มิจฉาชีพสวมรอยออกซิมใหม่ ก่อนใช้บัตรเครดิตซื้อออนไลน์ 7 หมื่น

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หนุ่มร้องกองปราบปราม โดนมิจฉาชีพ ทำรูปบัตรประชาชนปลอม สวมรอยออกซิมมือถือใหม่ ก่อนใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าออนไลน์สูญเงิน 7 หมื่น

วันที่ 20 ม.ค.2568 เวลา 09.30 น. ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน หรือรองเจมส์ รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาผู้เสียหาย นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพสวมรอยทำเอกสารบัตรประชาชนปลอมไปขอออกซิมมือถือใหม่ จนทำให้มีการตัดสัญญาณมือถือของผู้เสียหาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะโทรไปขอเปิดใช้บัตรเครดิต แล้วนำไปซื้อสินค้าใน Tiktok จนเกิดความเสียหาย 7 หมื่นบาท

สวมรอยออกซิมใหม่ สตริงเกอร์ กทม.
มิจฉาชีพสวมรอยออกซิมใหม่ ก่อนใช้บัตรเครดิตซื้อออนไลน์ 7 หมื่น

โดยผู้เสียหายบอกว่า ตอนแรกตนไปแจ้งความที่ สน.บางเขน มีการลงบันทึกประจำวัน ก็พบว่าอยู่นอกพื้นที่ สน.บางเขน จากนั้นตนก็ไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจบอกว่าเขตอำนาจการสืบสวนน่าจะอยู่ที่ จ.กระบี่ จึงไม่รับเรื่องตรวจสอบ จนกระบวนการล่าช้า ทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้นผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว วันนี้จึงมาร้องที่กรองปราบปราม

ผู้เสียหายบอกอีกว่า ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเอาข้อมูลส่วนตัวของตนไปได้อย่างไร แต่จากหลักฐานพบว่าเขาไม่ได้ปลอมบัตรประชาชนแบบกายภาพ แต่ทำเป็นรูปถ่ายจากมือถือ แต่ข้อมูลในบัตร รวมทั้งรูปถ่ายไม่ตรงกับข้อมูลของตน ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุตนได้ติดต่อผ่านสาขาต้นเหตุแล้ว และทราบว่าผู้บริหารของเครือข่ายดังกล่าวได้ทราบเรื่องแล้ว ซึ่งตอนที่เกิดเหตุตนอยู่ที่ กทม. ก็ไม่ทราบเลยว่าเขาอนุมัติซิมได้ยังไง แต่เท่าที่ทราบคือเขายื่นบัตรประชาชนให้พนักงานสาขา แล้วก็อนุมัติออกซิมใหม่ไปเลย ทั้งที่เบอร์โทรศัพท์นั้นตนใช้งานอยู่ แต่ถูกตัดสัญญาณไปหลังมีการอนุมัติซิมใหม่ให้ผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเคยไปเที่ยวกระบี่ แต่ไม่ได้ทำบัตรประชาชนหาย ซึ่งตนคิดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไม่เคยเห็นบัตรประชาชนของตนด้วยซ้ำ เพราะข้อมูลที่ปลอมแปลงไม่ตรงกับบัตรตัวจริงหลายจุด คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะรู้จักแค่ชื่อนามสกุลของตน วันเดือนปีเกิด แต่ตัวบัตรประชาชนตัวจริงเขาน่าจะไม่เห็น ส่วนภาพถ่ายในบัตรประชาชนที่ปลอมแปลงนั้นก็เป็นภาพผู้ก่อเหตุไม่ใช่ภาพของตน

นอกจากนั้น ผู้เสียหาย บอกอีกว่า เขาใช้เลขบัตรเครดิต แล้วทำการยืนยันด้วยเลข OTP ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งขณะนั้นคนที่มีซิมเบอร์ของตนอยู่คือคนร้าย ส่วนคนร้ายรู้เลขบัตรเครดิตของตนได้อย่างไรนั้น ตนไม่แน่ใจว่ารู้ได้อย่างไร แต่ถ้าเกิดบริษัทโทรศัพท์ไม่อนุญาติให้คนร้ายออกซิมใหม่ไปใช้ ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ขณะที่รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม บอกว่า คนที่ก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยวันที่ก่อเหตุได้นำรูปบัตรประชาชนที่ทำปลอมขึ้นมาใส่ในมือถือ แล้วไปแจ้งเปิดขอใช้ซิมใหม่ โดยอ้างว่าซิมหาย แล้วพนักงานที่ออกซิมให้ ก็มีการขอดูข้อมูลบัตรประชาชนที่เป็นเพียงรูปในมือถือ แต่ไม่ได้ดูบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าปล่อยมาได้อย่างไร จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ