แถลงการณ์แจงกรณี รอคิวทําฟันเทียมนาน 8 ปี เผยผู้ป่วยบัตรทองล้น

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทันตแพทยสภา ออกแถลงการณ์ กรณีคุณป้ารอคิวทําฟันเทียม นาน 8 ปี เผยโรงพยาบาลภาครัฐ บุคลากรมีไม่พอ โดยสัดส่วนของจังหวัดที่เป็นข่าว มีทันตแพทย์ 1 คน ต่อผู้ป่วยบัตรทอง 9,150 คน หรือ เล็งคุยสปสช. เปิดช่องบัตรทองทำฟันเทียมในคลินิกเอกชน บรรเทาภาระงานที่ล้น

จากที่มีข่าวเรื่องผู้ป่วยรอคิวทำฟันเทียมที่โรงพยาบาลภาครัฐนาน 8 ปี ซึ่งเรื่องดังกล่าวทันตแพทยสภามีความเห็นใจและมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้  การรับบริการทำฟันเทียมนั้น จำเป็นต้องผ่านการเตรียมช่องปากเช่น  อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินน้ำลาย รวมทั้งอาจมีการผ่าตัดแต่งกระดูกร่วมด้วย ดังนั้นจะต้องใช้เวลานานพอสมควรในการเตรียมช่องปากให้พร้อมที่จะใส่ฟันเทียมได้ อีกทั้งในการทำฟันเทียมจะมีหลายขั้นตอน

ทันตแพทยสภา ออกแถลงการณ์ Thai Dental Council
ทันตแพทยสภา ออกแถลงการณ์

ขึ้นอยู่กับชนิดของฟันเทียมและจำนวนฟันที่หายไป  และจะใช้ระยะเวลาการส่งแล็ปทันตกรรมผลิตฟันเทียมให้ผู้ป่วยแต่ละราย  การทำฟันเทียมในผู้ป่วยแต่ละรายจะใช้ระยะเวลาในการรักษานาน และต้องนัดมาพบทันตแพทย์อย่างต่อเนื่องกว่าจะมีฟันเทียมใช้งานได้

ดังนั้นคิวในการทำฟันเทียมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายในโรงพยาบาลของรัฐจึงมีข้อจำกัด และโรงพยาบาลยังต้องจัดสรรคิวในการให้บริการทันตกรรมอื่นๆอีกด้วย

จากข้อมูลปัจจุบันประเทศไทยมีทันตแพทย์อยู่ประมาณ 22,000 คน หรือคิดเป็น ทันตแพทย์ 1 คน ต่อ ประชากร 3,000 คน ซึ่งสามารถดูแลประชาชนได้อย่างเหมาะสมในระดับหนึ่ง แต่เมื่อคิดเฉพาะสัดส่วนของผู้ป่วยที่มีสิทธิบัตรทองต่อทันตแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของโรงพยาบาลของรัฐ เช่น โรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข หรือ โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยนั้น

ทันตแพทย์จะต้องดูแลผู้ป่วยบัตรทองในสัดส่วนที่สูงมาก เช่น ในจังหวัดที่เป็นข่าวดังกล่าว สัดส่วนจะอยู่ที่ ทันตแพทย์ 1 คน ต่อ ประชากรบัตรทอง 9,150 คน หรือมากกว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็นอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจึงบ่งบอกถึงการมีจำนวนทันตแพทย์สำหรับรองรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่ยังมีไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดปัญหาการรอคิวในการทำฟันในระยะเวลาที่นาน

  • การแก้ไขปัญหานี้ในระยะสั้นนั้น ทันตแพทยสภาเสนอให้มีทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบัตรทองในการรับบริการฟันเทียมที่คลินิกทันตกรรมเอกชน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภาระงานที่ล้นเกินในภาครัฐ และผู้ป่วยจะไม่ต้องรอคิวฟันเทียมที่ยาวนาน 

ทั้งนี้ทันตแพทยสภาจะปรึกษาหารือกับทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ โดยต้องคำนึงถึงภาระการเงินของประเทศในระยะยาวต่อไปด้วย

  • ส่วนการแก้ปัญหาดังกล่าวในระยะยาว จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาให้เกิดเครือข่ายบริการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการทันตกรรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย คลินิกทันตกรรมเอกชน องค์การบริหารส่วนจังหวัด และสังกัดอื่นๆ

เพื่อให้สามารถจัดบริการทันตกรรมให้กับผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ป้องกันโรคทางทันตกรรม การรักษา และการใส่ฟันเทียมฟื้นฟูสภาพ ทั้งนี้หากสามารถบูรณาการให้บริการทันตกรรมแก่ผู้ป่วยในทุกสิทธิได้ ก็จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในการรับบริการทันตกรรมได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ