จากข้อร้องเรียนของญาติผู้ป่วยฉุกเฉินรายหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2567 โทรแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินผ่าน 1669 ซึ่งมีการประเมินอาการ ว่าเป็นเคสที่ต้องใช้รถพยาบาลขั้นสูงเข้าไปดูแล แต่กลับมีอาสาสมัครมูลนิธิแห่งหนึ่ง ใส่ชุดสีแดง เข้าไปประเมินอาการ และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ที่ห่างออกไป จนทำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาล่าช้า
เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงกรณีตรวจสอบ ข้อร้องเรียนจากประชาชนดังกล่าวว่า
หลังรับเรื่อง ได้ส่งทีมสอบสวนลงเก็บข้อมูลพยานหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้องทั้ง อาสามูลนิธิฯ , ญาติผู้ป่วย และ ศูนย์ข้อมูลเอราวัณ รวมทั้ง สายด่วน 1669
จนทราบว่า กรณีที่เกิดขึ้น เป็นการออกปฏิบัติงานช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยไม่ได้รับอนุญาติ ซึ่งมีความผิดตามระเบียบ พรบ. การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ษ.2551 มาตรา 30,31,32 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
จากการตรวจสอบ มูลนิธิเพชรเกษมมีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิถูกต้องในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดปทุมธานี แต่การออกให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีการยื่นขอจดทะเบียน จึงไม่สามารถออกปฏิบัติการ ช่วยเหลือด้านการแพทย์ในพื้นที่ได้
ด้าน นายไพศาล ก้อนจำปา ผู้ช่วยเลขา สพฉ. กล่าวว่า ในการตรวจสอบข้อมูลการออกให้บริการของมูลนิธิเพชรเกษมครั้งนี้ ยอมรับว่าในระบบสายด่วน การโทรแจ้งขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ 1669 มีข้อมูลรั่วไหล ทำให้มูลนิธิฯ ซึ่งไม่ได้อยู่ในเครือข่ายพื้นที่กรุงเทพกรุงเทพมหานคร ได้รับข้อมูลของผู้ป่วยและออกให้บริการ ในขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบรายละเอียด
เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ข้อมูลในปัจจุบันมีมูลนิธิที่ขอขึ้นทะเบียนเพื่อการให้บริการช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร 8 มูลนิธิ ซึ่งเพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือ ดังนั้น สพฉ.เตรียมประสานศูนย์เอราวัณ ฯ ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อออกหนังสือถึงมูลนิธิเพชรเกษม ให้หยุดการออกปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ และจะนำข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อยื่นดำเนินการกับทางมูลนิธิเพชรเกษม พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฏหมาย เช่นกรณีการลักลอบใช้คลื่นวิทยุ, การนำข้อมูลผู้ป่วยไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต , คาดจะใช้เวลา 2 เดือน ในการดำเนินการสอบสวน
และเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวในระยะยาว สพฉ. ได้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์สำหรับการรับแจ้งเรื่องขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ที่จะเปิดใช้ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยรถมูลนิธิที่ออกให้บริการ ได้ตลอดเวลา
แต่ในระหว่างนี้หากผู้ป่วยต้องการรับบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งประสาน 1669 ได้ และสามารถตรวจสอบข้อมูลของอาสาหรือมูลนิธิที่ให้การช่วยเหลือ ผ่านสายด่วน 1669 ได้เช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่า ทีมอาสาสมัครเป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สพฉ. แล้ว