ที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นายกุ้ง (นามสมมุติ) น.ส. ปลา (นามสมมุติ) สองสามีภรรยา คนขับรถยนต์บรรทุก10 ล้อบรรทุกสินค้า เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.วังน้อย ให้ดำเนินคดี ชายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เรียกตรวจรถยนต์บรรทุก ทำทรัพย์สินเสียหาย และเรียกรับเงินจำนวน 250,000 บาท
น.ส.ปลา เล่าว่า เธอ กับสามีรับจ้างขับรถบรรทุกรับส่งพัสดุ-สินค้ามาจากบริษัทแห่งหนึ่ง ในจ.มุกดาหาร เพื่อไปส่งในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 1 พ.ย.
จนมาถึงถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพ หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งช่วงหลักกิโลเมตรที่ 66 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 2 พ.ย.พบชายฉกรรจ์ ประมาณ 10 คน ใช้รถยนต์กระบะ 2 คนเรียกให้จอดรถ สังเกตุเห็นสวมใส่ชุดสีดำ บางคนสวมเสื้อกั๊กด้านหลังเขียนคำว่า “ฝ่ายปกครอง” บังคับให้ลงจากรถยึดโทรศัพท์มือถือ และแจ้งว่า สงสัยว่า ภายในรถมีสิ่งของผิดกฎหมายขออนุญาตตรวจค้นได้เปิดผ้าใบที่คลุมรถ และมีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปใช้มีดกรีด เปิดกล่องพัสดุที่บรรทุกมา
อัจฉริยะแฉ! ตร.หิ้วสอบคนใกล้ชิดทนายตั้มตัวย่อ "บ" รับสารภาพหมดเปลือก!
หลังการตรวจค้นเสร็จ บอกว่าของในรถเราบรรทุกของผิดกฎหมายมาเป็นของหนีภาษีมา และให้รอรถบรรทุกอีกคันมาก่อนค่อยโทรแจ้งเถ้าแก่ เดียวจะคุยกับเถ้าแก่เอง ส่วนตัวนั้นไม่ทราบว่าพัสดุที่บรรทุกมาเป็นอะไรบ้าง รู้แค่รับจ้างขนพัสดุจากบริษัท เพื่อไปส่งปลายทางเท่านั้น
จนมีรถยนต์บรรทุกอีกคันมา จึงเรียกให้จอด และทำการตรวจค้น จากนั้น ได้ให้เธอโทรศัพท์ติดต่อคุยกับทางเถ้าแก่ของบริษัท และชายหนึ่งคนเป็นคนพูดคุยเจรจากันกับทางเถ้าแก่ จนมีการโอนเงินจำนวน 250,000 บาท แล้วกลุ่มชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยรถบรรทุก เธอและสามีขับรถออกมา
ด้าน ผกก.สภ.วังน้อย ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นตำรวจจะต้องสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมกับการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดความเชื่อมโยง ว่าผู้ที่เรียกตรวจค้นรถเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานไหน จริงตามที่ผู้เสียหายแจ้งหรือไม่ หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องส่งเรื่องให้ ปปช.ดำเนินคดี นอกจากนี้การสอบสวนดูว่ามีการกระทำความผิดอะไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ อส.ที่ปรากฏอยู่ในภาพการตรวจค้นรถบรรทุก ให้ข้อมูลว่ารับแจ้งจากหัวหน้าชุดว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและยาเสพติด โดยใช้รถบรรทุกจึงนำกำลังไปเฝ้าจับกุม พบรถบรรทุกตรงตามที่แจ้งจึงมีการรเรียกตรวจค้นรถ เปิดผ้าใบตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายจึงปล่อยไป และไม่พบว่าการพูดคุยหรือเจรจา เรียกรับเงินอะไร