บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"บุหรี่ไฟฟ้า" เจาะลึกยาสูบฮิตระบาดเพิ่มในเยาวชนไทย กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม พร้อมความเห็นแพทย์ มองนโยบายจัดการของภาครัฐต้องชัดเจน - การบังคับใช้กฎหมายยังเป็นปัญหา

บุหรี่ไฟฟ้า : ภัยร้ายที่ระบาดเพิ่มในเยาวชน

"บุหรี่ไฟฟ้า" คือผลิตภัณฑ์ยาสูบที่กลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย และกำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีการเจาะตลาดสู่กลุ่มเด็กและวัยรุ่นจนแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่า เยาวชนอายุ 15-24 ปี จำนวน 24,050 คน เป็นกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจากทั้งหมด 78,742 คนทั่วประเทศ

คอนเทนต์แนะนำ
พบวัยรุ่นหญิง มีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าวัยรุ่นชาย

บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม Magnific/master1305
บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและองค์การอนามัยโลก พบว่า อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กอายุ 13-15 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.3 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 8.1 ในปี 2564

ด้านผลสำรวจ Global Youth Tobacco Survey (GYTS) ปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล องค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC)  พบว่าอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน อายุ 13-15 ปี เพิ่มขึ้นจาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565 หรือ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า

ขณะที่ ปี 2566 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย พบว่า เยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี จำนวน 61,688 คนทั่วประเทศ สูบบุหรี่ไฟฟ้าในอัตรา 9.1% และในปี 2567 จากการสำรวจระหว่างวันที่ 1-27 พฤษภาคม 2567 พบว่า ชาวไทยอายุ 6-30 ปี จำนวน 40,164 คน สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 18.6% โดยแยกตามเพศ คือ เพศชาย 21.49%  LGBTQ+ 19.73%  เพศหญิง 16.22%

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังเผยสถิติการจับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. - 12 มีนาคม 2568 โดยได้รับแจ้ง 839 เรื่อง จับกุมและดำเนินคดีจำนวน 1,078 คดี จำนวนผู้ต้องหา 1,104 คน จำนวนของกลาง 900,444 ชิ้น มูลค่าของกลาง จำนวน 118,953,915 บาท ซึ่งระยะเวลาภายใน 2 อาทิตย์ มียอดจับกุมเกือบเท่าปี 2567 ทั้งปี

ผู้สื่อข่าว PPTV ได้สำรวจสถานการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนไทย พร้อมวิเคราะห์แนวทางควบคุมที่เหมาะสม ผ่านการพูดคุยกับ น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเผยว่า การสำรวจตั้งแต่ปี 2558 เยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าแค่ 3.3% เป็นผู้ชาย 4.7 % ผู้หญิง 1.9 % หลังจากสำรวจอีกครั้งในปี 2567 ปรากฏว่า ขึ้นมาอยู่ที่ 88.6% ในกลุ่มเยาวชน โดยผู้ชายอยู่ที่ 21.5% ผู้หญิง 16.2% 

ซึ่งกลุ่มที่น่ากลัวที่สุด คือ ผู้หญิง เพราะพุ่งขึ้นประมาณ 8 เท่า ในอดีต การสูบบุหรี่มวนของผู้หญิงที่ไม่ใช่แค่เยาวชน สูบบุหรี่มวนแค่ 1.3% ในขณะที่ผู้ชายสูบอยู่ที่ 35% ซึ่งต่างกันมาก ประมาณเกือบ 30 เท่า แต่พอเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่จู่โจมวัยรุ่น มีการสูบที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกลิ่นหอม ในขณะที่บุหรี่มวนมีกลิ่นเหม็น ทำให้สมัยก่อนผู้หญิงไม่กล้าสูบ ตอนนี้เปลี่ยนระบบทั้งหมด โดยใช้ระบบการตลาดเป็นตัวตั้ง ทำให้คนคิดว่านิโคตินไม่อันตราย

มีงานวิจัยที่สำรวจพบว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน 50% แต่ความจริงคือ บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่า ทำให้เยาวชนหลงเชื่อว่าไม่มีนิโคตินอยู่ถึง 26% เด็กจึงหลงไปสูบง่าย และพบว่า 23% คือไม่รู้ว่าการครอบครองนั้น ผิดกฎหมาย ดังนั้น เลยเป็นกระแสให้เด็กอยากลองอยากรู้มากขึ้น เพราะธรรมชาติของเด็กคืออยากรู้อยากลอง

น.พ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า มีการสำรวจปี 2565 พบว่ามีเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงประมาณ 260,000 คน ส่วนใหญ่ได้มาจากการซื้อทางออนไลน์ 66% จากร้านค้าในชุมชน 33% อาจหมายถึงร้านค้าที่อยู่ใกล้ ๆ บ้าน ใกล้โรงเรียน ทำให้เข้าถึงง่าย ด้วยความที่ประเทศไทยมีของเถื่อนเยอะ การตามจับจึงมีความยาก ทำให้การแพร่ระบาดสูง เป็นเหตุให้สถิติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และในอนาคตสิ่งที่เคยรู้สึกว่าคนสูบบุหรี่น้อยลงอาจจะเปลี่ยนไป เป็นคนสูบบุหรี่มากขึ้นเรื่อย ๆ 

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถิติเด็กเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น คือ ตัวบุหรี่ที่ถูกประดิษฐ์มาให้มีข้อเสียน้อย เช่น สูบได้ตลอดเวลา โดยปกติเวลาดูดบุหรี่มวน ต้องมีไฟแช็ก หรือมีกระบวนการที่ไปจุดหลายอย่าง แต่บุหรี่ไฟฟ้า มีเทคโนโลยีทำให้สามารถสูบได้ตลอดเวลา หยิบมาตรงไหนก็ได้ มีควันน้อย กลิ่นน้อย ทั้งยังมีกลิ่นหอมใส่เข้าไป ทำให้บางคนคิดว่าใส่น้ำหอม สมมติ เด็กแอบดูดในห้องเรียน หากไม่เห็นก็ไม่มีใครรู้

ถัดมาด้วยเทคโนโลยี ทำให้ไม่มีควันจากการเผาไหม้ ซึ่งจริง ๆ ควันจากการเผาไหม้ เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูดบุหรี่มวนได้ไม่ดี เพราะจะทำให้ระคายคอ เกิดอาการไอ ไม่สบาย แต่คนสูบบุหรี่มวนเพราะต้องการนิโคติน ซึ่งบุหรี่ฟ้าได้ปรับส่วนที่เป็นการเผาไหม้ออก การระคายคอจึงน้อยลง คนก็จะสูบได้บ่อยและง่ายมากขึ้น 

นอกจากเทคโนโลยีที่ออกแบบให้มีความสวยงาม ดูเท่ ทันสมัย สิ่งสำคัญ คือ มีการตลาดล่าเหยื่อ มีลักษณะการขายที่เจาะจงไปที่เด็ก ทำเป็นการ์ตูน เป็นของเล่นสวยงาม ให้เด็กหลง สังเกตจากกลุ่มที่สูบจะมีผู้ใหญ่น้อยมาก ส่วนใหญ่จะแค่สูบเสริม คือ สูบบุหรี่มวนอยู่แล้ว แต่ไปเสริมด้วยบุหรี่ไฟฟ้าเวลาที่ออกไปสูบยาก แต่ความต้องการของตลาดจริงๆ คือ จู่โจมไปที่เด็ก เนื่องจากการขายบุหรี่ลดลง จึงพยายามเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มเยาวชน เลยล่าเหยื่อโดยให้เด็กไปขายกันเอง ทำให้ตัวเลขสูงขึ้น

ซึ่งวิธีการรับมือ น.พ.พงษ์เทพ กล่าวว่า กระบวนการที่ดีที่สุด คือ การบังคับใช้กฎหมาย อีกทั้งต้องอาศัยภาคสังคมในการขับเคลื่อน เพราะต้องยอมรับว่า 1) การบังคับใช้กฎหมายยังเป็นปัญหา สังคมต้องยืนหยัดให้บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายต่อไป 2) ต้องจัดการให้ชัดเจนทั้งการนำเข้า ลักลอบ แอบขายให้กับเด็กและเยาวชน อย่าโทษราชการอย่างเดียว ต้องดูภาพรวมทั้งสังคม และต้องผลักดันให้ภาคการเมือง ภาคราชการให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเมื่อสังคมให้ความสำคัญ ก็จะมีทั้งเชิงกฎหมาย การให้ความรู้ และการทำให้เด็กตระหนักรู้ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ทั้งนี้ สสส. มีแนวทางการขับเคลื่อนงาน หรือมีการผลักดันมาตรการควบคุม ตั้งแต่การทำงานร่วมกับโรงเรียนในการให้ความรู้ ทำงานร่วมกับเครือข่ายครู เครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายเยาวชน โดยขับเคลื่อนในพื้นที่ กระตุ้น สนับสนุน หรือป้องกันไม่ให้เพื่อน ๆ สูบบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับตำรวจ กระทรวงต่าง ๆ ว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างไร ในการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง

โดยผลลัพธ์ในการดำเนินงาน น.พ.พงษ์เทพ มองว่า ก่อนหน้านี้ผลลัพธ์ยังถือว่าลำบาก ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร แต่หลังจากนายกรัฐมนตรีมีนโยบายกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าให้ได้ภายใน 30 วัน ปรากฏว่า มีกระบวนการขับเคลื่อนที่รวดเร็ว เพราะพอได้ลำดับกระบวนการความสำคัญ หน่วยงานต่าง ๆ ก็จะตื่นตัว ทั้งจัดการ จับ หรือยึดของกลางมากขึ้น และกวาดล้างคนขาย จนไม่กล้าที่จะนำเข้ามาเพราะกลัวถูกดำเนินคดี ตัวเยาวชนเองก็ระวังตัวมากขึ้น ดังนั้น การสูบจึงลดลงชัดเจน

หากนโยบายของรัฐบาลชัดเจน การจัดการทุกอย่างก็จะเห็นภาพได้ชัดขึ้น

บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม Magnific/master1305
บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม

อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า "ภัย" ที่ถูกมองว่า "ปลอดภัย"

นอกจากสถิติการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบที่ตามมาจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรตระหนักและทำความเข้าใจ โดยผลกระทบด้านสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ตั้งแต่ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน เพิ่มภาระให้หัวใจและเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมากถึง 2 เท่า ผู้ที่สูบทุกวันมีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าผู้ไม่สูบถึง 2.66 เท่า และหากสูบร่วมกับบุหรี่ซิกาแรต ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถึง 4.62 เท่า

ระบบทางเดินหายใจและปอด สารพิษในไอบุหรี่ไฟฟ้า เช่น อนุภาคนาโน โลหะหนัก และสารชีวพิษ ทำให้เกิดการอักเสบ เพิ่มอนุมูลอิสระ และทำลายเซลล์ปอด ส่งผลให้ปอดอักเสบ ติดเชื้อง่าย เสี่ยงต่อโรคหอบหืด ความเสียหายรุนแรงของปอด และอาจนำไปสู่มะเร็งปอดในระยะยาว

ระบบประสาทและสมอง นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ากระตุ้นระบบการให้รางวัลของสมอง ทำให้เกิดการเสพติด และเพิ่มจำนวนตัวรับนิโคตินในระบบประสาท ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสมอง ระบบความจำ และการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและโรคจิตเภท งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ไอบุหรี่ไฟฟ้ากระทบต่อการทำงานของสมองและระบบดมกลิ่น อีกทั้งนิโคตินยังเป็นพิษต่อไมโตคอนเดรียในเซลล์สมอง ส่งผลต่อพฤติกรรมและสติปัญญา

สุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าผู้ไม่สูบถึง 2.10 เท่า และหากสูบบ่อยครั้ง ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.39 เท่า นอกจากนี้ นิโคตินยังส่งผลต่อสมองที่กำลังพัฒนา ทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และเกิดอาการถอนนิโคติน เช่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล และสมาธิสั้น รายงานสุขภาพประชาชนปี 2562–2563 พบว่า 53% ของวัยรุ่นไทยที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

PPTV ได้พูดคุยกับ พ.ญ.ธญรช ทิพยวงษ์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ โดยระบุว่า ความแตกต่างของบุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่มวนมีตั้งแต่ การนำสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกาย ด้านวิธีการ หากเป็นบุหรี่มวน จะได้มาจากการเผาไหม้ แต่หากเป็นบุหรี่ไฟฟ้า จะเกิดจากการทำความร้อนโดยใช้ระบบไฟฟ้า หรือ อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดการระเหยของนิโคติน ส่วนองค์ประกอบ องค์ประกอบของบุหรี่มวนหลังเกิดการเผาไหม้ จะมีฝุ่นละออง ความร้อน และสารที่อยู่ในควันบุหรี่ คือ นิโคติน ขณะเดียวกันก็จะมีสารที่เกิดจากการเผาไหม้ของกลุ่มของไฮโดรคาร์บอน เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ ไนโตรเจนออกไซด์  เบนซีน ตะกั่ว แอมโมเนีย ฟีนอล ฯลฯ ซึ่งยังมีอีกมากกว่า 7 พันชนิด สารทั้งหมดก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ทั้งมะเร็ง มีผลต่อหลอดเลือด หลอดเลือดหัวใจ ทางเดินหายใจ เป็นต้น

พ.ญ.ธญรช กล่าวต่อว่า จากผลวิจัยของอเมริกา ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อ 17 อวัยวะ และมากกว่า 25 โรค ส่วนสารในบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินเหมือนกับบุหรี่ธรรมดา โดยนิโคตินก่อนหน้านี้ เป็นนิโคตินที่ได้จากธรรมชาติ มีการดัดแปลงเล็กน้อย แต่ปัจจุบันมีสารสังเคราะห์นิโคติน เรียกว่า Salt Nicotine สาเหตุที่นำไปทำเป็นสารสังเคราะห์ เพราะนิโคตินที่ได้จากธรรมชาติ เวลาสูบเข้าไปจะเกิดการระคายเคืองมากกว่า จึงทำให้คนนิยมชอบใช้บุหรี่ไฟฟ้า

นอกจากตัวนิโคติน ยังมีตัวทำละลายที่ทำให้นิโคตินเข้าไปอยู่ในตัว E-Juice ซึ่งจะมีโพรพิลีนไกลคอล กลีเซอรีนและสารปรุงแต่ง โดยสารปรุงแต่งก็อยู่ที่ว่าอยากได้รสอะไร กลิ่นอะไร เช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นวานิลลา กลิ่นเหล่านี้ เป็นกลิ่นที่เป็นสารปรุงแต่งสำหรับอาหาร ซึ่งการกินอาหาร ก็ต้องเข้าทางหลอดอาหาร แต่คนสูบเพื่อเข้าให้ไปในหลอดลม ดังนั้น จึงผิดช่องทาง 

ทั้งนี้ สารเคมีจากควันบุหรี่ไฟฟ้า ยังมีสารที่ยังไม่รู้จักทางการแพทย์อีก 2,000 ชนิด ซึ่งสารพวกนี้จะมีผลอะไร ก็ยังไม่ทราบได้ แล้วจะส่งผลให้เกิดอะไร ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัว ส่วนความแตกต่างของบุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่มวนอีกอย่าง คือ ความเข้มข้นของนิโคติน โดยความเข้มข้นของนิโคตินในบุหรี่มวนปกติจะอยู่ที่ 10 มิลลิกรัมต่อมวน แต่เวลาเผาไหม้จะดูดซึมเข้าร่างกายแค่ประมาณ 1 – 3 มิลลิกรัมต่อมวน ต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอต พบว่า เมื่อเปรียบเทียบปริมาณนิโคติน  1 พอตสูงสุดเท่ากับบุหรี่ 20 ซอง 

พ.ญ.ธญรช กล่าวต่อว่า การส่งผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้ามีทั้งเหมือนและแตกต่าง โดยบุหรี่ซอง มีสิ่งที่กลัวก่อนนี้ คือ ทาร์ หรือควันบุหรี่ที่เกิดจากเผาไหม้ ซึ่งผลกระทบต่อร่างกาย และนิโคตินที่ทำให้เสพติด แต่ในบุหรี่ไฟฟ้าการเผาไหม้ไม่เกิดขึ้น การไม่มีทาร์ในองค์ประกอบของบุหรี่ไฟฟ้า ถามว่าปลอดภัยไหม ตอบเลยว่า ไม่ ก็ยังคงทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย เพียงแต่สัดส่วนบางสารลดลง บางสารเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของบุหรี่ไฟฟ้า คือ ตัวนิโคตินที่สูงมากขึ้น ดังนั้น ระดับการติดนิโคตินในผู้สูบ สมัยก่อนอยู่แค่ ระดับน้อย - ปานกลาง ภายหลังกลายเป็นระดับการติดนิโคตินอยู่ในจุดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เด็กได้รับยังแตกต่างกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ เนื่องจากต้องยอมรับว่าเด็กมีพัฒนาการของสมองที่จะเจริญเติบโตเต็มที่ตอนอายุ 25 ปี ดังนั้น ในช่วงก่อนจะถึง 25 ปี สมองยังต้องมีการพัฒนา แต่หากมีสารบางอย่างไปกระตุ้น ทำให้เกิดการหยุดชะงักของพัฒนาการ ก็จะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความจำ สมาธิ อารมณ์ และนำไปสู่การแสดงออกทางพฤติกรรม

บุหรี่เปรียบเสมือนประตูเข้าสู่วงจรยาเสพติด

บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม Magnific/prostooleh
บุหรี่ไฟฟ้า : เจาะภัยร้ายระบาดเพิ่มในเยาวชน กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม

สารเสพติดตัวแรกที่สูบแล้วเลิกยากที่สุด คือ บุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า และประเทศไทย มีภาระโรคในปัจจุบัน ได้แก่ บุหรี่เป็นอันดับ 2 รองจากแอลกอฮอล์ แต่ในเพศชาย บุหรี่ถือเป็นโรคอันดับ 1

ส่วนการที่เด็กหรือเยาวชนที่เข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวนนั้น พ.ญ.ธญรช กล่าวว่า ใช่ ต้องยอมรับว่าการตลาดของบุหรี่ไฟฟ้าเข้าใจเด็กและวัยรุ่น เราจะเห็นพัฒนาการของรูปลักษณ์ รส กลิ่น ที่ทำมาเพื่อเป้าหมาย คือ เด็กและเยาวชน อย่างทอยพอต เด็กบางคนไม่รู้จักว่าคืออะไร หรือทำหน้าตาออกมาเหมือนของกิน ของเล่น เลยไม่รู้ว่าคือของอันตราย

นอกจากนี้ สถิติทางการแพทย์ของไทย ยังพบผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น โดยสิ่งที่มีผลกระทบต่อร่างกาย นอกจากการเสพติด ซึ่งเห็นได้ในระยะสั้น คือ มีผลต่อปอด ที่เรียกว่า EVALI เกิดมากขึ้นในเด็กโดยกระจายไปทั่ว พบล่าสุด คือ จ.บุรีรัมย์ เป็นเด็กอายุ 11 ปี มีประวัติการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาประมาณ 1 ปี มาพบหมอด้วยอาการปอดบวม เมื่อวินิจฉัยพบปอดหาย

นอกจากนี้ ยังมีสถิติพบประมาณ 11 รายทั่วประเทศ ไม่รวมรายที่ยังไม่ได้รายงานผล แต่เป็นเคสที่น่าสงสัยอีกมาก ซึ่งนอกจากปอด ก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อลำไส้ กระเพาะอาหาร โดยจากการที่ตนได้พูดคุยกับราชวิทยาลัยของกุมารแพทย์ พบว่า กลุ่มของ EVALI ในเด็กมีอาการมาด้วยระบบทางเดินอาหาร มีการคลื่นไส้ อาเจียน สุดท้าย คือ เกิดปอดอักเสบภายหลัง

ซึ่งหากเยาวชนที่อยากเลิกบุหรี่ไฟฟ้า พ.ญ.ธญรช แนะนำว่า การเลิกบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีวิธี ถ้าเด็กและเยาวชนเข้าใจถึงพิษภัยและเริ่มตระหนักมากขึ้น สิ่งแรกคือ ควรบอกผู้ปกครอง เชื่อว่าเขาจะเข้าใจและให้การช่วยเหลือ ถ้าเป็นในระดับน้อย ก็จะใช้วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องทิ้งอุปกรณ์ทั้งหมด หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น โดยเฉพาะการชักชวนจากเพื่อน ซึ่งหากไม่ได้ติดหนักก็สามารถหยุดเองได้ หากิจกรรมทำที่สร้างสรรค์ทำ เบี่ยงเบนความสนใจ สร้างบาลานซ์สมดุลของชีวิต ไม่หมกมุ่นกับสิ่งที่ไม่ดี

ส่วนในรายที่เริ่มมีการติดนิโคตินในระดับสูงขึ้น การเลิกหรือหยุดสูบอาจจะเกิดอาการ ถอน แนะนำว่าสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ บอกผู้ปกครองเพื่อให้พาไปพบแพทย์ ซึ่งรูปแบบการรักษาตอนนี้มีคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ไฟฟ้า เช่น คลินิกฟ้าใส หรือคลินิกทั่วไปที่ช่วยเลิกบุหรี่ โดยในเด็กการใช้ยาเลิกบุหรี่อาจยังไม่จำเป็น แต่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อน และจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดจากบุหรี่หรือสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้น ซึ่งหากยังไม่ดีขึ้นก็ต้องใช้ยาในภายหลัง

ที่มา: กรมควบคุมโรค (1) (2) / กรมประชาสัมพันธ์ / สสส. / ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ / 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ