มหากาพย์คดี “ดิไอคอน” ในขณะนี้ กำลังเข้าสู่ขั้นตอนที่สำคัญ ผ่านกระบวนการตามเทคนิคต่าง ๆ ขณะที่ทาง นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ “บอสพอล” ผู้ต้องหาคดีดังกล่าว ตั้งหลักเดินหน้าเอาคืนทีละประเด็น รับคำสั่งมาทุกวัน
ซึ่งล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพิ่งมีการเรียกประชุมกรรมการหวังเอาผิดเพิ่มข้อหาแชร์ลูกโซ่ ขณะที่ผู้ต้องหาดิไอคอนชุดสองยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทำให้สังคมจับตามองว่า กระบวนการหลังจากนี้จะเดินหน้าไปถึงจุดไหน
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ "ผู้การแต้ม" อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk พร้อมวิเคราะห์ถึงคดี “ดิไอคอน” ไว้อย่างน่าสนใจ
อัจฉริยะแฉ! ตร.หิ้วสอบคนใกล้ชิดทนายตั้มตัวย่อ "บ" รับสารภาพหมดเปลือก!
มองตำรวจรวบ 18 บอส ไม่เป็นธรรม เชื่อบางคนอาจไม่มีเจตนาโกง
พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่าการจับกุม “บอสพอล” รวมถึงกลุ่มบอสทั้ง 18 คน นั้นไม่เป็นธรรม แม้การจับเข้าคุกจะเป็นไปตามกฎหมาย สามารถจับเข้าคุกได้ แต่คดีนี้สามารถออกหมายเรียกมาแจ้งข้อหาได้ เพราะพฤติการณ์แต่ละคนไม่น่าจะหลบหนีหรือมีอิทธิพลมากพอทำให้พยานหลักฐานต่าง ๆ ยุ่งเหยิง และที่แย่ที่สุดคือการไปค้านการประกันตัว ทำให้ถูกขังอยู่ถึงทุกวันนี้ ผิดถูกก็ยังไม่รู้
การควบคุมตัวและค้านการประกันตัวนั้นไม่เป็นธรรม เพราะทำให้คนเหล่านั้นถูกมองเป็นผู้ร้ายมากกว่าการถูกออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา สังคมกว่า 80% มองคนเหล่านี้เป็นผู้ร้าย เป็นคนขี้โกงไปแล้ว ทั้งที่สามารถใช้ดุลยพินิจออกหมายเรียกได้เลย ไม่จำเป็นต้องมองว่าโทษเกิน 3 ปีต้องออกหมายจับ
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ที่แย่ที่สุดคือการไปค้านการประกันตัว นอกจากจะทำให้เขาเป็นผู้ร้าย ทำให้คนเข้าใจผิดแล้ว ยังไปลดทอนความสามารถในการต่อสู้คดีของทุกคนด้วย ถ้าเรายืนอยู่บนหลักกฎหมายสมัยใหม่
พ.ต.อ.วิรุตม์ เผยว่า หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลยกฟ้อง คนเหล่านี้สามารถเอาผิดตำรวจ เรียกความเสียหายทางแพ่งได้
สิ่งมีตนมองเป็นสิทธิในการต่อสู้คดี เรื่องความยุติธรรมเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อน ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนสิ้นกระแสความ ไม่พูดเฉพาะข้อจำกัดการสอบสวนของประเทศเรา ซึ่งสำหรับเรา คำว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรมีการมั่วเยอะ มีคนไปกล่าวหาแค่ปากเดียวก็ถือว่าสามารถมีพยานหลักฐานตามสมควรแล้ว
พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า จะผิดหรือถูกต้องว่ากันก่อนออกหมายเรียกหรือหมายจับด้วยซ้ำ ผู้ถูกกล่าวหาถ้าไม่ผิดจะได้ไม่เดือดร้อน ไม่กลัวทัวร์ลง เพราะพูดตามหลักความยุติธรรม อยากฝากไปถึงศาลทุกท่านว่าให้พิจารณาการกระทำ ว่ามีเหตุใดที่เป็นหลักฐานว่าจะทำให้พยานหลักฐานยุ่งเหยิงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าไปเที่ยวต่างประเทศก็ถือว่าเข้าข่ายหนีออกนอกประเทศแล้ว
ส่วนตัวมองว่า คนที่จะผิดต้องมีเจตนาร่วม รู้ว่าเขาโกงก็ไปร่วมโกงและได้ทรัพย์สินจากการโกงนั้น ซึ่งทั้ง 18 คนไม่น่ามีเจตนาการโกงทั้งหมด แม้กระทั่งต้นทางของการโกงโดยส่วนตัวก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ ถ้าโกงจริงเหตุใดจึงอยู่มาถึง 5 ปี รัฐบาลต้องสอบสวนว่าปล่อยให้ธุรกิจผิดกฎหมายใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร
ดีเอสไอพิจารณาคดีตามความเป็นธรรม ปัดพูดถึงดิไอคอนล็อตสอง
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และโฆษกดีเอสไอ เผยว่า การดำเนินการคดีดิไอคอนตามกฎหมาย ต้องมีการพิจารณาว่าพยานหลักฐานไหนเป็นพยานที่เกี่ยวกับคดี และนำไปสู่การพิสูจน์ความผิดหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นต้องมาดูกันก่อนว่าผ่านกรอบนี้หรือไม่ เมื่อผ่านแล้วการดำเนินการสอบสวนก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริงต่อไป
พอมีการยื่นบัญชีพยานมาแล้ว ต้องระบุประเด็นของการพิสูจน์ว่าจะพิสูจน์ประเด็นไหน ซ้ำกันไหม จากนั้นพนักงานสอบสวนก็มีหน้าที่ในการพิจารณาเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยความเป็นธรรม พิสูจน์ทั้งความผิดและความบริสุทธิ์
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำนวนตำรวจมีการแจ้งข้อหามาแล้ว เมื่อเขาตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เพราะพนักงานสอบสวนเห็นว่าสมควร ก็สามารถนำพยานหลักฐานมาหักล้างได้เช่นกัน ตามกระบวนการปกติ
การที่จะแจ้งข้อกล่าวหาใครได้ จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานเห็นสมควร เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนก็ต้องดูว่ามีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่มีเหตุอันสมควรว่าจะเข้าองค์ประกอบความผิดอย่างไร จึงจะแจ้งได้
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า หน้าที่การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เพราะกฎหมายการสอบสวนคดีอาญาบ้านเราเป็นระบบกล่าวหา ซึ่งการทำงานของดีเอสไอก็มีการวางกรอบของคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนจะรวบรวมพยานหลักฐานได้ทั้งหมดได้ภายใน 84 วันหรือไม่นั้น ขอตอบว่าใช้เวลารวบรวมให้เต็มศักยภาพที่เรามี เพราะกฎหมายใช้คำว่ารวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ภายใต้ขอบเขตเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ ขอให้ยึดตามกรอบกฎหมายเป็นหลัก
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ถ้าจากพยานหลักฐานที่รวบรวมมาแล้ว มีเหตุที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ก็นำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ และหลังจากแจ้งแล้วผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์พิสูจน์ความผิดที่ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมได้เช่นกัน ส่วนล็อตสองขอให้ผ่านกระบวนการของล็อตแรกไปก่อน
"ผู้การแต้ม" ชี้ ศาลค้านประกันตัวเพราะเสียหายเยอะ ไร้คนร้องทุกข์จึงอยู่มาได้ 5-6 ปี
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า เวลามีผู้กระทำความผิด และมีการกล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดต่าง ๆ เมื่อพนักงานสอบสวนรับเรื่อง จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเอาผู้กระทำความผิดไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ฉะนั้นจึงต้องดำเนินการสอบสวน รวมรวบพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายให้ได้
แต่ถ้ารวมพยานหลักฐานแล้วไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดได้ ตำรวจก็สามารถสั่งไม่ฟ้องได้ ฉะนั้นเมื่อตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน สิ่งที่จะพต้องดำเนินการต่อไปคือ อาจออกหมายเรียก อาจต้องไปดูโทษ ดูดุลพินิจ จากนั้นขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ
การออกหมายจับ ศาลก็ต้องใช้ดุลยพินิจ พูดง่าย ๆ คือ ตำรวจขอ ศาลให้ ซึ่งจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ หรือศาลอาจเสนอแนะให้ตำรวจทำ 1 2 3 4 ก็ว่าไป ฉะนั้นเมื่อกฎหมายกำหนดเช่นนี้ ตำรวจจึงต้องดำเนินการ
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ตำรวจมองว่ามีผู้เสียหายเยอะ มีพยานหลักฐานเยอะ สอบสวนเยอะ จึงต้องค้านการประกันตัว ซึ่งศาลเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ประกันหรือไม่ให้ประกันตัวก็ได้ โดยยึดความหนัก-เบาของคดี ความเสียหายของคดี หลบหนีหรือไม่ จะไปยุ่งเหยิงกับหลักฐานหรือไม่ และหลักประกันที่จะเสนอให้ศาล
ทีนี้มีการยุ่งเหยิงกับพยานเกิดขึ้น ผ่านการขู่ว่าไม่ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับเงินคืน หรือถ้าไปแจ้งความจะแจ้งจับ
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ตามปกติแล้ว คดีฉ้อโกงหรือความผิดอันยอมความได้ ต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ขณะที่กรณีนี้เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน หลอกลวงหลายคน โทษก็หนักขึ้น ฉะนั้นเมื่อจะสอบสวนใครต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษหรือผู้เสียหาย ส่วนตัวมองว่าที่ผ่านมาที่ไม่มีการดำเนินการนั้น เป็นเพราะไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ
ทว่าสิ่งที่ พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยได้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำไมไม่มีใครเอะใจ ทั้งที่มีผู้เสียหายมากมายขนาดนี้
พล.ต.ต.วิชัย เผยว่า ผบ.ตร. ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. เป็นต้นมามีการสอบสวนพยานไปแล้วหมื่นกว่าปาก ทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่ 08.00 ถึง 02.00 น. ก่อนส่งให้ดีเอสไอ ซึ่งแม้ตำรวจไม่อยากทำ แต่ก็ต้องทำเนื่องจากมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ฉะนั้นจะว่าไม่ได้ว่าตำรวจทำไมต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้
ในส่วนของการให้ข้อมูลโดยดีเอสไอ ส่วนตัวยังไม่เข้าใจ ถ้าดีเอสไอบอกว่ามีพยานอยู่หมื่นปาก คุณไม่สอบสวนได้อย่างไร เพราะเขาจะเอาพยานหลักฐานมาให้ในการแก้ต่าง และจะรู้ได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นจะให้การตรงกัน ต้องฟังมาก่อนถึงจะรู้ว่าตรงไม่ตรง และยังไม่รู้เลยว่าที่สอบปากคำนั้นเขาจะมีพยานหลักฐานมาให้ จะไม่สอบสวนไม่ได้
ฟันธงปลายทางต้องปล่อยตัว เหตุดำเนินการไม่ทัน 84 วัน
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ส่วนตัวฟันธงว่าการควบคุม 84 วัน อัยการสั่งฟ้อง ส่งสำนวนรวบรวมพยานหลักฐานไม่ทัน ก็ต้องปล่อยตัวโดยอัตโนมัติ เพราะหมดอำนาจควบคุม แต่คดีก็เดินต่อ ในส่วนนี้คือไปรีบจับเขา ถ้าออกหมายเรียกขณะนี้มีเวลาดำเนินการสบาย
สิทธิเสรีภาพของคนเป็นเรื่องใหญ่ วันที่ปล่อยตัวเวลาเที่ยงคืนก็สามารถออกได้เลย ถ้าจะออกหมายจับ จะจับเขา ก็ต่อเมื่อต้องจำเป็น จับแล้วไม่ยกฟ้อง พยานหลักฐานพร้อม ก่อนจับต้องรวบรวมหลักฐาน ต้องแน่ใจว่าผิดก่อนแล้วถึงจับ
พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า เนื่องจากเวลา 84 วันเดี๋ยวระหว่างทางจะมีประเด็นนู่นนี่เพิ่มเติมเข้ามาอีก หรือถ้าจะทำให้ทันก็ทำแบบมั่ว ๆ เสนอฟ้องแบบมั่ว ๆ ไป หรือหากให้ดีเอสไอทำก็มองว่าไม่ทัน เพราะบุคลากรไม่พอ สอบได้วันละไม่กี่ปาก เชื่อว่าภายใน 84 วัน พยานเยอะ อัยการต้องมีการสั่งสอบเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าอย่างไรก็ไม่ทัน
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า ตำรวจที่เขาสอบสวนนั้นเป็นการสอบสวนตามฟอร์แมต ส่งแบบฟอร์มไปให้ตำรวจโรงพักสอบสวน ไม่ใช่สอบสวนที่กองปราบฯ หน่วยเดียว นี่คือสิ่งที่ตนเป็นห่วง เป็นการปรินต์ออกมา เซ็นชื่อ ถ้อยคำส่วนใหญ่ก็แทบเหมือนกันหมด แตกต่างแค่ชื่อที่อยู่ นอกนั้นเหมือนกันหมด ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่ถูกต้อง
แต่กรณีของกลุ่มที่จะสู้คดีนั้นส่วนตัวมองว่าดีอยู่ตรงที่ว่า เขาปล่อยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสอบสวน ซึ่งตรงนี้มองว่าถูกต้อง เพราะแต่ละคนจะมีพฤติการณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้กล่าวหา หรือผู้ที่เป็นฝ่ายบริสุทธิ์ ดีเอสไอควรสอบสวนหมดให้สิ้นกระแสความ ทว่าไม่มีทางทันอยู่แล้ว คำถามคือจะไปจับคนเหล่านั้นทำไม
พอออกหมายจับก็มีปัญหา ถ้าออกหมายเรียกปัญหาจะไม่เกิด สอบสวนยาวเท่าไรก็ได้ เพราะไม่ควบคุมตัว พอออกหมายจับก็เกิดความเอิกเกริก มีหิ้วปีก ดูเป็นผู้ร้าย ซึ่งต่อมาอาจเป็นหนึ่งในเหตุให้ไม่ให้ประกันตัว และทำให้ตำรวจกดดันตัวเอง พอตัวเองทำไม่ทัน ก็ย้อนคำถามไปที่ออกหมายจับทำไม