ยุคใหม่! ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป เด็กที่เกิดใหม่เป็น “เจนเบตา”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป จะถูกนับว่าเป็น “เจนเบตา” จะเชี่ยวชาญการใช้เอไอ-ให้ความสำคัญกับโลก

วันที่ 1 ม.ค. 2568 นอกจากจะเป็นวันขึ้นศักราชใหม่แล้ว ยังถือเป็นวันเริ่มต้นของ “คนรุ่นใหม่” หรือเจนเนอเรชันใหม่ด้วย นั่นคือ “เจนเบตา” (Gen Beta) โดยจะนับผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 ไปจนถึงคนที่เกิดวันที่ 31 ธ.ค. 2582 (2025-2039)

เด็กรุ่นเจนเบตาจะเป็นลูกของคนเจนวาย (Gen Y) และคนเจนซี (Gen Z) โดยภายในปี 2578 พวกเขาจะคิดเป็น 16% ของประชากรโลก และหลายคนจะมีชีวิตอยู่จนถึงศตวรรษที่ 22

หลัง 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป เด็กที่เกิดใหม่เป็น “เจนเบตา” แล้ว AFP/JADE GAO
“เจนเบตา” คือผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568-2582 (ค.ศ. 2025-2039)

ก่อนจะไปดูว่าคนเจนเบตาจะเป็นอย่างไร มาทบทวนกันก่อนว่าในสังคมปัจจุบันมีคนรุ่นอะไรบ้าง

McCrindle องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สังคมและประชากรศาสตร์ได้กำหนดให้คนที่ยังมีชีวิตแบ่งออกเป็นรุ่นดังนี้

  • บิลเดอร์ (Builder) – เกิดปี 1925-1945 (พ.ศ.2468-2488)
  • บูมเมอร์ (Boomer) – เกิดปี 1946-1964 (พ.ศ.2489-2507)
  • เจนเอ็กซ์ (Gen X) – เกิดปี 1965-1979 (พ.ศ.2508-2522)
  • เจนวาย (Gen Y) – เกิดปี 1980-1994 (พ.ศ.2523-2537)
  • เจนซี (Gen Z) – เกิดปี 1995-2009 (พ.ศ.2538-2552)
  • เจนอัลฟา (Gen Alpha) – เกิดปี 2010-2024 (พ.ศ.2553-2567)
  • เจนเบตา (Gen Beta) – เกิดปี 2025-2039 (พ.ศ.2568-2582)

จะสังเกตเห็นว่า ตั้งแต่ Gen X เป็นต้นมา ระยะเวลาของการเปลี่ยนรุ่นลดลงมาเหลือ 15 ปี เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าจะสามารถดำเนินการวิเคราะห์และการเปรียบเทียบได้ครอบคลุมมากกว่า

McCrindle ระบุว่า ความแตกต่างระหว่างรุ่นไม่ได้เกิดขึ้นในแง่ของลำดับเวลาเท่านั้น แต่ยังเกิดจากเหตุการณ์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในแต่ละยุคอีกด้วย สภาพแวดล้อมและโลกที่แตกต่างกัน จะทำให้ลักษณะโดยภาพรวมของคนรุ่นหนึ่งต่างจากอีกรุ่นหนึ่ง

แล้วเจนเบตาคืออะไร?

เจนเบตาเป็นชื่อที่ต่อเนื่องมาจากเจนอัลฟา McCrindle ตั้งชื่อให้ทั้งสองกลุ่มว่าอัลฟาและเบตา เพื่อสะท้อนการเป็นคนรุ่นแรก ๆ ที่จะเติบโตมาในโลกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับคนยุค XYZ โดยใช้อักษรกรีก ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด รุ่นต่อจากนี้ก็จะเป็นรุ่นแกมมา (Gen Gamma), รุ่นเดลตา (Gen Delta) และเรียงไปตามลำดับอักษรกรีก

McCrindle มองว่า สำหรับเด็กเจนเบตา โลกดิจิทัลและโลกความเป็นจริงจะไร้รอยต่อยิ่งกว่าที่เคย โดยในขณะที่เจนอัลฟาได้สัมผัสกับการเติบโตของเทคโนโลยีอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ เจนเบตาจะใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติเข้ามาแทรกซึมในชีวิตประจำวันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาและสถานที่ทำงาน การดูแลสุขภาพ และความบันเทิง

พวกเขาอาจจะเป็นคนรุ่นแรกที่ได้สัมผัสกับระบบขนส่งอัตโนมัติในระดับขนาดใหญ่ เทคโนโลยีด้านสุขภาพที่สวมใส่ได้ และสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่สมจริงเป็นมาตรฐานของชีวิตประจำวัน ช่วงวัยแห่งการสร้างตัวของพวกเขาจะเน้นที่การพัฒนาส่วนบุคคลมากขึ้น ปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนการเรียนรู้ การช้อปปิ้ง และการโต้ตอบทางสังคมของพวกเขา ให้เปลี่ยนไปจากเดิม

เนื่องจากเด็กเจนเบตาจะเป็นลูกของคนเจนวายและเจนซีซึ่งรู้ดีทั้งด้านบวกและด้านลบที่เกิดขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่อายุยังน้อย พ่อแม่ของเด็กเจนเบตาจึงมีแนวโน้มจะจำกัดเวลาการใช้หน้าจอของลูก ๆ

เจนเบตายังต้องอยู่ในโลกที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางสังคมครั้งใหญ่ ทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประชากรโลกที่เปลี่ยนแปลง และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ความยั่งยืนจะไม่ใช่แค่ความต้องการ แต่เป็นความคาดหวัง

สิ่งนี้จะส่งผลให้เจนเบตามีความเข้าใจปัญหาระดับโลกมากขึ้น มุ่งเน้นการร่วมมือกันของพลเมืองโลก (Global Citizenship) มากกว่าที่เคย การเลี้ยงดูของพวกเขาจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรม ไม่เพียงเพื่อความสะดวกเท่านั้น แต่ยังเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในยุคสมัยของพวกเขาอีกด้วย

โดยสรุป เจนเบตาจะมีคุณลักษณะดังนี้

  • มุมมองระดับโลก: เน้นที่ความหลากหลาย ความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม และมุมมองในการปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เชื่อมต่อถึงกัน
  • ความคล่องแคล่วทางเทคโนโลยีขั้นสูง: จะเชี่ยวชาญการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความจริงเสมือน และ IoT มากขึ้น
  • การมุ่งเน้นด้านความยั่งยืน: จะให้ความสำคัญกับการบริโภคอย่างมีจริยธรรม ความยั่งยืน และการตัดสินใจที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศโลก
  • ความยืดหยุ่น: เก่งในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีครั้งใหญ่
  • การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล: เทคโนโลยีจะยกระดับประสบการณ์การศึกษาของนักเรียนด้วยการเรียนรู้ที่ปรับแต่ง (Custom) ให้เหมาะสมกับแต่ละคนได้

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบของ เอไอและเทคโนโลยีต่อลักษณะของคนรุ่นเจนเบตาด้วย ดังนี้

  • เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและชีวิตที่คลุมเครือ: การทำงานอัตโนมัติของเอไออาจ disrupt เส้นทางอาชีพแบบเดิม ส่งผลให้การทำงานมีความยืดหยุ่น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่ต่อเนื่องตลอดเวลา ต้องมีการปรับตัว และอาจส่งผลต่อสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิต
  • ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด: เมื่อได้รับเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ เจนเบตาจะคิดอย่างสร้างสรรค์โดยใช้เครื่องมือเอไอสำหรับการออกแบบ การเล่าเรื่อง และการแก้ปัญหา
  • การเรียนรู้ข้ามกำแพง: ด้วยเอไอ ทำให้เด็กสามารถศึกษาเป็นการส่วนตัวได้ ปรับระดับความยากง่ายได้ และเข้าถึงข้อมูลนอกเหนือจากหนังสือเรียนได้ทันที อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเกี่ยวกับระดับการรบกวนสมาธิและความปลอดภัยออนไลน์ที่อาจตามมา
  • คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนแต่เครียด: การใช้สมาร์ทโฟนอย่างเข้มข้นจะกำหนดการสื่อสารและการบริโภคข้อมูลของเจนเบตา แต่อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปรียบเทียบบนโซเชียลมีเดียและการรับข้อมูลที่มากเกินไป
  • แรงงานที่มีจิตสำนึกทางสังคม: การได้เห็นผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อสังคมอาจทำให้เจนเบตาคาดหวังถึงพฤติกรรมขององค์กรที่มีความรับผิดชอบ พวกเขาอาจเลือกนายจ้างที่ทุ่มเทเพื่อความยั่งยืน แนวทางการจัดการข้อมูลที่ถูกต้องตามจริยธรรม และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม มากกว่าจะมองเรื่องรายได้

 

เรียบเรียงจาก McCrindle / United Nations International School

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ