนิตี้ของคนญี่ปุ่นซึ่งอยู่บริเวณนั้น “หมูเด้ง” ก็ถูกพาไปข้ามชาติ เป็นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นมากขึ้น ทำให้กำแพงของภาษาถูกทลายลงไปจากการที่มีคนอื่นมาช่วยกันเล่า
ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวต่อว่า ยุคของการสื่อสาร “แฟนคลับ” สำคัญ ซึ่งวันนี้หมูเด้งมีด้อมของตัวเองแล้ว พอมีด้อมของตัวเองแล้ว คนเหล่านี้ก็จะมาช่วยเล่าเรื่อง เช่น สร้างคอนเทนต์ขึ้นมา 1 ชิ้น แฟนคลับก็จะกระจายออกไปอีก 10 ชิ้น นั่นหมายความว่าก็มีโอกาสกระจายไปยังเครือข่ายอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น ความใกล้ชิดความสนุกก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นความหลากหลายของคอนเทนต์
รวมถึงเมื่อก่อนเราอาจไม่รู้ว่าสัตว์เหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เมื่อมีการถ่ายทอดออกมาทำให้คนรู้ พอคนรู้ก็เกิดความผูกพัน อยากเกาะติด จนกลายเป็นแฟนคลับ เกิดการสนับสนุน อยากปกป้อง
หากมองดี ๆ และวางแผนการตลาดดี ๆ “หมูเด้ง” อาจเป็นผู้ที่สามารถเล่าเรื่องของสัตว์ให้คนสามารถรู้สึกว่าการไปสวนสัตว์ การไปดูสัตว์ มีอะไรมากกว่าแค่การไปดูสัตว์ หากเรารู้พฤติกรรมสัตว์แต่ละประเภทมากขึ้น เข้าใจสัตว์แต่ละประเภทมากขึ้น ก็จะเป็นโอกาสในการขยายความรู้ ขยายความรู้สึกอยากปกป้องสัตว์ และอยากสนับสนุนให้คนดูแลสวนสัตว์เพื่อให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ดีได้
เปิดใจคนดูแล "หมูเด้ง"
นายอรรถพล หนุนดี หรือ “เบนซ์” พนักงานบำรุงและจัดการสวนสัตว์ ผู้ดูแล “หมูเด้ง” เผยว่า ตนเลี้ยงลูกฮิปโปแคระมา 4 ตัวแล้ว ก็จะเห็นว่าเค้ามีความน่ารักแบบนี้ ทำให้ตอนที่หมูเด้งเกิดก็รู้ว่าเขาจะวิ่งเล่นอะไรยังไง ก็เตรียมกล้องไว้จะได้ถ่ายภาพได้ทัน
ในช่วงที่คนมาดูเยอะ ๆ ก็ตกใจ เพราะ “หมูเด้ง” ดังเกินคาด ไม่คิดว่าจะดังขนาดนี้ ส่วนพฤติกรรมของเจ้าหมูเด้ง แม้จะมีคนมาดูเยอะ ก็ไม่ทำให้ตกใจ เพราะคนมาดูกันปกติ ไม่ได้ส่งเสียงดังอะไร ก่อนหน้าที่หมูเด้งเกิด ก็มีตัวอื่น ๆ ที่มีกระแสอยู่บ้าง แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สวนสัตว์ปิด จึงไม่ได้ถูกพูดถึงขนาดนี้
ส่วนพฤติกรรมของหมูเด้งไม่ได้พิเศษกว่าตัวอื่น ฮิปโปเด็กก็จะวิ่งเล่นแบบนี้ทุกตัว ไม่ได้แตกต่างจากตัวอื่น และไม่ได้มีการแกล้งการรังแกกัน เป็นการเล่นกันเบา ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย เวลาที่สัตว์ป่วยหรือบาดเจ็บจะได้เข้าไปดูอาการเบื้องต้นได้
ส่วนนิสัยของหมูเด้ง เหมือนกับฮิปโปทั่วไป วิ่งเล่น กิน ๆ นอน ๆ วันหนึ่งจะวิ่งแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ที่เหลือก็จะนอน แต่มีการอัดคลิปวิ่งเล่นไว้เยอะ ทำให้คนรู้สึกว่าหมูเด้งวิ่งทั้งวัน ปกติแล้วจะมีวิ่งตอนเช้า และในช่วงบ่ายก็จะมีวิ่งบ้างบางครั้ง
นายอรรถพล ฝากว่า หมูเด้งโตเร็วมาก หากใครที่ต้องการเข้ามาชมหมูเด้งตอนที่ยังตัวเล็ก ๆ ปุ๊กปิ๊ก ๆ วิ่งไปวิ่งมา ก็ให้มาดูตอนนี้ ส่วนในอีก 3 เดือนน้องก็จะตัวโตแล้ว ขอให้ดูอย่างเดียว ไม่ปลุกไม่ส่งเสียงรบกวนกัน
มองอนาคต "หมูเด้ง" นอกจากสร้างปรากฏการณ์ ยังสร้างประโยชน์ให้สังคม
นายอรรถพร กล่าวว่า คนมากคนน้อยไม่กังวล เราแค่ไม่ไปส่งเสียงดังรบกวน ไม่เอาน้ำไปสาดเอาหินไปปา หรือไม่เอาไม้ไปแหย่ เพราะสัตว์คุ้นชินหมด โดยเฉพาะในช่วงวันเด็กมีคนเข้าชมมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามก็ยังต้องระวัง ทางสวนสัตว์มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำในเรื่องต่าง ๆ พร้อมให้สาระความรู้ และความรู้สึกหวงแหนธรรมชาติไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนสัตว์ใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ไปในตัว
นอกจากนี้ นายอรรถพร เผยว่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยกำลังจะยกระดับสวนสัตว์ให้เป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม คือ เมื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเองแล้ว ต้องให้เป็นโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศ และสร้างลักษณะให้เกิดขึ้น ให้คนในสังคมไทยได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน เช่น ปกติไม่ค่อยเห็นคนไทยเข้าแถว แต่เมื่อมาชมฮิปโปแล้วเข้าแถวรอชมอย่างเป็นระเบียบมาก ไม่มีแซงคิว ไม่มีโวยวาย รอนานก็ไม่ว่ากัน นี่คือสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีส่วนหนึ่ง
นายอรรถพร กล่าวต่อว่า ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวนอกจาก “หมูเด้ง” แล้ว ยังมีสัตว์อื่น ๆ ที่ชื่อดังหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นฮิปโปแคระ ฮิปโปใหญ่ สล็อต คาปิบารา ช้างที่ว่ายน้ำ เพนกวิน เฟอร์เร็ต แนวน้ำ จิงโจ้ โคอาล่า แรด ฟลามิงโก ลีเมอร์ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปเข้าชมได้ สามารถรับชมผ่านไลฟ์สตรีมได้ผ่านเว็บไซต์ Zoodio ก็จะมีสัตว์หลายชนิดให้ได้รับชม บางคนมาดูในช่วงเวลากลางคืนก็มี
นายอรรถพร คาดว่า อีกสักประมาณ 3-4 ปี ก็จะเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้หาคู่ให้หมูเด้ง กลัวเหงา ก็จะเป็นอีกขั้นหนึ่ง ถ้าเล่าเรื่องได้ต่อเนื่อง อีกหน่อยคนอาจจะจำหมูเด้งได้ในฐานะอดีตเคยดัง และให้ความสนใจกับลูกของหมูเด้งแทน รวมถึงสัตว์ตัวอื่น ๆ พอมีสตอรี่ เมื่อคนมาเข้าชมสวนสัตว์ก็จะเหมือนมาหาญาติ เหมือนกับ “แม่มะลิ”