“เชน ธนา” เปิดโกงดังสินค้า ยันไม่ได้โกงคู่กรณี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เชน ธนา เปิดโกงดังสินค้า ยัน ไม่ได้แอบขายเอาเงินไปใช้ตามข่าว ลั่น ไม่ได้โกงคู่กรณี คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์

จากกรณี บริษัทแห่งหนึ่งได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ “เชน ธนา” และภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์อาหารเสริมชื่อดัง ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยทางบริษัทอ้างว่าผู้ถูกกล่าวหาสั่งซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไปมูลค่ากว่า 79 ล้านบาท แต่เมื่อทางบริษัทส่งสินค้าไปให้ กลับไม่ยอมจ่ายเงินค่าสินค้า อ้างว่าทำผิดสัญญา สินค้าไม่ได้คุณภาพตามที่สั่งนั้น

เชน ธนา ช่างภาพพีพีทีวี
เชน ธนา

ล่าสุด วันที่ 23 พ.ย. 2567 “เชน ธนา” หรือ นายธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด ได้พาสื่อมวลชนตรวจนับสินค้า ที่ค้างอยู่ในโกดังเก็บสินค้าของอมาโด้ ย่านบึงกุ่ม ซึ่งยังมีสินค้าค้างอยู่ในสต๊อกจำนวนกว่า 4,904,202 ซอง

จากนั้น เชน ธนา ได้แถลงกรณีข้อพิพาทระหว่าง บริษัท อมาโด้กรุ๊ป จํากัด และ บริษัทคู่กรณี ว่า ข่าวที่เกิดขึ้นว่า ตนเองได้กระทำผิดฐานฉ้อโกงนั้น ไม่เป็นความจริง และวันนี้ ได้ขอชี้แจง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนเองทำธุรกิจนี้มายาวนานกว่า 10 ปี และ ตลอดเวลาที่ผ่านมา  ก็ดำเนินธุรกิจขายสินค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และไม่เคยทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย

ส่วนปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องของตนเองกับคู่กรณี และ อยากชี้แจงว่าหากสินค้ามีคุณภาพและเป็นไปตามที่ตกลงกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตนเอง จะไม่ชำระราคาสินค้า  หรือ ไม่นำสินค้าไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค

ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เริ่มต้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563  ตนเองได้รับการติดต่อจากคู่กรณี เพื่อนำเสนอ สินค้า ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ประเภทโพรไบโอติกส์ พร้อมกับนำเสนอสรรพคุณของสินค้าว่า  มีความโดดเด่นกว่าสินค้าทั่วไปในประเภทเดียวกันที่วางขายในท้องตลาด

จากนั้น วันที่ 13 พ.ย. 2563  ตนเองได้เริ่มสั่งซื้อสินค้ากับคู่กรณี แต่คู่กรณีมีการขอขยายเวลาจัดส่งหลายครั้ง จนในวันที่ 10 ก.พ. 64  ตนเองจึงได้สรุปยอดสั่งซื้อสินค้าจำนวน 3,000,000 ซอง และได้รับสินค้าล็อตแรกในวันที่ 1 มี.ค. 2564  ซึ่ง ณ วันนั้น ความเสียหายมันเริ่มเกิดขึ้นแล้ว

นายเชน ธนา เล่าต่อว่า  ปรากฏว่า สินค้าได้รับความสนใจ จากลูกค้าเป็นอย่างดี ตนเอง เลยสั่ง เพิ่มล็อตที่สองจำนวน 4,500,000 ซอง และ ทยอยชำระเงิน   ต่อมา วันที่ 24 มี.ค. 2564  ตนเองก็ได้มีข้อพิพาท กับคู่กรณี เพราะเพิ่งทราบว่า สินค้าตัวดังกล่าว  มีสรรพคุณ ไม่ตรงตามที่ได้แจ้งไว้  และไม่สามารถขอใบอนุญาตโฆษณาได้ ทำให้ตนเองไม่สามารถโฆษณา หรือ ขายได้อย่างเต็มที่  จึงมีการเจรจาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตลอดมา แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

จากนั้น  คู่กรณี ได้ส่งหนังสือทวงถาม ครั้งแรก  ให้ตนเอง ชำระค่าสินค้า  ตนเองและคู่กรณี ได้นัดประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ โดยในวันถัดมา คู่กรณีกลับส่งหนังสือทวงถาม (ครั้งที่สอง) ให้ชำระค่าสินค้าอีก ในวันที่ 16 ส.ค. 2565 ตนเองจึงทำหนังสือกลับไปแจ้งคู่กรณีว่า ให้ดำเนินการแก้ไขสินค้าให้ตรงตามที่ตกลงกันไว้  ภายใน 30 วัน หากเพิกเฉย จะขอสงวนสิทธิ ในการบอกเลิกสัญญา และจะคืนสินค้าทั้งหมดพร้อมเรียกค่าเสียหาย ตามกฏหมาย

แต่ปรากฏว่า คู่กรณีไม่ได้มารับสินค้าคืน ตนเองจึง ได้ยื่นฟ้องคดี และจนถึงปัจจุบัน คู่กรณีก็ยังคงไม่มารับสินค้าดังกล่าวคืน นอกจากนี้ ศาลชั้นต้นก็ได้มีคำพิพากษาแล้วว่า เป็นเพียงกรณีการผิดสัญญาซื้อขายสินค้า โดยขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง  ตนเอง ไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกงแต่อย่างใด ข้อมูลดังที่ปรากฏในข่าว จึงไม่มีมูลความจริง ซึ่งปัจจุบันสินค้าดังกล่าวก็ยังอยู่ในคลังสินค้าเช่นเดิม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ