เจาะกระแส "หมูเด้ง" ทำไมลูกฮิปโปแคระ จึงโด่งดังเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจาะกระแส "หมูเด้ง" จิตวิทยาฮีลใจ ทำไมลูกฮิปโปแคระจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ถึงโด่งดังเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก พร้อมส่องอนาคต เล็งกระชับความผูกพันกับผู้เข้าชม ตามรอย "แม่มะลิ"

"หมูเด้ง" ฮิปโปแคระจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี กำลังสร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปทั่วโลกโดยไม่มีใครคาดคิดว่า แม้เจ้าหมูเด้งจะเป็นเพียงลูกฮิปโปแคระที่อยู่ภายในสวนสัตว์ แต่กลับสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้ไม่น้อย

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และ ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมวิเคราะห์ความฟีเวอร์ของเจ้าหมูเด้งกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

คอนเทนต์แนะนำ
ลิงค์ดูสด! “น้องหมูเด้ง” ติดตามความน่ารักได้ตลอด 24 ชม.

ภาพลูกฮิปโปแคระ "หมูเด้ง" FB/ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง
ลูกฮิปโปแคระ "หมูเด้ง"

จุดเริ่มต้นของ "หมูเด้ง"

นายอรรถพร กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 สวนสัตว์ถูกปิด มีการห้ามคนเข้ามาในสวนสัตว์ จึงมีแนวคิดที่ว่าในเมื่อเขาเข้าสวนสัตว์ไม่ได้ เราก็พาสวนสัตว์ไปหาเขา เกิดเป็นรายการ Zoo to Home ขึ้น บนช่องยูทูบทางการของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นการไลฟ์สดใช้มือถือเดินถ่ายพาไปแนะนำสัตว์ชนิดต่าง ๆ พร้อมแนะนำนายอรรถพลว่า ถ้ามีคลิปสัตว์ให้ถ่ายเก็บไว้ ถ้ามีอะไรก็สื่อสารกันออกไป โดยช่วงนั้นถูกปิดไปถึงราว 6 เดือน คนจึงติดตามเข้ามารับชมชีวิตสัตว์แบบสด ๆ กัน

ช่วงแรก ๆ มีสัตว์ที่เป็นดาวเด่นคือ “ขาหมู” เป็นลูกฮิปโปโปเตมัสตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งเล่น ซึ่งโดยปกติแล้วพฤติกรรมนี้คนไม่ค่อยเห็น พอคนมาเห็นก็เกิดความน่าสนใจ และมีการให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฮิปโปใหญ่ มาเป็นฮิปโปแคระ กระทั่งมาเปิดสวนสัตว์อีกครั้ง คนก็มาให้ความสนใจกับ “หมูตุ๋น” ซึ่งเป็นพี่ของ “หมูเด้ง” ก่อนที่เจ้าหมูเด้งจะมาได้รับความนิยม

นายอรรถพร กล่าวต่อว่า ตระกูลเครือญาติฮิปโปเป็นหนึ่งในเรื่องสนุกในสวนสัตว์ การพยายามเล่าเรื่องให้น่าสนใจ มีเรื่องราว ถือเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ส่งกระแสมาจนถึงการมาถึงของ “หมูเด้ง”

นายอรรถพร กล่าวต่อว่า ในวันแรกที่มีลูกสัตว์เกิด ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยก็ได้ทำหน้าที่ตามปกติ คือ ให้ข่าวสารแก่ประชาชน ซึ่งโดยปกติแล้วสื่อมวลชนที่มาทำข่าวก็จะเป็นสื่อไทย มีการชวนคุยในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในการคัดเลือกชื่อ โหวตตั้งชื่อ เป็นต้น วิธีการทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับการเกิดใหม่ของลูกสัตว์ถือเป็นวิธีปกติ

สำหรับเจ้าฮิปโปแคระน้อยตัวนี้ หลังเกิดเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการตั้งโหวต 3 ชื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ได้แก่ หมูแดง หมูสับ หมูเด้ง ปรากฏว่ามีคนชอบชื่อ “หมูเด้ง” 2 หมื่นกว่าราย ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทางสวนสัตว์เขาเขียวและองค์การสวนสัตว์ทำอยู่แล้ว

ลูกสัตว์เกิดใหม่ก็จะได้รับการติดตาม มีประชาชน สื่อมวลชนคอยตามดูอยู่ช่วงหนึ่ง ประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มซา เริ่มหายไป ทางสวนสัตว์ก็จะมีการสร้างตัวใหม่ขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ พอได้ชื่อมาแล้วก็จะเป็นแบบเดิมต่อไป

สงครามอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ เข้าสู่โหมด “ชำระแค้น”

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และ ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมวิเคราะห์ความฟีเวอร์ของเจ้าหมูเด้งกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และ ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมวิเคราะห์ความฟีเวอร์ของเจ้าหมูเด้งกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

จากลูกฮิปโปแคระ สู่ปรากฏการณ์ระดับโลก

นายอรรถพร กล่าวต่อว่า สำหรับ “หมูเด้ง” นั้นถือเป็นปรากฏการณ์ โซเชียลมีเดียซึ่งเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่นั้นเข้าถึงง่าย ทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด รวมถึงลักษณะของคอนเทนต์ที่จัดทำโดยคนเลี้ยงหมูเด้ง เจ้าของเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง ก็จะมีลูกเพจ หรือแฟนคลับอยู่เยอะ สร้างคอนเทนต์จนมีความผูกพัน ทุกคนก็อยากได้ภาพบางภาพที่คนอื่นไม่มีโอกาสได้เห็น เช่น ลูกสัตว์นอนน้ำมูกโป่ง คนก็มองว่าเป็นความน่ารัก อยากได้ภาพแบบนี้กันหมด

ประกอบกับพื้นที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเป็นพื้นที่ภายในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (EEC) มีชาวต่างชาติเยอะ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ซึ่งคนญี่ปุ่นชื่นชอบชมสัตว์อยู่แล้ว วันหยุดก็จะพาครอบครัวมาดูมาถ่ายรูปไปอวดเพื่อนชาวญี่ปุ่นกัน

พอบนโลกโซเชียลมีการพูดถึงเยอะขึ้น ก็เริ่มมีการปั่นจนเกิดกระแสขึ้น ทำให้คนรู้สึกว่าไม่มาติดตามกระแสนี้ไม่ได้แล้ว จนมีสื่อต่างชาติติดต่อขอถ่ายทำขอนำเรื่องราวไปใช้ เริ่มจากสื่อญี่ปุ่นที่ขอมาบันทึกภาพสด พอสื่อเอเชียเริ่มเล่น สื่อตะวันตกก็เริ่มมา เช่น AP, AFP, BBC ก็เริ่มมากันเรื่อย ๆ

จุดพีกคือ เมื่อชาวต่างชาติโดยเฉพาะทางยุโรปนำหมูเด้งไปทำเป็น “มีม” อยู่ในกีฬา ภาพยนตร์ และอีกหลายวงการ ทำให้ทางสวนสัตว์เขาเขียว รวมถึงองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ไม่คาดคิดว่าจะเป็นปรากฏการณ์ ถึงจุดที่ทุกคนเข้ามาให้ความสนใจกับลูกสัตว์ขนาดนี้

ด้าน ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า เราอยู่ในยุคที่เรียกว่าการมีวัฒนธรรมร่วม โซเชียลมีเดียทำให้เกิดการมีวัฒนธรรมร่วมได้มากขึ้น ประกอบกับตัว “หมูเด้ง” ก็มีคาแรกเตอร์ชัด ผ่านการนำเสนอของแอดมินเพจที่เป็นผู้ดูแล สามารถดึงนิสัย ดึงคาแรกเตอร์ของสัตว์ออกมาเล่าได้อย่างน่ารัก เล่นได้ถูกจุด ทำให้เชื่อมสัตว์กับอารมณ์ความรู้สึกของคนทั่วไป ที่ไม่สามารถสัมผัสกับเหล่าสัตว์ที่ไม่สามารถเลี้ยงในบ้านเหล่านี้ได้

ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทำให้ความรู้สึกร่วมที่ว่าแม้เราจะไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เราดูแล และช่วยกันดูแล เหมือนเป็นพี่น้องเป็นลูกหลานของเรา เกิดขึ้น เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะความรู้สึกในเรื่องของลูกสัตว์ หรือ “Baby Animal” ที่รู้สึกว่ามีความน่ารัก ประกอบกับคาแรกเตอร์ที่มีความเกรี้ยวกราดที่น่ารัก คนสามารถนำไปทำอะไรต่อก็ได้ บวกกับวัฒนธรรมการทำมีม หรือ “Meme Culture” เป็นภาพชุดเล่าต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดเป็น “User Generate Content”

User Generate Content หรือ UGC คือ คอนเทนต์ที่คนช่วยกันเล่าเรื่อง สามารถกระจายคอนเทนต์ที่ต้องการเล่าเรื่องไปในวงกว้างได้มากขึ้น ทำให้ “หมูเด้ง” ไปปรากฏในทุก ๆ ที่ หลากหลายแบบ โดยนำไปจับกับความชอบ ความสนใจของตนเอง เช่น บางคนเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ ก็จะไปแต่งหน้าแบบหมูเด้ง เป็นต้น

เพราะฉะนั้นกรณีนี้ถือเป็นการเปิดประตูใหม่สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจสัตว์ หรือไม่รู้จักสัตว์เลย ทำให้คนยิ่งสนใจมากขึ้น

ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า นอกจากนี้ หากนำเสนอเป็นภาษาไทยก็จะถูกจำกัดวงการพูดถึง พอมีคอมมูนิตี้ของคนญี่ปุ่นซึ่งอยู่บริเวณนั้น “หมูเด้ง” ก็ถูกพาไปข้ามชาติ เป็นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นมากขึ้น ทำให้กำแพงของภาษาถูกทลายลงไปจากการที่มีคนอื่นมาช่วยกันเล่า

ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวต่อว่า ยุคของการสื่อสาร “แฟนคลับ” สำคัญ ซึ่งวันนี้หมูเด้งมีด้อมของตัวเองแล้ว พอมีด้อมของตัวเองแล้ว คนเหล่านี้ก็จะมาช่วยเล่าเรื่อง เช่น สร้างคอนเทนต์ขึ้นมา 1 ชิ้น แฟนคลับก็จะกระจายออกไปอีก 10 ชิ้น นั่นหมายความว่าก็มีโอกาสกระจายไปยังเครือข่ายอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น ความใกล้ชิดความสนุกก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นความหลากหลายของคอนเทนต์

รวมถึงเมื่อก่อนเราอาจไม่รู้ว่าสัตว์เหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เมื่อมีการถ่ายทอดออกมาทำให้คนรู้ พอคนรู้ก็เกิดความผูกพัน อยากเกาะติด จนกลายเป็นแฟนคลับ เกิดการสนับสนุน อยากปกป้อง

หากมองดี ๆ และวางแผนการตลาดดี ๆ “หมูเด้ง” อาจเป็นผู้ที่สามารถเล่าเรื่องของสัตว์ให้คนสามารถรู้สึกว่าการไปสวนสัตว์ การไปดูสัตว์ มีอะไรมากกว่าแค่การไปดูสัตว์ หากเรารู้พฤติกรรมสัตว์แต่ละประเภทมากขึ้น เข้าใจสัตว์แต่ละประเภทมากขึ้น ก็จะเป็นโอกาสในการขยายความรู้ ขยายความรู้สึกอยากปกป้องสัตว์ และอยากสนับสนุนให้คนดูแลสวนสัตว์เพื่อให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ดีได้

ลูกฮิปโปแคระ "หมูเด้ง" FB/ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง
ลูกฮิปโปแคระ "หมูเด้ง"

เปิดใจคนดูแล "หมูเด้ง"

นายอรรถพล หนุนดี หรือ “เบนซ์” พนักงานบำรุงและจัดการสวนสัตว์ ผู้ดูแล “หมูเด้ง” เผยว่า ตนเลี้ยงลูกฮิปโปแคระมา 4 ตัวแล้ว ก็จะเห็นว่าเค้ามีความน่ารักแบบนี้ ทำให้ตอนที่หมูเด้งเกิดก็รู้ว่าเขาจะวิ่งเล่นอะไรยังไง ก็เตรียมกล้องไว้จะได้ถ่ายภาพได้ทัน

ในช่วงที่คนมาดูเยอะ ๆ ก็ตกใจ เพราะ “หมูเด้ง” ดังเกินคาด ไม่คิดว่าจะดังขนาดนี้ ส่วนพฤติกรรมของเจ้าหมูเด้ง แม้จะมีคนมาดูเยอะ ก็ไม่ทำให้ตกใจ เพราะคนมาดูกันปกติ ไม่ได้ส่งเสียงดังอะไร ก่อนหน้าที่หมูเด้งเกิด ก็มีตัวอื่น ๆ ที่มีกระแสอยู่บ้าง แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สวนสัตว์ปิด จึงไม่ได้ถูกพูดถึงขนาดนี้

ส่วนพฤติกรรมของหมูเด้งไม่ได้พิเศษกว่าตัวอื่น ฮิปโปเด็กก็จะวิ่งเล่นแบบนี้ทุกตัว ไม่ได้แตกต่างจากตัวอื่น และไม่ได้มีการแกล้งการรังแกกัน เป็นการเล่นกันเบา ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย เวลาที่สัตว์ป่วยหรือบาดเจ็บจะได้เข้าไปดูอาการเบื้องต้นได้

ส่วนนิสัยของหมูเด้ง เหมือนกับฮิปโปทั่วไป วิ่งเล่น กิน ๆ นอน ๆ วันหนึ่งจะวิ่งแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ที่เหลือก็จะนอน แต่มีการอัดคลิปวิ่งเล่นไว้เยอะ ทำให้คนรู้สึกว่าหมูเด้งวิ่งทั้งวัน ปกติแล้วจะมีวิ่งตอนเช้า และในช่วงบ่ายก็จะมีวิ่งบ้างบางครั้ง

นายอรรถพล ฝากว่า หมูเด้งโตเร็วมาก หากใครที่ต้องการเข้ามาชมหมูเด้งตอนที่ยังตัวเล็ก ๆ ปุ๊กปิ๊ก ๆ วิ่งไปวิ่งมา ก็ให้มาดูตอนนี้ ส่วนในอีก 3 เดือนน้องก็จะตัวโตแล้ว ขอให้ดูอย่างเดียว ไม่ปลุกไม่ส่งเสียงรบกวนกัน

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไท รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไท

มองอนาคต "หมูเด้ง" นอกจากสร้างปรากฏการณ์ ยังสร้างประโยชน์ให้สังคม

นายอรรถพร กล่าวว่า คนมากคนน้อยไม่กังวล เราแค่ไม่ไปส่งเสียงดังรบกวน ไม่เอาน้ำไปสาดเอาหินไปปา หรือไม่เอาไม้ไปแหย่ เพราะสัตว์คุ้นชินหมด โดยเฉพาะในช่วงวันเด็กมีคนเข้าชมมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามก็ยังต้องระวัง ทางสวนสัตว์มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำในเรื่องต่าง ๆ พร้อมให้สาระความรู้ และความรู้สึกหวงแหนธรรมชาติไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนสัตว์ใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ไปในตัว

นอกจากนี้ นายอรรถพร เผยว่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยกำลังจะยกระดับสวนสัตว์ให้เป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม คือ เมื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเองแล้ว ต้องให้เป็นโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศ และสร้างลักษณะให้เกิดขึ้น ให้คนในสังคมไทยได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน เช่น ปกติไม่ค่อยเห็นคนไทยเข้าแถว แต่เมื่อมาชมฮิปโปแล้วเข้าแถวรอชมอย่างเป็นระเบียบมาก ไม่มีแซงคิว ไม่มีโวยวาย รอนานก็ไม่ว่ากัน นี่คือสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีส่วนหนึ่ง

นายอรรถพร กล่าวต่อว่า ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวนอกจาก “หมูเด้ง” แล้ว ยังมีสัตว์อื่น ๆ ที่ชื่อดังหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นฮิปโปแคระ ฮิปโปใหญ่ สล็อต คาปิบารา ช้างที่ว่ายน้ำ เพนกวิน เฟอร์เร็ต แนวน้ำ จิงโจ้ โคอาล่า แรด ฟลามิงโก ลีเมอร์ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปเข้าชมได้ สามารถรับชมผ่านไลฟ์สตรีมได้ผ่านเว็บไซต์ Zoodio ก็จะมีสัตว์หลายชนิดให้ได้รับชม บางคนมาดูในช่วงเวลากลางคืนก็มี

นายอรรถพร คาดว่า อีกสักประมาณ 3-4 ปี ก็จะเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้หาคู่ให้หมูเด้ง กลัวเหงา ก็จะเป็นอีกขั้นหนึ่ง ถ้าเล่าเรื่องได้ต่อเนื่อง อีกหน่อยคนอาจจะจำหมูเด้งได้ในฐานะอดีตเคยดัง และให้ความสนใจกับลูกของหมูเด้งแทน รวมถึงสัตว์ตัวอื่น ๆ พอมีสตอรี่ เมื่อคนมาเข้าชมสวนสัตว์ก็จะเหมือนมาหาญาติ เหมือนกับ “แม่มะลิ”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ