จากกรณีเพจดังเปิดคลิปเสียงระหว่างนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ “บอสพอล” ผู้ก่อตั้งบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป กับนักการเมืองรายหนึ่ง ตั้งแต่ "เทวดา สคบ." และล่าสุดการระบุถึงชื่อ "ประทีป" พร้อมทั้งอ้างว่า สามารถแต่งตั้งประทีปให้ขึ้นรองเลขา และให้ช่วยดูแลได้นั้น
ล่าสุดวันนี้พีพีทีวี ได้ไปพูดคุยกับ พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ที่ถูกพาดพิง พร้อมชี้แจงในหลายประเด็น
โดย พ.ต.อ.ประทีป เปิดใจว่า ขณะที่ตัวเองดำรองตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ.นั้น ทางบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ได้เคยเข้ามาหารือว่า จะสามารถจดทะเบียนเป็นธุรกิจขายตรงได้หรือไม่ แต่เมื่อดูข้อมูล และเอกสารแล้ว พบว่าองค์ประกอบไม่สามารถจดทะเบียนเป็นธุรกิจขายตรงได้ จึงแนะนำให้ไปจดทะเบียนตลาดแบบตรง แต่ทางบริษัท ดิไอคอน ต้องการให้ สคบ.ทำหนังสือเป็นเป็นลายลักษณ์อักษร
ต่อมาวันที่ 13 มิ.ย. 2561 “บอสพอล” ได้เข้ามายื่นหนังสือให้กับตัวเอง โดยหนังสือฉบับนั้นเป็นเพียงเป็นข้อหารือ เพื่อยื่นขอจดทะเบียนเป็นธุรกิจขายตรง ไม่ใช่หนังสือการประกอบธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ตามที่บริษัทดิไอคอน โพสต์ และติดแฮชแท็ก
ทั้งนี้เมื่อดูข้อมูลแล้ว ตัวเองก็เห็นว่า ธุรกิจดังกล่าว ค่อนข้างล่อแหลม และมีความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดได้ จึงเสนอเรื่องให้กับเลขาธิการ สคบ.ในขณะนั้น ซึ่งได้เห็นชอบส่งหนังสือไปยัง 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ให้ตรวจสอบ
พ.ต.อ.ประทีป ยังเปิดเผยว่า ขณะที่รับราชการในสคบ. ไม่ได้รู้จักบอสพอลเป็นการส่วนตัว และเคยเจอบอสพอลเพียง 2 ครั้ง ครั้งแรก คือ กรณีที่บอสพอล มายื่นหนังสือหารือการจดทะเบียนธุรกิจขายตรง และอีกครั้งในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ที่บอสพอล นำขนมไหว้พระจันทร์มามอบให้ พร้อมกับขอถ่ายรูปกับตัวเอง นอกจากนี้ยังทราบว่า บอสพอล เคยเข้ามา สคบ.อีกหลายครั้ง แต่ไม่ได้มาหาตัวเอง และที่ผ่านมามักจะมีพฤติกรรมขอถ่ายรูปกับผู้บริหาร สคบ.ด้วย
ส่วนกรณีคลิปเสียงล่าสุดซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างบอสพอล และนักการเมืองคนหนึ่ง พร้อมทั้งระบุถึงชื่อประทีป แล้วอ้างว่า สามารถแต่งตั้งประทีปให้ขึ้นรองเลขา และให้ช่วยดูลได้นั้น พ.ต.อ.ประทีป ระบุว่า ไม่รู้ที่มาของคลิปว่ามาจากไหน แต่ตัวเองได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากบุคคลที่ชื่อประทีป ในสคบ. ตั้งแต่ที่ตัวเองรับราชการ จนถึงปัจจุบัน ไม่มีคนที่ชื่อประทีป และเมื่อไปเจาะจง ที่รองเลขาธิการสคบ. ก็มีตัวเองคนเดียว โดยเฉพาะประเด็นที่อ้างว่า มีส่วนในการแต่งตั้งเป็นรองเลขา ยืนยันว่าไม่มีใครสนับสนุน ขณะที่การแต่งตั้งการเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกก็ผ่านกรรมการ ตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้พิจารณาตามหลักความรู้ ความสามารถ ซึ่งตัวเองมั่นใจในความสามารถ และไม่เคยมีการวิ่งเต้นเพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง ที่สำคัญนักการเมืองที่กล่าวอ้างว่าเป็นผู้แต่งตั้งตัวเอง ก็คงไม่ได้มีศักยภาพในการผลักดัน
พ.ต.อ.ประทีป ยังยอมรับว่า ตัวเองนั้นคุ้นเสียงของนักการเมือง ที่สนทนากับบอสพอล ซึ่งถ้าหากเป็นนักการเมือง ที่มีการกล่าวชื่อถึง ตัวเองก็รู้จักพอสมควร เนื่องจากตัวเองเคยเป็นผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง จึงต้องกำกับดูแล หรือรับเรื่องธุรกิจขายตรง ที่เบี่ยงเบนไปทางแชร์ลูกโซ่ จึงรู้จักกับคนที่เชี่ยวชาญเรื่องแชร์ลูกโซ่ ซึ่งบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ก็เคยเป็นผู้ที่ออกมาต่อต้านแชร์ลูกโซ่เหมือนกัน จึงรู้จักกัน แต่ไม่เคยขอให้มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ส่วนกรณีที่นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ประทีป มองว่า ตัวเองอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องถูกสอบสวน ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้ชี้แจง ซึ่งตัวเองนั้นมั่นใจในความบริสุทธิ์ 100% และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นเทวดาสคบ.อย่างที่มีคนกล่าวหา