จากกรณีมีผู้เสียหายออกมาแฉข้อมูลว่าได้รับความเสียหาย จากร่วมธุรกิจขายตรงกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเหล่าดารา-อินฟลูเอนเซอร์เป็นพรีเซนเตอร์จำนวนมากจนโด่งดังแต่สุดท้ายกลับพบว่าเป็นการขายฝัน จนเป็นหนี้สิน แม้แต่คนดังก็ยังโดนหลอก
ล่าสุดผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าว ทั้งผู้ที่เคยเป็นแม่ข่าย และผู้ที่เป็นลูกข่าย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “โหนกระแส” ถึงกรณีที่เกิดขึ้น
โดยช่วงหนึ่ง นายณัชภัทร ขาวแก้ว ผอ.ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์และติดตามสอดส่องการประกอบธุรกิจ สคบ. บอกว่า เรื่องนี้หนักใจพอสมควร เพราะข้อเท็จจริงที่เรามีอยู่ ณ วันที่ไม่รับจดทะเบียนขายตรง ไม่ได้มีข้อเท็จจริงเหมือนผู้เสียหายเล่า ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่เกิดขึ้นในภาคปฏิบัติของบริษัท ซึ่งวันที่เขายื่นจดทะเบียนนั้นเขายื่นอีกแบบหนึ่ง เน้นเรื่องขายปลีก ตัวแทนขายปลีก แต่พอฟังข้อมูลจากผู้เสียหายก็พบข้อเท็จจริงใหม่ที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติ ทั้งเรื่องการยิงแอดล่อคนเข้ามา แล้วมีคนมาจูงใจให้ซื้อสินค้าของบริษัท ซึ่งมันผิดไปจากการจดทะเบียน เพราะข้อเท็จจริงไม่มีเรื่องขายคอร์สการเรียนอยู่แล้ว เพราะที่จดทะเบียนสินค้าแบบตรงนั้นเป็นการขายสินค้าผ่านสื่อ ก็คือขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ของบริษัท ไม่ได้มีการขายคอร์สเรียน นอกจากนั้นเขาก็ไม่เคยขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงในธุรกิจเลย
รวมข้อมูลพร้อมพิกัดบูธ “สัปดาห์งานหนังสือแห่งชาติ 2567” ครั้งที่ 29
เมื่อถามว่าแบบนี้เข้าข่ายมีความผิดอะไรหรือไม่ นายณัชภัทร บอกว่า จริงๆ ตลาดแบบตรง กฎหมายบอกว่าขออย่างไรก็ทำแบบนั้น แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ไปขั้นสูงสุดก็คือเพิกถอนใบอนุญาต ถ้าไม่ทำตามกฎกติกาที่ขอไว้ก็เพิกถอนใบอนุญาติ คือประหารชีวิตทางธุรกิจเลย
เมื่อถามถึงกรณี “บอสพอล” เคยได้รับรางวัลจาก สคบ. และมีกรณีที่ สคบ.เคยไม่รับเรื่องที่ผู้เสียหายไปร้องนั้น นายณัชภัทร บอกว่า การรับโล่รางวัลดังกล่าวพิจารณาในปี 64 ซึ่งพิจารณาคุณพอลหลังมีการสนับสนุนของที่นำไปจัดกิจกรรมวันคุ้มครองผู้บริโภค โดยให้ด้านสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการจัดกิจกรรม ไม่เกี่ยวกับรูปแบบของธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวกับการรับรองธุรกิจว่าเขาทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีกทีหนึ่ง หากผิดก็ว่ากันตามผิดตามหลักฐานที่เกิดขึ้น
ส่วนกรณี สคบ.ไม่รับเรื่องที่ผู้เสียหายไปร้อง และมีหนังสือตีกลับนั้น ตนเป็นคนเซ็นหนังสือดังกล่าวเอง เพราะนิยามของผู้บริโภคตามกฎหมายนิยามว่าต้องเป็นผู้ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบธุรกิจแล้วเกิดความเสียหายจากการใช้สินค้าและบริการ แต่ประเด็นการร้องทุกข์ไม่ได้เกิดจากการใช้สินค้า แต่เป็นการซื้อสินค้า สมัครเป็นตัวแทนแล้วขายไม่ได้ ไม่ได้ส่วนต่างตามที่คาดหวังไว้
จากนั้น “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกรได้สอบถามว่า สคบ.มีเจ้าที่เจ้าทาง เทวดาหรือไม่ ซึ่งนายณัชภัทร บอกว่า ยืนยันว่าไม่มี หลังจากนั้น “หนุ่ม กรรชัย” ได้เปิดคลิปเสียงของบุคคลหนึ่ง โดยในคลิปเสียงสรุปใจความได้ว่า ตอนมีปัญหา ก่อหวอดกัน หรือมีเรื่องร้องไปที่ สคบ. คนในคลิปเสียงไปถึง สคบ.เลยเทวดาอารักษ์ เทพเทวดาอะไรที่ดูแล สคบ.อยู่ คนในคลิปเสียงอุทิศบุญให้ ขอให้ราบรื่น เรียกว่าติดสินบนเทวดา โดยบอกว่า “ทุกคนต้องกินต้องใช้ เป็นมนุษย์ก็กินบุญ เป็นเทวดาก็ต้องกินบุญ”
หลังจากเปิดคลิปเสียงดังกล่าวแล้ว นายณัชภัทร ชี้แจงว่า ไม่รู้หมายถึงใคร ไม่รู้ว่ามา สคบ.แล้วใครจะดูและไม่รู้ เพราะโดยส่วนตัวตนไม่รู้จักกับคุณพอลเลย รู้จักผ่านสื่อ และคนในกองที่สอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ก็ไม่รู้จักเขาอีก เพราะส่วนใหญ่เขาจะส่งทนายความผู้มอบอำนาจมาชี้แจง