พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.บอกว่า ตัวเองทราบเรื่องผลสอบวินัยมาจากข่าว เนื่องจากทางคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไม่ได้ส่งเอกสารมาแจ้งตัวเองโดยตรง ขณะเดียวกันก็ทราบมาจากลูกน้องว่า พยานของฝั่งตัวเองจำนวน 14 ปาก ทางคณะกรรมการยังสอบข้อเท็จจริงไม่แล้วเสร็จ ก่อนหน้านี้ มีการนัดหมายให้ข้อมูลพยานฟังตัวเองในวันที่ 18 ก.พ. แต่ปรากฏว่า พอไปถึงก็ไม่สามารถติดต่อคณะกรรมการได้
จากนั้นคณะกรรมการก็ ได้นัดสอบพยานอีกครั้ง วันที่ 26 ก.พ. วันที่ 28 ก.พ. และ วันที่ 6 มี.ค. แต่ท้ายที่สุดก็สรุปสำนวนคดีส่งกองวินัย ไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งตัวเองไม่เข้าใจว่า ทำไม คณะกรรมการถึงรีบสรุปทั้งที่ยังไม่ได้สอบพยานฝั่งตัวเองเลย และบางปากก็ถือเป็นพยานสำคัญด้วย
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่คณะกรรมการต้องรีบส่งผลการสอบวินัยร้ายแรง ตามกรอบระยะเวลา 270 วัน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ บอกว่า กรอบระยะเวลาสามารถขยายเพิ่มได้อีกหากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ เพราะหลักการที่สำคัญในการตรวจสอบ คือความยุติธรรม
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ บอกว่าการตรวจสอบครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากกระบวนการของศาล ในการพิพากษาคดี ที่ผ่านมาไม่เห็นว่าใครโกรธเคืองศาล เพราะทุกคนยอมรับผลการตัดสิน ว่า มีความศาลยุติธรรม แตกต่างจากการตรวจสอบของตัวเอง ยังไม่ทันสอบพยานแล้วเสร็จทั้งหมด กลับรีบตัดสิน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องถามย้อนกลับไปยังผู้ตรวจสอบว่า “สิ่งที่ทำยุติธรรมกับตัวเองแล้วหรือไม่”
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ บอกว่า การพิจารณาไล่ออกหรือปลดออกตัวเองรับได้ทั้งหมด แต่กระบวนการต้องยุติธรรมจริงๆ เมื่อถามว่าจะนำเรื่องที่คณะกรรมการไม่ยอมสอบพยานฝั่งตัวเองไปเป็นข้อต่อสู้ภายหลังหรือไม่ บิ๊กโจ๊กบอกว่ายังไม่ได้ คิดเรื่องข้อต่อสู้ใดใด ขอดูผลที่ออกมาท้ายที่สุดก่อน
ขณะเดียวกันเรื่องคลิปวิดีโอ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นประธานประธาน ป.ป.ช.กับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาฯ ที่ก่อนหน้านี้บิ๊กโจ๊กบอกว่า จะเดินหน้ายื่นเรื่องให้ตรวจสอบนั้น พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ บอกว่า ตอนนี้ ตัวเองไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะสังคมกำลังทำงาน อีกทั้งยังมี บุคคลอื่นหยิบยกเรื่องนี้ไปดำเนินการตรวจสอบแล้ว เช่น นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือ แม้กระทั่งพรรคประชาชน ที่ล่ารายชื่อถอดถอนประธาน ป.ป.ช. ส่วนตัวเองถ้ามีหน่วยงานไหนอยากเรียกไปให้ปากคำในประเด็นดังกล่าวก็พร้อมไปให้ข้อมูล
ส่วนที่มีการนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับคดีอาญาที่บิ๊กโจ๊กไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน และ กำลังถูกตรวจสอบในชั้น ป.ป.ช. อยู่ในขณะนี้พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยืนยันว่า ไม่ได้เอาคลิปวิดีโอนี้ไปต่อรองคดีของตัวเองแน่นอน เพราะ นายสุชาติถือเป็นคู่ขัดแย้งของตัวเอง จึงไม่สามารถพิจารณาคดีของที่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้แต่แรกอยู่แล้ว การที่คลิปถูกเปิดเผยออกมา ก็เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่ามีการทำแบบนี้จริงในองค์กรปราบทุจริตเท่านั้น รวมไปถึงจะได้เห็นว่า คนที่ขึ้นมาอยู่บนตำแหน่งสูงสุดขององค์กรว่ามีพฤติกรรมอย่างไร
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มองว่า ป.ป.ช. ถือเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจมาก เพราะหากพิจารณาตรวจสอบแล้วมีมติจบ คดีก็ไม่ต้องไปถึงชั้นศาล ตัดอำนาจศาลทันที ย้ำว่า ที่ผ่านมาตัวเองทำหน้าที่ในการเปิดโปงเรื่องที่ไม่สุจริตเท่านั้น อย่างกรณีของคลิปวิดีโอดังกล่าว บิ๊กโจ๊กบอกว่า “ในเมื่อตัวผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไม่สุจริตเอง แล้วจะไปพิจารณาคดีของคนอื่นได้อย่างไร”