สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ตึกระฟ้าย่านสาธร ที่ถูกปิดถาวรเนื่องจากสร้างไม่เสร็จ ด้วยรายละเอียดภายในหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และเงินทุนที่ไม่เพียงพอ จึงถูกทิ้งร้างไปโดยปริยาย ก่อนที่ต่อมาหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมียนมาที่ส่งแรงสั่นทะเทือนรับรู้มายังประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในเรื่องความปลอดภัยแข็งแรงของโครงสร้าง และถูกนำมาเปรียบเทียบกับตึก สตง. ที่เกิดการถล่มลงมาในวันเกิดเหตุ
สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ (Sathorn Unique Tower) เป็นตึกที่ถูกสร้างภายใต้โครงการสาธร ยูนีค โดยถูกออกแบบให้เป็นอาคารชุด 47 ชั้น แต่หากรวมชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น จะเป็น 49 ชั้น รองรับจำนวนถึง 600 ยูนิต ตัวอาคารตั้งอยู่ เขตสาทร ใกล้กันกับถนนเจริญกรุง ระหว่างซอย 51 กับ 53 เยื้องกับวัดยานนาวา และเป็นบริเวณที่ใกล้กับจุดสิ้นสุดถนนสาทรใต้ รวม ๆ แล้วตัวอาคารมีพื้นที่ 2 ไร่ ปัจจุบันมีมูลค่าราว ๆ 4,000 ล้านบาท
สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ออกแบบโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นผู้ออกแบบอาคารในเครือเดียวกับสาธร ยูนีค คือ สเตท ทาวเวอร์ อาคารที่สูงเป็นอันดับที่ 9 ของประเทศไทย โดยสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ มีเจ้าของโครงการเป็น บริษัท สาธร ยูนีค จำกัด มีผู้ให้เงินทุนสนับสนุน คือ บริษัทหลักทรัพย์ไทยเม็กซ์ ทั้งยังมีบริษัท สี่พระยาก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
โครงการสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ เริ่มสร้างในปี 2533 และเริ่มประสบปัญหาในปี 2536 เมื่อผู้สร้างอาคารสาธร ยูนีค อย่าง ผศ.รังสรรค์ ถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันวางแผนลอบฆาตกรรมนายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกา แต่ไม่สำเร็จ และในปี 2551 ผศ.รังสรรค์ ถูกพิพากษาว่ามีความผิด แต่ในปี 2553 ศาลอาญากรุงเทพใต้ก็ได้ทำการยกฟ้อง เนื่องจากคดีความที่ ผศ.รังสรรค์ก่อ ทำให้ส่งผลกระทบถึงเงินสนับสนุนโครงการจนขาดแคลนเงินทุน
อีกทั้งจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่สร้างผลกระทบต่อบริษัทไฟแนนซ์ต่าง ๆ จนประสบกับปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้โครงการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครต่างพากันหยุดชะงัก รวมทั้งอาคารสาธร ยูนีค จึงถูกทิ้งร้างไว้ในสภาพเดิม แม้การก่อสร้างจะเสร็จสิ้นไปกว่า 80 – 90 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม
โดยตัวโครงสร้างหลักของอาคารเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย และได้รับการยืนยันในเรื่องความปลอดภัยแข็งแรงของโครงสร้างแล้ว ส่วนงานออกแบบภายในและการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเริ่มต้นไปเพียงเล็กน้อย และงานส่วนกำแพงและรายละเอียดต่างๆยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ปัจจุบัน อาคารสาธร ยูนีค กลายเป็นอาคารร้างที่ปิดไม่ให้เข้า แต่นักท่องเที่ยวกลับให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะต้องการเข้าไปท้าทายเรื่องเหนือธรรมชาติจนได้รับฉายาว่า “Ghost Tower”
อีกทั้งในปี 2560 นายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ สมาชิกบอร์ดบริหารของบริษัทสาทร ยูนีค จำกัด ได้อนุญาตให้มิวเซียมสยามจัดการสัมมนานิทรรศการระลึก 20 ปีของวิกฤติเศรษฐกิจภายในอาคาร อีกทั้งยังอนุญาตให้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังสยองขวัญชื่อดังจากค่ายจีดีเอช อย่าง เพื่อน…ที่ระลึก อีกด้วย