ช่วงวันที่ 2 - 5 มี.ค. 2568 เมฆฝนมีน้อย แสงแดดส่องตรงลงมาได้ดี อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น กลางวันอากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุด 35 - 38 องศาออกนอกบ้านต้องพกร่มกันแดด ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งนานๆต้องระวัง อาจมีอาการโรคลมแดดได้ ฝนฟ้าคะนองยังมีเกิดขึ้นบางแห่ง บริเวณประเทศไทยตอนบน (ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล เนื่องจากยังมีใต้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ส่วนมากช่วงบ่ายถึงค่ำ ทิศทางลมมีความแปรปรวน ภาคเหนือมีตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือ พัดจากทางด้านประเทศเมียนมา เข้ามาปกคลุมทางด้านตะวันตกของไทย
สำหรับภาคใต้ ฝนลดลง ยังมีฝนบางแห่ง คลื่นลมมีกำลังอ่อนลง แต่ยังต้องระวังบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
ช่วงวันที่ 6 - 8 มี.ค. 2568 ลมเปลี่ยนทิศทางเนื่องจากยังมีมวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง แผ่ลงมาปกคลุมทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน ทำให้ลมตะวันออก ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้มีพายุฤดูร้อน (ฝน/ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ) เกิดขึ้นในระยะแรกบริเวณภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล พี่น้องเกษตรกรต้องเฝ้าระวัง อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรที่กำลังเก็บเกี่ยวได้
ส่วนช่วง 9-16 มี.ค. 2568 ยังมีฝนบางแห่ง มวลอากาศเย็นจากทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิกแผ่ปกคลุมทำให้มีลมตะวันออกยังพัดปกคลุมประเทศไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ฤดูร้อนปีนี้คาดว่าอากาศจะไม่ร้อนแรงเหมือนปีที่แล้ว จะมีฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อนมาสลับในบางวัน