วันที่ 4 เม.ย.2568 เวลา 17.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ย่านจตุจักรถล่ม จากเหตุ “แผ่นดินไหว” เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาภายหลังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.2568 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบภายใน 7 วัน
โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองนายพิศุทธิ์ สุขุม วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมการประชุม โดยหารือร่วมกันเป็นเวลาเกือบ2ชั่วโมง
ต่อมาในเวลา 18.50 น. ภายหลังหารือแล้วเสร็จ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ได้มาประชุมหลังจากครบ 7 วัน ตามกรอบที่เราได้วางไว้ว่าเราจะพยายามหาสาเหตุเบื้องต้น แต่ด้วยสภาพหน้างานที่เจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานกอบกู้ชีวิตผู้ประสบเหตุยังดำเนินอยู่ การที่ไปเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อไปทดสอบอะไรต่าง ๆ ยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น 7 วันที่ผ่านมาการจะหาสาเหตุที่สรุปได้เลยว่า ทำไมตึกดังกล่าวนี้ที่ถล่ม ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะมีเรื่องของความเป็นธรรมทุกฝ่ายด้วย
“สาเหตุเบื้องต้นที่อาจจะเป็นสารตั้งต้นนำไปสู่การตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป ในทางวิศวกรรมก็ไปดูที่เรื่องแบบซึ่งต้องใช้เวลา ทำการวิเคราะห์เชิงลึก แล้วต้องไปทำโมเดลขึ้นมา คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อความมั่นใจ แต่คณะกรรมการฯได้แจ้งกับผม ขอให้มั่นใจว่ามาตรฐานทางวิศวกรรมที่มีการกำหนดแบบตามกฎหมายที่จะต้องมีค่าแผ่นดินไหว ค่าลม ค่าการสั่นสะเทือนต่างๆ กฎหมายตั้งเกณฑ์ไว้สูงมาก และการออกแบบทุกอาคารในประเทศไทยตอนนี้มีความเพียงพอที่จะทนต่อแผ่นดินไหว” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่จะตรวจสอบต่อไปจากนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มันมีการตรวจสอบเชิงวิชาการ และเชิงวิศวกรรมในเรื่องของการหาสาเหตุต้องหาโดยละเอียด ซึ่งการออกแบบอาคาร สตง.แห่งใหม่ที่ถล่ม เช่น คอลิฟท์ที่ปกติจะต้องอยู่ตรงกลาง แต่ไปอยู่ข้างหลัง มันก็ส่งผลให้เกิดการบิดได้ การใส่อัตราส่วนความปลอดภัย หรือ Safety Factor ต่างๆ เราต้องไปตรวจสอบว่า เขาใส่เพียงพอถูกต้องหรือไม่ และก็ต้องให้ความความเป็นธรรมต่อผู้ออกแบบด้วยก่อนจะกล่าวหาใครก็ต้องไปคำนวณแต่ละชั้น ๆ ว่าออกแบบ และใส่ Safety Factor ถูกต้องหรือไม่ แรงต่อต้าน แรงบิด แรงต่อต้านแรงเฉือน และแรงต่อต้านแรงทุกอย่างที่มี ได้ทำถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นเดือน
นายอนุทิน กล่าวถึงเรื่องการเยียวยาว่า ได้แจ้งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ให้หาแนวทางการยกเว้นหลักเกณฑ์ เพราะวานนี้(3 เม.ย.)ได้รับรายงานมาว่า ถ้าตามกฎหมาย กรณีเสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยา 29,000 บาท กรณีบาดเจ็บ 4,000 บาท ซึ่งพอได้ยินตัวเลข ตนก็ได้บอกอธิบดีให้ไปหาวิธีเยียวยาให้เหมาะสมมากกว่านี้ ใครฟังก็ไม่มีคำว่าเหมาะสม เพราะกฎหมายที่ใช้อยู่อาจจะเป็นกฎหมายเก่า เพราะฉะนั้นต้องขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ตนได้หารือกับท่านอธิบดีกรมบัญชีกลางนอกรอบ และแจ้งให้ท่านได้ทราบว่าแบบนี้รับไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องของงบช่วยเหลือฉุกเฉินอะไรต่างๆที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น กรณีน้ำท่วมเชียงรายบ้านเรือนเสียหาย ยังชดใช้เป็นหลัก 50,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งบ้านตั้ง 50,000 บาท แต่นี่เป็นเรื่องชีวิตคน ต้องสูงกว่านี้ โดยจะเร่งหาช่องทางการช่วยเหลือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนจะต้องอยู่ในกรอบจำนวนเท่าใดนั้น ถ้าถามตนตนก็จะเติมไปอีกหลายศูนย์
เมื่อถามถึงกรณีวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างยังถูกหยิบยกมาหารือหรือไม่ ด้านผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้หาข้อมูลภาคสนามให้ได้มากที่สุด แต่สภาวะตอนนี้ เรายังไม่สามารถทำได้ที่เต็มที่ แต่ก็ได้ย้ำกับหน้างานว่า วัสดุใดก็ตาม เช่น เส้นเหล็กที่เราต้องการเก็บต้องอยู่ในเนื้อคอนกรีต ไม่ใช่เหล็กที่เราเหยียบย่ำแล้วเสียรูปไปแล้ว ในห้วงเวลานี้ยังอยู่ระหว่างการกู้ชีวิตผู้ประสบเหตุ ยังนำวัสดุลงมาไม่ได้ ต้องใช้เวลาอีกระยะ