จากกรณีเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2567 น.ส.ภัครดา หรือน้องนิก เพชรอาวุธ อายุ 27 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ให้ดำเนินการเอาผิดนายธนากานต์ หรือกานต์ แตงเลี่ยน อายุ 24 ปี อดีตสามี ในข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บทั้งกายและจิตใจ โดยนำคลิปพฤติการณ์ที่อดีตสามีก่อเหตุทำร้ายชกแตะต่อย จนได้รับบาดเจ็บ ที่แอบบันทึกไว้มามอบเป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ น.ส.ภัครดา ยังได้แจ้งเอาผิด น.ส.กาญจนา แตงเลี่ยน อายุ 42 ปี ผู้เป็นแม่ ในข้อหา ข่มขู่จนให้เกิดความหวาดกลัว ด้วยนั้น
ล่าสุด น.ส.รพีพรรณ ธรรมมณี อายุ 50 ปี ชาว ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมด้วย น.ส.ชนกานต์ แสงอุพัฒน์ อายุ 47 ปี ชาว ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินและการเจรจาพูดคุยกับ น.ส.กาญจนา แตงเลี่ยน มามอบให้ผู้สื่อข่าว พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือน ต.ค.2564 ตนเองได้รู้จักกับ น.ส.กาญจนา แตงเลี่ยน หรือ “อ้อม” จากกลุ่มเพื่อนๆที่ร่วมวงเงินแชร์กัน โดยแนะนำว่า น.ส.กาญจนา เป็นท้าวแชร์ ที่มีคนเล่นเยอะ มีทั้งรายเดือน ราย 10 วันไปจนถึงรายสัปดาห์ และแต่ละวงจะกำหนดไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งตนเห็นว่า น่าสนใจจึงได้ร่วมลงเล่นแชร์ไปด้วย
น.ส.รพีพรรณ กล่าวว่า แชร์ของ น.ส.กาญจนา โดยเมื่อแรกท้าวแชร์จะได้ก่อนโดยไม่เสียดอกแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นเหมือนกันวงท้าวแชร์ และเมื่อเข้างวดที่สอง น.ส.กาญจนา จะเป็นผู้ที่กำหนดเรทของเงินที่จะต้องจ่ายแต่ละงวด หากใครต้องการเงิน เช่นวง 30,000 บาท ก็จะต้องส่งเดือนละ 2,800 บาทต่อครั้ง ซึ่งเมื่อบวกลบกันแล้ว เมื่อส่งจนหมดครบถึงปิดมือสุดท้าย มือต้นๆที่ต้องการเงิน ก็จะเสียดอกไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ซึ่งก็จำเป็นสำหรับคนที่ต้องการเงินหมุน แต่สำหรับตนมักจะอยู่งวดท้าย ซึ่งก็จะได้ดอกดี โดยในช่วงแรกๆนั้นได้ดอกดี ท้าวแชร์จ่ายตรง จึงลงทุนเล่น หลายวง หลายมือ กับ น.ส.กาญจนา
แต่มาระยะหลังๆตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. 2565 น.ส.กาญจนา เริ่มออกอาการไม่ดี จ่ายเริ่มไม่ครบ ผิดนัดจ่ายเงินให้กับลูกแชร์บ่อยครั้ง หลายวง หลายมือ เริ่มทักท้วงและเริ่มทวงทั้งโทรทั้งทักในกลุ่มวงแชร์ แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาแต่อย่างใด จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อทุกช่องทางได้อีกเลย ตนเองพร้อมลูกแชร์ อีก 4 คน นำเอกสารหลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคารของพวกตน ในการส่งแชร์แต่ละงวด ให้กับ น.ส.กาญจนา และหลักฐานการเจรจาพูดคุยกันระหว่างลูกแชร์กับท้าวแชร์ ถ่ายสำเนาเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2565
น.ส.รพีพรรณ บอกอีกว่า หลังจากที่ น.ส.กาญจนา ได้หนีแชร์ไปและไม่สามารถติดต่อทุกช่องทางได้อีกเลยนั้น ทุกคนเริ่มหมดความหวังที่จะได้เงินที่เสียไป เฉพาะของพวกตน 5 คน เกือบ 2 แสนบาท แต่ก็เหมือนฟ้ามีตา หลังจากที่มีข่าวผัวทุบตีเมียจนโด่งดังไปทั่วประเทศ และต่อมาได้มีแม่ของผู้ชาย ได้นำตัวลูกชายที่ทำร้ายลูกสะใภ้มามอบตัวกับตำรวจ และทราบว่าผู้เป็นแม่ คือ น.ส.กาญจนา หรือ อ้อม แตงเลี่ยน ซึ่งชื่อตรงกับท้าวแชร์ที่โกงพวกตนและหนีไปร่วม 2 ปี พวกตนจึงได้โทรศัพท์ไปหา น.ส.ภัครดา หรือน้องนิก ที่ถูกทำร้าย เพื่อสอบถามว่า น.ส.กาญจนา คือคนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งก็มาถึงบางอ้อ เพราะได้รับการยืนยันว่า คือคนเดียวกันที่โกงแชร์แล้วหนีไปที่ จ.ภูเก็ต และได้เปิดร้านทำเล็บ ซึ่งตนก็วอนผ่านสื่อให้ น.ส.กาญจนา กลับมาพูดคุยเจรจากันตรงๆ ให้มารับผิดชอบเงินของพวกตนให้ครบตามจำนวน ไม่ต้องมีดอกเบี้ย ขอเพียงเงินต้นจ่ายให้จบครบทุกจำนวน พวกตนก็จะพร้อมที่จะถอนฟ้องให้ แต่ในส่วนที่ข่มขู่ใครฟ้องจะไม่จ่ายอยากได้ให้ไปฟ้องศาลเอานั้นเป็นกระบวนการสุดท้าย แต่พวกตนต้องการจบด้วยดีกันดีกว่า