“เชฟอ้อย” ยืนยันจะคืนเงิน-ทองคำ-เพชร ให้ผู้เสียหาย ปัดตอบปมจบ ป.เอก 2 ใบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“เชฟอ้อย” ยืนยันกลางรายการดัง จะคืนเงิน-ทองคำ-เพชร ให้ผู้เสียหายแน่นอน ปัดตอบปมจบ ป.เอก 2 ใบ ลั่นเป็นเรื่องส่วนตัว

จากกรณีตำรวจไซเบอร์บุกจับกุม นางยุวดี อายุ 54 ปี “เชฟอ้อย" ตามหมายจับของศาลแขวงบางบอน ที่289/2567 ลงวันที่ 2 ก.ย. 2567 ข้อหาความผิดฐานยักยอกทรัพย์ จากกรณียักยอกทองและเพชรของแฟนคลับ โดยทำทีเป็นนายหน้าขายเพชรแต่นำไปขายหมุนเงินเพื่อธุรกิจจนเหยื่อสูญเงิน 2 ล้านบาทนั้น ล่าสุดผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวหลายคน ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส”ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น 

แฉเชฟอ้อย รายการโหนกระแส
ผู้เสียหายแห่แฉเชฟอ้อย

โดย “คุณบี” บอกว่า รู้จักเชฟอ้อย ผ่านทางโซเชียล ตั้งแต่โด่งดังจากลูกชี้เชฟอ้อย ตั้งแต่ทำรายการอาหาร ซึ่งตอนนั้นเรามองว่าเขาคือไอดอลของเรา เพราะรู้สึกว่าชีวิตของเขาสู้มาก และตนได้ซื้อแฟรนไชส์ลูกชิ้นของเขาด้วย และมีปัญหาเรื่องการส่งอุปกรณ์เลยได้โทรคุยกัน หลังจากนั้นพอเขารู้ว่าตนเปิดร้านทอง เขาก็เลยมาซื้อทองและเพชรที่ร้านของตนด้วยเงินสด 5 แสนบาท หลังจากนั้นพอสนิทสนมกันเขาก็บอกว่าลูกสาวจะแต่งงาน เลยมาขอเอาทองไปดูว่าลูกสาวจะใส่ได้ไหม ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีการตกลงซื้อขายกัน โดยเขาบอกว่าเขาไม่เอาชื่อเสียงของเขามาเสียหายกับเรื่องตรงนี้แน่นอน

ฮิซบอลเลาะห์ ยิงจรวดกว่า 100 ลูกถล่มทางตอนเหนืออิสราเอล

หลังจากนั้นไปเขาก็อ้างว่าเขายุ่งมากกับการออกงาน ออกบูธ ซึ่งเราก็เชื่อใจ โดยในตอนนั้นมีการเอาไปหลายรายการ รวมมูลค่า 1,956,000 บาท ณ วันที่ 10 ก.ย.2566 ซึ่งในวันที่เขาเอาของไปเรายังไม่คิดเลยว่าเขาจะยักยอกทรัพย์สินเรา เพราะคิดว่าเขาเอาไปดูถ้าชอบก็ตกลงซื้อขายกัน ถ้าไม่ชอบก็เอามาคืน โดยยืนยันว่าไม่ได้ให้ไปเพื่อโปรโมทสินค้าแต่อย่างใด ซึ่งตอนนั้นเขาย้ำว่าเดี่ยวเอามาคืน และเขาบอกว่าเขาไม่เอาชื่อเสียงของเขามาเสียหาย แต่หลังจากได้ของไปเขาก็อ้างว่าไม่ว่างไม่สะดวก ไปหาที่ร้านก็ไม่เจอ

หลังจากนั้นก็รู้แล้วว่าเราน่าจะโดนแล้ว จึงส่งข้อความไปหาเขาว่าของที่เอาไป ถ้าซื้อคือยอดเงินเท่านี้ แต่ถ้าไม่ซื้อก็ให้เอาของทุกอย่างในสภาพที่สมบูรณ์ 100% มาคืนด้วย ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่าขอโทษ แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไป แต่ตนก็ยังไม่ได้แจ้งความเพราะไม่อยากทำอะไรให้เขาเสียชื่อเสียงเลย แต่หลังจากนั้นตนก็ได้นำเรื่องไปฟ้องแล้วมีการนัดหมายเชฟอ้อย 2 รอบแต่ไม่มาทั้ง 2 รอบ ศาลจึงออกหมายจับ

ด้าน “คุณเอ” ผู้เสียหายอีกคนบอกว่า ตนรู้จักเชฟอ้อยจากงานรวมเชฟหลายๆคนครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นได้ไปทานอาหารที่ร้าน ก่อนที่เชฟอ้อยจะหาเบอร์โทรศัพย์ติดต่อตน หลังจากนั้นก็มีการคุยกัน โดยเขาเริ่มสร้างโปรไฟล์ว่าเป็นด็อกเตอร์ผู้เชี้ยวชาญด้านอาหาร เขาก็แนะนำให้ตนทำส้มตำอัดเม็ด ขายต่างประเทศ หลังจากนั้นกํมีการนัดกันเพื่อชิมส้มตำ แต่พอทำจริงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ แต่เชฟอ้อยก็บอกว่าเนื่องจากตนรู้สูตรทั้งหมดแล้ว จึงให้จ่ายเงินค่าสูตร 105,000 บาท หลังจากนั้นเราเลยขอหยุด และขอคืนเรื่องเงิน จนเขาบล็อกไลน์ของตน จนต้องไปทวงที่ร้าน จนตอนหลังเราก็ทำใจจนมาเห็นข่าวเมื่อวานนี้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะมีความหวังที่จะได้เงินคืนหรือไม่

ขณะที่ “เชฟปู” อดีตน้องคนสนิทเชฟอ้อย บอกว่าแต่ก่อนเคารพและเทอดทูลเชฟอ้อย และเขาเคยบอกว่าเขาจบด็อกเตอร์ ซ้อนด็อกเตอร์ ตนก็ยิ่งภูมิใจในตัวเขา แต่หลังจากมาออกรายการโหนกระแสแล้ว เชฟอ้อยมีที่ปรึกษาคนใหม่ ตนก็เลยถอยออกมา แต่ตอนนั้นเชฟอ้อยยังติดเงินตนอยู่ 2 แสนบาทเป็นค่าจ้างทำสูตรอาหาร ซึ่งตนก็ทวงถามหนี้มาโดยตลอดหลังจากนั้น แต่เรื่องมาพีคช่วงเดือน เม.ย.2566 ซึ่งตนได้ทวงถามเงินที่ติดค้างอยู่ เขาบอกจะโอนให้ แต่หลังจากนั้นเขาหายไปเป็นเดือนและตนไม่สามารถติดต่อได้ จนตามสืบได้ว่าขายของอยู่จังหวัดไหนก็เลยเข้าไปทวงเงินซึ่งตนก็ได้เงินคืนแล้ว

แต่หลังจากนั้นยังมีผู้เสียหายหลายคนโทรมาหาตนเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือ “คุณเอ” และ “คุณบี” โดยเฉพาะเรื่องเพชรซึ่งเขาเครียกมาก โทรมาบอกจากฆ่าตัวตาย ต้องกินยาแก้เครียด ผู้เสียหายบางคนนัดกับเซฟอ้อยไว้แต่พอถึงเวลานัดแล้วไปหาเซฟอ้อยกลับไม่อยู่เจอกัน คือนัดเมื่อไหร่ไม่อยู่เมื่อนั้น

เชฟอ้อย รายการโหนกระแส
เชฟอ้อย ยืนยันจะคืนเงิน-ทองคำ-เพชร ให้ผู้เสียหาย

ด้าน เชฟอ้อย ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่า สำหรับเชฟปูนั้นตนไม่เคยว่าจ้างให้ทำสูตร โดยเชฟปูโทรมาหาตนอ้างว่าถูกชาวต่างชาติหลอกให้ทำสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่เขาไม่จ่ายเงิน แล้วเชฟปูบอกให้ตนช่วยชิมสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือให้ โดยนัดเจอกันที่ร้านเขาก็เอาให้เราชิม แล้วก็บอกให้เขาปรับสูตรตามที่ตนแนะนำ หลังจากนั้นเชฟปูก็บอกตนว่าให้ตนเอาไปขายเลย หลังจากนั้นตนก็เอาสูตรมาปรับขาย แล้วพอตนขายก๋วยเตี๋ยวดี ตนก็บอกจากให้เงินเชฟปูเป็นค่าจ้าง 2 แสน ซึ่งตนคิดว่าตนเป็นคนให้เองก็เลยไม่ได้นัดวันเขา หลังจากนั้น 2-3 เดือน เชฟปูก็มาบอกตนว่าเขาเดือดร้อนต้องใช้เงิน ตนก็เลยโอนเงินให้ 5-8 หมื่นบาท ส่วนที่บอกจะให้เงินช่วงสงกรานต์ก็จริงเพราะคิดว่าจะขายของแล้วได้เงินก้อนหนึ่ง แต่เขากลับมาหาตนทีหลังแล้วมาทวงเงิน ตนก็เลยบอกว่าตนเสียเงินไปกับการสู้คดี แต่วันนั้นตนก็ไปกดเงินให้เขา หลังจากนั้นก็โอนเงินส่วนที่เหลือให้เขา แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปยุ่งกับเขาเลย

ส่วนกรณีอ้างว่าเป็นพี่น้องกับทนายไพศาลนั้น ยืนยันว่าไม่เคยกล่าวอ้างเรื่องนี้ทนายไพศาลจะมาเป็นพี่น้องกับตนได้ไง หน้าตาก็คนละอย่างแล้วตนก็มีพี่น้องแค่ 5 คน ทุกคนก็รู้ว่าตนมีพี่น้องแค่ 5 คนดังนั้นมันจะเป้นไปได้ไง

ส่วนกรณีทองกับเพชรของ “คุณบี” ที่เอาไปนั้น เชฟอ้อยบอกว่า จะเอามาคืน โดยยอมรับว่าตนเป็นคนผิดเอง ตนผิดคำพูดกับเขา เพราะนัดเขาว่าจะไปแต่รถตนเกิดอุบัติเหตุก็เลยไม่ได้ไป ไม่สามารถขับไปได้ น้องเขาเลยมองว่าตนผิดสัญญาณ แล้วบอกกับตนว่างั้นก็ให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าจะคืนแน่นอน และตอนนี้ตนไปตามของกลับมาได้แล้ว และรอนัดคืนของให้เขาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะขาดบางรายการกำลังติดตามอยู่

ส่วนกรณีของ “คุณเอ” นั้น ตนก็บอกว่าตอนนี้ตนกำลังจะทำส้มตำอัดเม็ด ถ้าเขาสนใจก็สามารถจ้างตนเป็นที่ปรึกษาได้ โดยตนคิดราคา 3 แสนบาท ซึ่งตนก็คิดสูตรทำสูตรจนเขาพอใจแล้วก็จ่ายตนมา 105,000 บาท และตนก็ดึงเชฟปูมาทำคอนเท้นต์ให้เขา แต่หลังจากนั้น 2 วันเขาก็บอกว่ายกเลิกไม่ทำแล้ว ตนก็ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่าพี่ชายเขาไม่ให้เงินลงทุนแล้ว หลังจากนั้นเชฟปูก็เลยโทรหาตนบอกว่าเขาขอยกเลิก แต่เชฟปูบอกว่าไม่ขอคืนเงินเพราะเป็นส่วนที่ได้ทำไปแล้ว หลังจากนั้นตนก็เลยเจรจากับ “คุณเอ” ว่าจะขอคืนเงินให้แต่ไม่รู้ว่าวันไหน แต่ตนมีตนก็จะคืน

ส่วนกรณีที่อ้างว่าจบเด็กเตอร์ 2 ใบนั้น เชฟอ้อย บอกว่า ขอบอกกลางรายการเลยว่าอย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของเชฟ

ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” ชี้แจงว่ากรณีที่ “เชฟอ้อย” อ้างว่าพี่ชายเสียชีวิตเพราะดูรายการโหนกระแสนั้น ปรากฎว่าลูกสาวของพี่ชายเชฟอ้อยได้ออกมาโพสต์ว่าพ่อเขาไม่ได้เสียชีวิตจากการดูรายการ ไม่ได้เกี่ยวกับดรามา แต่พ่อเขาเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ