วันที่ 10 ก.พ. 2568 ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จัดประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมีผู้บริหาร ปภ. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.พ. 2568 อย่างใกล้ชิด
โดยนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง/เลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พบว่า ในวันนี้สถานการณ์ฝุ่นภาพรวมของประเทศเป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ไว้ คือ ในช่วงวันที่ 9 – 10 ก.พ. 2568 สถานการณ์ฝุ่นละอองภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ค่ามาตรฐานทุกพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร แต่ยังมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด จำนวน 3 จุด ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา, ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
ซึ่งจากการคาดการณ์คุณภาพอากาศ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 ก.พ. 2568 สถานการณ์ฝุ่นละอองจะเริ่มสะสม อีกครั้ง เนื่องจากกระแสลมมีการเปลี่ยนทิศทาง รวมถึงมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์ฝุ่นมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลางฝั่งตะวันออก และภาคตะวันออก และหลังจากวันที่ 15 ก.พ. 2568 สถานการณ์ฝุ่นละอองจะเริ่มคลี่คลายลง เนื่องจากอัตราการระบายอากาศเริ่มดีขึ้น จากการได้รับอิทธิพลจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้สำหรับการติดตามสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.พ. 2568 มีจำนวนจุดความร้อน 791 จุด อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าห้วงของปีที่แล้ว และหากพิจารณาจุดความร้อนรายจังหวัด พบว่า มี 5 จังหวัดที่มีค่าจุดความร้อนสูง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และเพชรบูรณ์ โดยจุดความร้อนที่ตรวจพบเป็นพื้นที่ป่าเป็นหลัก ทั้งในป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และมีจุดความร้อนขึ้นในพื้นที่การเกษตร
“จากข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศในระยะต่อไปของกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมควบคุมมลพิษมีความสอดคล้องกัน จึงขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.พ. 2568 ที่คาดว่าเป็นช่วงที่มีอัตราการระบายอากาศลดลง ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่มีค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เพิ่มขึ้น” นายภาสกร อธิบดี ปภ. กล่าว