จากกรณีอุบัติเหตุรถบัสคณะศึกษาดูงาน ซึ่งเดินทางจากเทศบาลตำบลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อศึกษาดูงานที่จังหวัดระยอง ก่อนเกิดเหตุบริเวณหลัก กม.ที่ 210+500 ถนนสาย 304 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ขณะรถกำลังลงเขาซึ่งเป็นทางโค้งคดเคี้ยว รถทัวร์เกิดลมเบรกหมด ไม่สามารถควบคุมรถได้ ทำให้รถเสียหลักชนกับแบริเออร์แล้วพลิกข้ามแบริเออร์ ไปชนกับเนินหินแล้วครูดไปกับเนินหินทำให้รถพัง ผู้โดยสารตกลงจากตัวรถเสียชีวิต รวม 18 ราย และบาดเจ็บ 31 ราย นั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ที่โรงพยาบาลนาดี พบว่ามีญาติผู้ได้รับบาดเจ็บเดินทางมาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ขณะที่แพทย์และพยาบาลกำลังให้การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเป็นการด่วน ส่วนผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้การพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จเรียบร้อย และได้ให้ทางญาติมายืนยันตัวตนก่อนให้ญาติรับศพขึ้นรถกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี จำนวน 10 คัน เดินทางไปส่งศพที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรอรถกู้ภัยจากจังหวัดบึงกาฬ เดินทางมารับศพไปภูมิลำเนา จ.บึงกาฬ
อย่างไรก็ตามโศกนาฏกรรมครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในพื้นที่ ส่วนจุดเกิดเหตุบนถนนเส้น 304 ที่บริเวณศาลปู่โทน เกิดอุบัติเหตุมีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงขาลงมาจากพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อถึงบริเวณจุดสกัดผางาม จะเป็นทางลงเขาตลอดและเป็นทางคดโค้ง ทำให้รถที่มีสภพาไม่สมบูรณ์หรือคนขับไม่ชินทางเกิดอุบัติตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตบริเวณเขาโทนถึง 22 รายมาแล้ว
ขณะที่ นายบุญทัน ชาตรี อายุ 64 ปี เจ้าของรถ ซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้หลังคนขับ เปิดเผยว่า ขณะที่รถกำลังลงเขา ใกล้ช่วงลงเขาใกล้จะพ้นมาแล้ว คนขับรถกำลังเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์ 3 มาเป็นเกียร์ 2 เกียร์ 1 พอเปลี่ยนเกียร์ปุ๊บ เหยียบเบรกก็ไม่ได้ เข้าเกียร์ก็ไม่ได้ เพราะลมหมดถ้าประคับประคองลงมาก็จะไปชนคันข้างหน้า คนขับเขาก็เลยหักออก ก็เลยไปชนแท่งแบริเออร์ แล้วรถก็พลิกข้ามแผ่นแบริเออร์ แล้วก็ไปชนกับเนินหินที่โครงการทำไว้ หลังคาก็เปิดออกคนก็กระเด็นออกมาจากรถ
ด้าน นายวีระพันธุ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ กล่าว่า การป้องกันปัญหาหรืออุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมาจังหวัดปราจีนบุรีกับกรมทางหลวงได้หาแนวทางแก้ปัญหาและก็มีข้อเสนอที่จะจัดสรรงบประมาณมาเพื่อสร้างเป็นจุดพักรถสำหรับผู้เดินทางทั้งตัวรถและผู้ควบคุมรถให้ได้ผ่อนคลาย แต่ช่วงนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกรมอุทยานฯ คาดว่าในปีนี้น่าจะได้ข้อยุติที่กรมทางหลวงจะสามารถจัดสรรงบประมาณก่อสร้างจุดพักรถได้ อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้วสิ่งที่จะต้องช่วยกันก็คือเรื่องของผู้บาดเจ็บและการเยียวยาของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ รวมทั้งเครือข่ายและมูนิธิต่างๆช่วยกันเต็มกำลังขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสียด้วย