วันที่ 21 ต.ค. 2567 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" กล่าวถึงกรณีที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง นำเสนอรายงานข่าวอ้างว่า ทนายแบรนด์เนมเคยร่วมงาน กับ ดิไอคอน รวมทั้งพาดพิงถึงทนายคนอื่น ๆ ว่าช่วยเหลือบอสพอล ซึ่งทนายแบรนด์เนม คือ การที่สื่อมีเจตนาสื่อถึงตน ถือว่าเป็นการนำเสนอข่าวที่ไร้จรรยาบรรณ เพราะทีมทนายความทุกคนพร้อมเสียสละออกมาช่วยคดีนี้ อีกทั้งตนเองเป็นคนแรกที่แจ้งความดำเนินคดีกับ บอสพอลด้วยซ้ำ เพราะผู้เสียหายไม่กล้าออกมาให้ข้อมูล ตนจึงเป็นคนรวบรวมทีมทนายความมาช่วยคดีแก่ผู้เสียหาย
แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกับบอสพอล ตนไม่เข้าใจว่าสำนักข่าวดังกล่าวต้องการจะเล่นงานตนเพื่ออะไร มองว่าคดีนี้เป็นเรื่องทุกข์ร้อนของชาวบ้าน ทำให้ทนายความทุกคนรวมถึงตนร่วมใจออกมาช่วยเหลือประชาชน แต่สำนักข่าวนี้กลับมาอ้างว่า พวกตนตีรวนเพื่อช่วยเหลือบอสพอลและกล่าวหาว่า ตนเคยไปงานเลี้ยงของดิไอคอน ตนขอท้าไปยังสำนักข่าวดังกล่าวเลยว่าให้เอารูปที่กล่าวอ้างมาเปิดได้เลยว่า ตนเคยไปร่วมงาน ดิไอคอน ตอนไหน ตนไม่รู้จักกับบอสพอลมาก่อน
อัปเดตเส้นทางพายุดีเปรสชันลูกใหม่ในมหาสมุทรแปซิฟิก!
อีกทั้งพยานที่นำไปออกในรายการของสำนักข่าวนี้อ้างว่า ตนเองสนิทกับบิ๊กบอสของ ดิไอคอน อักษรย่อ ป.อ. ตนมองว่าเป็นเรื่องปัญญาอ่อน เพราะตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า บิ๊กบอส ป.อ.คือใคร ไม่รู้จักด้วยซ้ำ ถ้าพยานคนนี้รู้ว่าเบื้องหลังคือบิ๊กบอส ป.อ. แล้วทำไมไม่นำพยานคนนี้ไปให้ข้อมูลกับตำรวจ ทั้ง ๆ ที่มีข้อมูลสำคัญ ไม่ใช่มาผลิตเป็นรายงานข่าวที่ไม่มีมูล และพยานคนนี้ไม่กลัวโดนเก็บหรอหรือกังวลด้านความปลอดภัยเหรอ ทำไมไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ทนายตั้ม ยืนยันว่า ตนจะฟ้องเอาผิดกับนักข่าวผู้ผลิตสกู๊ปนี้และผู้บริหารของสำนักข่าวนี้ ถึงแม้ภายหลังจะมีการแก้ไขข่าวแล้ว แต่ตนมองว่าไม่ทันแล้ว เพราะทำให้สังคมเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตนเอง เป็นพวกเดียวกับ ดิไอคอน และการอ้างว่าตนเองเป็นทนายแบรนด์เนม มองว่าเป็นการทำให้สังคมหมั่นไส้ตน ทั้งที่ตนเลิกเป็นเลิกสวมใส่แบรนด์เนมตั้งนานแล้ว ตนรู้สึกน้อยใจ เพราะตนเป็นตัวเปิดของคดีบอสพอล แต่แรก จึงมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการดิสเครดิตตนเอง
อีกทั้งการที่เพจโซเชียลกล่าวหาว่า ตนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา ขอท้าให้เพจเหล่านั้นนำพยานหลักฐานมาเปิดเผยกับตนได้เลย ว่าตนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาตรงไหน พร้อมกันนี้ยังได้แสดงรายได้ให้สื่อมวลชนได้ดูว่า ก่อนหน้านี้ตนมีรายได้หลายล้านบาท เลยทำให้ตนมีเงินที่จะซื้อทรัพย์สินต่างๆ ได้ ไม่ได้มาจากธุรกิจสีเทาตามที่กล่าวอ้าง หากไม่สามารถนำพยานหลักฐานที่กล่าวหาตนมาเปิดได้ก็จะฟ้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ส่วนภาพที่ตนถ่ายคู่กับกันต์ กันตถาวร หนึ่งในผู้ต้องหา ดิไอคอน ตนขอชี้แจงว่า เป็นเพราะตนไปออกรายการดัง ที่มีกันต์เป็นพิธีกร และตนก็เคยถ่ายรูปกับนายกันต์ที่พัทยาเพราะเป็นการเจอกันโดยบังเอิญ ตั้งแต่ 2-3 ปี ตนเลยขอถ่ายรูปด้วยในฐานะที่เขาเป็นศิลปินดารา แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นเพื่อนกับกันต์มาก่อนและไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว มีเพียงแต่ภรรยาของกันต์ที่เคยมาปรึกษาเรื่องทางกฎหมายกับตนเท่านั้น