ทีมข่าวได้รับข้อมูลจากอดีตพี่เลี้ยงและอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์เด็กของมูลนิธิเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตัดสินใจออกมาเปิดเผยว่า มีเด็กๆ ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้หลายคนต้องทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจโดยครูและพี่เลี้ยงมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เด็กอยู่ในสภาพย่ำแย่และต้องเติบโตมากับความหวาดกลัว แม้จะมีการแจ้งปัญหาให้กับคณะกรรมการมูลนิธิได้ทราบแต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้น
อดีตพี่เลี้ยงคนนี้ให้ข้อมูลว่า หลายปีก่อนหน้านี้เธอทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ก่อนจะลาออกไปเรียนต่อ จากนั้นได้กลับเข้ามาสมัครทำงานที่เดิมอีกครั้งในฝ่ายพยาบาล โดยมีกำหนดทดลองงานเป็นเวลา 6 เดือน แต่การกลับมาครั้งที่สองทำให้เธอได้พบเรื่องที่ไม่สบายใจ เมื่อเห็นเด็ก ๆ ถูกเลี้ยงดูไม่เหมาะสมเข้าข่ายทารุณกรรมด้วยวิธีต่าง ๆ
สรุปเหตุการณ์ "รถถัง" เสียแชมป์โลก เพราะตกตาชั่ง
เธอจึงถ่ายภาพและคลิปเหตุการณ์บางส่วนไว้ แต่กลับถูกห้ามปราบ บอกว่าห้ามเข้ามายุ่ง อ้างว่าเป็นการสั่งสอนเด็กที่ทำความผิดและไม่เชื่อฟัง เธอมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเชื่อว่าเข้าข่ายทารุณเด็ก จึงไปแจ้งต่อนักสังคมสงเคราะห์ แต่ปรากฏว่าเธอกลับถูกโหวตไม่ผ่านการทดลองงาน ด้วยเหตุผลที่เธอถ่ายคลิปในสถานสงเคราะห์ที่เป็นการฝ่าฝืนกฏระเบียบและเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก
ขณะที่ อดีตอาสาสมัครอีกคนหนึ่ง เล่าว่า ในปี 2566 มีเด็กไม่สบายและถูกนำส่งโรงพยาบาลของรัฐ แพทย์ตรวจพบร่องรอยบาด แผลฟกช้ำในตัวเด็ก ต่อมาช่วงกลางปีแพทย์ยังพบลิ้นเด็กติดเชื้อราซึ่งสันนิษฐานว่ามาจากการกินเผ็ดรุนแรง แพทย์เห็นว่าเป็นอาการเจ็บป่วยที่ไม่ปกติ จึงรายงานหน่วยงานรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ฯ
ต่อมาทางมูลนิธิจึงมีการสอบสวนข้อเท็จจริง พบว่ามีพี่เลี้ยง นักพัฒนาการเด็ก และ นักสังคมสงเคราะห์จำนวน 9 คน กระทำความรุนแรงต่อเด็ก จึงมีการทำทัณฑ์บน 1 คน และ ลงโทษด้วยการให้ออก 8 คน แต่ภายหลังก็รับกลับมาทำงานอีก 4 คน โดย 1 ใน 4 นั้นมีอาการซึมเศร้ารับยาอยู่ที่โรงพยาบาลสวนปรุง ถือว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เสี่ยงที่เด็กจะถูกกระทำซ้ำอีก
อาสาสมัครคนนี้ บอกว่า แม้จะมีการลงโทษไปแล้ว แต่กลับพบว่าในเดือนก.ค. 2567 ยังพบการทำร้ายเด็กเกิดขึ้นอีก สาเหตุเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลเด็กเชิงบวกและไม่ให้ความสำคัญกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ขณะที่ผู้บริหารก็ไม่ได้ลงมากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้ง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และ ทีมเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน และ ตำรวจศูนย์พิทักษ์ เด็ก สตรี ครอบครัวและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้เข้าตรวจสอบที่สถานสงเคราะห์แห่งนี้ โดยมีการแยกเด็กกลับไปดูแลที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กรวม 17 คน รวมทั้งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงที่ปรากฏหลักฐานว่าทำร้ายหรือลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง
สำหรับสถานสงเคราะห์เด็กเอกชนแห่งนี้ เป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหม่ รับดูแลเด็กกำพร้าอายุ 3 เดือน - 6 ปี จดทะเบียนเป็นสถานสงเคราะห์เอกชนภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์