จากกรณีเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ” ออกมาแฉเครือข่ายดิไอคอน โดยหนึ่งนั้นมีโค้ชและแม่ทีมที่เป็นตำรวจ ยศ สิบตำรวจเอกของ สภ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา โดยปรากฎคลิปใช้ผลิตภัณฑ์ของเครือข่ายดิไอคอน นอกจากนี้ยังมีรูปที่ไปเที่ยวต่างประเทศกินหรูอยู่สบาย โดยระบุว่าเป็นทริปการเดินทางฟรีจากดิไอคอน เนื่องสามารถทำยอดขายสูงได้ทั้งทริปไปท่องเที่ยวยุโรปหลายประเทศ รวมทั้งได้รางวัลเป็นรถเบ๊นซ์ป้ายแดง และยังเป็นโค๊ชสอนการขายผ่านทางออนไลน์ให้กับคนที่สนใจอีกด้วย
โดย พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.คลองหอยโข่ง ผู้บังคับบัญชาของสิบตำรวจเอกดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบข่าวว่านายตำรวจคนดังกล่าวเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ได้ทำการตรอบสวบสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งตำรวจนายดังกล่าวคือ ส.ต.อ.รนวรรธน์หรือ “หมู่จักร” ผู้บังคับหมู่ ปฏิบัติหน้าที่งานธุรการ สภ.คลองหอยโข่ง และรับราชการมาราว 6 ปีแล้ว
โดยก่อนหน้านี้ปกติก็ชอบขายของ ขายเสื้อผ้ามือสอง และผลิตภัณฑ์ต่างๆ อยู่แล้ว หรือรักการขาย และเป็นเป็นรายได้เสริมกระทั่งราวปี 2563 ที่ผ่านมา ได้พบธุรกิจเครือข่ายของ ดิ ไอคอน จึงมีความสนใจ จึงเข้าไปศึกษาในรายละเอียด โดยการเข้าคอร์สอบรมต่างๆ ที่ทางบริษัทจัดขึ้น รวมทั้งเช็คดูแล้วว่า ทั้งบริษัท และตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็มีอยู่จริง และจดทะเบียนถูกต้อง จึงตัดสินใจเข้าร่วม เนื่องจากตนเองก็พอมีเพื่อนๆ และคนรู้จักจากการของต่างๆ มาก่อนหน้าแล้วด้วย
โดยทราบว่า ได้ลองสั่งสินค้ามาขายทั้งการเปิดบิลเริ่มต้น 2,500 บาท 25,000 บาท ไปจนถึงระดับสูงที่ 250,00 บาท โดยหมู่จักร ก็จะเป็นคนสำรองจ่ายเงินไปเองทั้งหมด ไม่ได้มีการเรียกเก็บล่วงหน้าจากลูกทีมเหมือนกับบางทีมแต่อย่างใด
เรื่องของรถเบ็นซ์ที่มีข่าวว่า ทางบริษัทมอบเป็นรางวัลให้นั้น จากการสอบถามทุกคนตั้งแต่ทำงานมา ก็ไม่มีใครเคยเห็นหมู่จักร ขับรถเบนซ์เลย เพราะ ปกติก็เป็นคนเรียบง่ายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทริปท่องเที่ยวต่างประเทศในยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส และออสเตรีย ที่ปราฎในสื่อโซเชี่ยล ก็เป็นการบินไปนาน 2-3 ปี แล้วเช่นกัน ซึ่งหมู่จักร บอกว่า เป็นแพคเกจที่พ่วงมากับการเปิดบิล 250,000 บาท ที่จะได้สิทธิ์ไปเที่ยวยุโรป
LINE เตรียมยุติใช้งานเวอร์ชัน 12.18.0 บน iOS - Android พ.ย.นี้
ผกก.สภ.คลองหอยโข่ง กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมี พ.ต.ท.นพดล ดิเรกวัฒนสาร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหอยโข่ง เป็นประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสัญญาบัตรอีก 2 นาย โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จใน 7 วัน
ผกก.สภ.คลองหอยโข่ง กล่าวด้วยว่า ในส่วนของหมู่จักร ขณะนี้ยังไม่มีความความผิดอะไร เพราะ ทำไปตามรูปแบบของบริษัทที่มีการจดทะเบียนโดยถูกต้องตามกฎหมาย และเท่าที่ทราบ ก็ยังไม่ได้มีการไปหลอกลวงใคร ซึ่งหากมีทางผู้เสียหายก็จะต้องไปแจ้งความ เพื่อดำเนินการในทาวอาญา แต่ในทางวินัยก็อาจจะมีความไม่เหมาะสมบางอย่าง แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง เช่น การสวมเครื่องแบบโพสต์คูกับผลิตภัณฑ์เท่านั้น
อีกทั้งหมู่จักรเอง ก็อาจจะตกเป็นหนึ่งในผู้เสียหายด้วยเช่นกัน เพราะ เปิดบิลไปกับบริษัทแล้ว แต่ยังไม่ได้รับของ และไม่รู้ว่าเงินดังกล่าวจะสูญไปหรือไม่ และสภาพจิตใจตอนนี้ค่อข้างย่ำแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น