จากกรณี "ผิง ชญาดา" นักร้องลูกทุ่งหมอลำสาว ชาว ต.บ้านแดง อ.พิบูลรักษ์ จ.อุดรธานี ไปนวดคอ บ่า ไหล่ ที่ร้านนวดแผนโบราณ ริมสวนสาธารณหนองประจักษ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี 3 ครั้ง มีการนวดแบบบิดคอ 2 ครั้ง ทำให้แขนและขาชา ป่วยเป็นอัมพาต ติดเตียงและเป็นเจ้าหญิงนิทรา เสียชีวิตในที่สุดนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านน้องนวดแผนโบราณ ริมสวนสาธารณหนองประจักษ์ศิลปาคม ถนนเทศา เขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่น้องผิง มาใช้บริการก่อนหน้านี้
โดยเมื่อเดินทางไปถึง ได้พบกับ นายสุมิญชยา สังฆทิพย์ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 8 อุดรธานี นางศุทธินี เหลือวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข จ.อุดรานี นายสมชาย ชิณวานิชย์เจริญ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจร้านนวดดังกล่าว ว่ามีใบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ ในสถานประกอบการเพื่อสุภาพ ประเภทนวดเพื่อสุขภาพหรือไม่
โดยผลการตรวจสอบพบว่า หมอนวด 2 คน มีใบขึ้นทะเบียน ส่วนอีก 5 คน อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ หากไม่มีใบขึ้นทะเบียนจะผิดกฎหมาย จะเป็นหมอนวดเถื่อน ไม่สามราถให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บข้อมูล โดยไม่ให้สัมภาษณ์ แต่อย่างใด
ด้าน ผู้จัดการร้านนวดดังกล่าว ชี้แจงว่า ร้านนวดที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี 2548 หมอนวดแผนโบราณที่ร้านมีจำนวนไม่แน่นอน แล้วแต่บางวัน บางครั้งก็เป็น 10 คน บางครั้งก็เหลือ 4 -5 คน แล้วแต่จังหวะที่หมอนวดจะมีงานที่อื่น ไปทำงานที่พัทยา ภูเก็ต หรือต่างประเทศ หมอนวดส่วนมากก็จะมาทำชั่วคราว คนที่จะมานวด เราก็จะตรวจสอบว่ามีใบอนุญาต มีการขึ้นทะเบียนหรือไม่ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ทำงานนานหรือไม่ ถามว่ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นนวดน้องที่เสียชีวิต เราก็ไม่ทราบ พอลูกค้าเข้ามา เราก็จำไม่ได้ว่ามีลูกค้าคนไหน เข้ามาเมื่อไหร่ แต่ถ้าหากมานวดวันนี้หรือพรุ่งนี้ เราก็พอจะนึกออกอยู่บ้าง แต่เห็นว่าตามข่าวที่บอกคือมานวดช่วงต.ค. ไม่ว่าจะหมอนวดหรือลูกค้าเอง ก็คิดว่าคงจะจำไม่ได้แน่นอน ว่าเคยนวดใครคนไหน เพราะเป็นการไล่เป็นตามคิว วันต่อวัน แต่ก็จะมีอีกประเด็นคือลูกค้าประจำที่จะมีหมอนวดประจำ ที่มาใช้บริการบ่อยๆ อันนั้นเขาจะจำกันได้ แต่กรณีนี้ไม่ใช่ เขามาถามหาเราก็ไม่รู้ว่าเคยนวดกับใคร
“ส่วนน้องคนนี้ กรณีนี้ เราไม่รู้ว่าเขามานวดวันไหน บอกตรงๆ ว่าไม่รู้เรื่องเลย ส่วนการนวดหักคอ(บิดคอ) ส่วนมากหมอนวด ที่เราเรียนมานั้นมันไม่มี มันเป็นข้อห้าม แต่หมอนวดที่มาทำงานบางคน ที่ผ่านงานกรุ๊ปทัวร์ ไปต่างประเทศมา หรือไปเรียนรู้จากที่อื่นมาเราก็ไม่รู้ ส่วนมากลูกค้าจะคุยกับหมอนวดตัวต่อตัวว่า วันนี้ไม่ดัดนะ ไม่หักนะ ไม่ดึงนะ นวดเบาๆ ไม่เอาหนัก แล้วแต่ลูกค้าต้องการ แต่บางคนก็บอกอยากดัด หักคอ แต่เราก็จะบอกว่าที่นี่ไม่มีหักคอ มันอันตราย เราก็จะบอกไป แต่ถ้าหากลูกค้าเขาคุยกัน 2 คน เราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาสื่อสารกันยังไง“
ผู้จัดการร้านนวด ชี้แจงอีกว่า วันนี้ทราบข่าวตอนเที่ยงตอนแรกเขายังไม่ระบุว่าที่ไหน สักพักก็ทราบว่าระบุเป็นที่นี่ เราก็พยายามเช็คว่าหมอนวดคนไหนที่ดัดคอเป็นบ้าง คนที่นวดครั้งที่ 3 ของน้องยังอยู่ แต่คนนวดคนแรกนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เห็นข่าวแล้วก็ตกใจ เข่าอ่อนหมดแล้ว ไปไม่เป็น เสียใจที่มารู้ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแบบนี้ เราก็ระวังบอกลูกค้าอยู่ว่าถ้าอาการหนักให้ไปหาหมอ การนวดมันก็ได้แค่นิดๆหน่อยๆ แต่การบิดคอเราไม่รู้จริงๆ ว่าใครบิดบ้าง แต่ของตนเองไม่มีการบิด ไม่ได้เรียนมาแบบนี้
ด้าน น.ส.คำแสน อายุ 45 ปี หมอนวดให้กับน้องผิงครั้งสุดท้าย(ครั้งที่ 3) ได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ว่า คนนวดคนแรกไม่ทราบเป็นใคร แต่มีนวดบิดคอมีอยู่2 คน แต่หมออ้อย ได้ลาออกไป แล้วส่วนหมอนวดอีกคนพึ่งเข้ามาทำงาน และน้องผิงไม่ใช่เป็นลูกค้าประจำด้วย ทำให้จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนนวดคนแรก เคยบอกลูกค้าในการนวดหักคอไม่ควรทำและไม่จำเป็นเลย ซึ่งตนมีใบอนุญาต ในการนวดอยู่แล้ว ตอนที่เขานวดหักคอนั้นตนไม่ได้ดู เพราะต่างคนต่างทำงานเท่านั้นเอง