ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 07:00 น. โดยค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 47.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)
โดยพื้นที่ 12 อันดับ ของค่าฝุ่น PM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร
- เขตบึงกุ่ม 64 มคก./ลบ.ม.
- เขตหนองจอก 63.8 มคก./ลบ.ม.
- เขตลาดกระบัง 61.7 มคก./ลบ.ม.
- สวนหนองจอก เขตหนองจอก 59.2 มคก./ลบ.ม.
- เขตสายไหม 56.6 มคก./ลบ.ม.
- เขตมีนบุรี 56.5 มคก./ลบ.ม.
- เขตบางกอกน้อย 56.3 มคก./ลบ.ม.
- เขตคลองสามวา 55.6 มคก./ลบ.ม.
- เขตคันนายาว 55 มคก./ลบ.ม.
- สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 54.9 มคก./ลบ.ม.
- เขตสาทร 53.8 มคก./ลบ.ม.
- เขตบางเขน 53.7 มคก./ลบ.ม.
นอกจากนั้นหากแบ่งตามโซนพื้นที่พบว่า
1.กรุงเทพเหนือ 48.7 - 56.6 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
2.กรุงเทพตะวันออก 42.2 - 64 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
3.กรุงเทพกลาง 41.5 - 51.7 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
4.กรุงเทพใต้ 38.5 - 53.8 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
5.กรุงธนเหนือ 42.2 - 56.3 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
6.กรุงธนใต้ 37.6 - 50.7 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
โดยฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ประชาชนทั่วไป ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา
ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยง ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคารเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์