จากกรณี "ผิง ชญาดา" นักร้องลูกทุ่งสาว ไปนวดที่ร้านนวดแห่งหนึ่งซึ่งมีการนวดแบบบิดคอ 2 ครั้ง จนทำให้บาดเจ็บจนล้มป่วยอัมพาต ติดเตียงและเป็นเจ้าหญิงนิทรา ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุดนั้น
ล่าสุดทีมข่าวพีพีทีวีพูดคุยกับ นายกองตรี ดร ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการนวด เพราะทราบข้อมูลมาว่าผู้เสียชีวิตมีอาการป่วยมาก่อนหน้าแล้ว จึงอยากให้รอผลพิสูจน์พลิกศพอย่างเป็นทางการว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข บอกอีกว่า จากการตรวจสอบร้านนวดเบื้องต้นพบว่าร้านได้ขึ้นทะเบียนร้านนวดเพื่อสุขภาพตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนตัวหมอนวดในร้านทั้งหมด 7 คนมีใบอนุญาตนวดเพื่อสุขภาพที่ผ่านการอบรม 150 ชั่วโมงจากกรมสนับสนุนบริการเพื่อสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข แต่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการแพทย์แผนไทยที่ต้องผ่านการอบรมอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือยังไม่มี "หมอแพทย์แผนไทย" เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครได้รับใบอนุญาตเพียงแค่ 150 ชั่วโมง แต่ลักลอบเป็นหมอแพทย์แผนไทย ถือว่าเป็นหมอเถื่อนมีความผิดฐานไม่ขึ้นทะเบียนวิชาชีพแพทย์แผนไทย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ส่วนสถานประกอบการมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายกองตรี ดร.ธนกฤต บอกอีกว่า การจะสรุปได้ว่าเป็นหมอแพทย์แผนไทยเถื่อนหรือไม่ ต้องรอผลพิสูจน์ทราบจากพนักงานสอบสวนก่อนว่าหมอนวดคนดังกล่าว ทำการนวดเพื่อการผ่อนคลาย หรือนวดเพื่อรักษาอาการ หมายความว่าหากผลสอบสวนออกมาว่านวดเพื่อรักษาอาการ ก็ถือว่ามีความผิด
ส่วนกรณีการเสียชีวิตก็ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบ เพราะทางครอบครัวและคนสนิทอ้างว่าเสียชีวิตจากการนวดบิดคอ ซึ่งต้องใช้เป็นพยานและหลักฐานให้พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนมีหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนทำให้เสียชีวิตกันแน่ หรือเสียชีวิต โดยโรคของน้องเองหรือไม่ หมายความว่าต้องมีการชันสูตรพลิกศพ เมื่อผลชันสูตรพลิกศพออกมาเป็นประการใด ก็จะบ่งชี้ได้ว่าน้องผิงเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร ดังนั้นจึงไม่สามารถรีบด่วนสรุปได้ว่าสาเหตุมาจากการนวด
“ยังรีบที่จะสรุปว่าเป็นเรื่องของการนวดแล้วทำให้เสียชีวิตได้ไหม ก็ต้องตอบว่าก็มีความเห็นจากคุณหมอหลาย ๆ ท่านเหมือนกันว่ามีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็แต่ท้ายที่สุดก็ต้องไปจบในเรื่องของการผ่าพิสูจน์ศพไว้ก่อน” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวและทิ้งท้ายว่า ต้องดูว่าญาติจะประสงค์ให้พนักงานสอบสวนส่งร่างผู้เสียชีวิตไปพิสูจน์พลิกศพหรือไม่